เจ้าอาวาสซุกสีกายอมสึก รับผิดโลกติเตียน หลัง 'หมอปลา' พร้อมชาวบ้านฮือล้อมกุฏิชุลมุน


10 ก.พ.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. คืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พร้อมด้วยชาวบ้านพาสื่อมวลชนเดินทางไปที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า พบสีกาเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาสตั้งแต่ช่วง 16.00 น. และยังไม่กลับออกมา โดยมีชาวบ้านในพื้นที่กว่าร้อยคนเดินทางมาร่วมพิสูจน์ความจริงในครั้งนี้

ขณะที่หมอปลาและทีมงานพยายามเคาะประตูกระจกเรียกเจ้าอาวาสให้เปิดกุฏิเพื่อขอเข้าไปพิสูจน์ด้านใน แต่กลับพบว่าเจ้าอาวาสไม่ยอมเปิดให้แต่อย่างใด และมีหญิงสาวสูงอายุได้ออกมาปะทะคารมกับหมอปลาโวยวายด่าทอหมอปลาและสื่อมวลชนทำนองออกมาปกป้องเจ้าอาวาส จนหวิดเกิดการปะทะกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจต้องเข้าห้ามปรามทั้งสองฝ่ายออกจากกัน จนกระทั่งทางเจ้าอาวาสยอมลงมาเปิดประตูด้านหลังกุฏิให้ผู้สื่อข่าวและหมอปลาเข้าไปพิสูจน์ด้านใน ซึ่งพบว่าเป็นกุฏิสองชั้น โดยทาง พระสมุห์ประสาทพร มหาปุญโญ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสพักอยู่ที่ห้องชั้นสองและพาหมอปลาและสื่อมวลชนค้นดูในกุฏิเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีผู้หญิงหลบซ่อนตัวในกุฏิตามที่ถูกกล่าวหา

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนก็ตาไวเหลือบไปเห็นยางรัดผมสีดำของสุภาพสตรี ตกอยู่บนที่นอนของเจ้าอาวาส สื่อมวลชนจึงได้สอบถามว่าเป็นของใคร ตัวเจ้าอาวาสรีบชี้แจงว่ายางรัดผมดังกล่าว เป็นของตนที่เอาไว้รัดศีรษะแก้ปวดหัว ก่อนที่จะแสดงวิธีการรัดศีรษะให้ดู

ขณะเดียวกันทีมงานของหมอปลาและสื่อมวลชนได้ลงมาตรวจดูที่ชั้นล่างของกุฏิ กลับพบเสื้อชั้นในของผู้หญิงสีฟ้า ตกอยู่ที่พื้นใต้บันใดทางขึ้นชั้นสอง ใกล้กับราวไม้ที่มีผ้าจีวรวางคลุมอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวเปิดผ้าจีวรออกกลับพบว่ามีหญิงสาวนั่งขดตัวกอดเสื้อผ้าอยู่ในสภาพที่ไม่สวมใส่ชุดชั้นในแอบซ่อนตัวในจุดดังกล่าว ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ในอาการหน้าซีดตัวสั่นไม่ยอมพูดจากับใคร และไม่กล้าออกมา เจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่และนำเสื้อมาคลุมปิดบังใบหน้าก่อนจะพาตัวขึ้นไปด้านบนและหาชุดชั้นในมาให้สวมใส่ นอกจากนี้ยังพบเหล้าซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะหมู่บูชาอีกจำนวน 2 ขวด และเครื่องดื่มอีก 1 ลังวางอยู่ข้างตู้เย็น และมีแช่ตู้เย็น 2 ขวด

หมอปลา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในพื้นที่ไปร้องเรียนกับตนที่เพชรบุรี ว่าเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้มีหญิงสาวเข้าออกกุฏิบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน โดยมีหลักฐานเป็นภาพหญิงสาวคนดังกล่าวที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ปั่นจักรยานเข้ามาในวัดและเดินหายเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงสี่โมงเย็น ก็พบเห็นหญิงสาวคนดังกล่าวหายเข้าไปในกุฏิเป็นเวลานานและไม่กลับออกมา ตนจึงสื่อมวลชนเดินทางมาพิสูจน์ความจริงและก็ปรากฏภาพที่เห็น

ขณะที่บรรยากาศด้านนอกซึ่งมีประชาชนหลายร้อยคนแห่เดินทางมาดูเหตุการณ์และปิดล้อมกุฏิเจ้าอาวาสไว้พร้อมตะโกนด่าทอและสาปแช่งพฤติกรรมของเจ้าอาวาสและหญิงสาวคนดังกล่าว จนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวเจ้าอาวาสและหญิงสาวออกจากกุฏิได้ จึงได้มีการประสานของกำลังสายตรวจเพิ่มจากโรงพักใกล้เคียงเข้ามาควบคุมสถานการณ์ พร้อมทั้งให้หมอปลา ออกมาเจรจากับชาวบ้านให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้พาตัวหญิงสาวและเจ้าอาวาสออกจากกุฏิเพื่อพาตัวไปสอบสวนที่ สภ.สำโรงใต้ สถานการณ์จึงเริ่มสงบลงและยอมเปิดทางให้พาตัวหญิงสาวและเจ้าอาวาสออกจากุฏิได้

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิดขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำตัวหญิงสาวและเจ้าอาวาสออกมาจากกุฏิเพื่อจะพาไปขึ้นรถชาวบ้านหลายร้อยคนได้ตะโกนด่าทอทั้งเจ้าอาวาสและหญิงสาวคนดังกล่าวอย่างเสียหาย ๆ และพยายามที่จะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบพาตัวทั้งสองเดินทางขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าวัด แต่ก็ยังมีชาวบ้านพากันฮือฝ่ากำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาทำร้ายทั้งสองก่อนที่จะขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ต้องรีบขับรถพาออกจากวัดไปยังวัดทรงธรรมเพื่อให้เจ้าคณะตำบลทำการสึกจากการเป็นพระ ก่อนที่จะพาตัวกลับมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงใต้ ซึ่งมีประชาชนมายืนรออยู่ที่หน้าโรงพักกว่า 50 คน

ด้าน พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง ผกก.สภ.สำโรงใต้ หลังขึ้นไปสอบถามนายสมุทร ประสาทพร อดีตเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ได้ยอมรับว่า การที่อยู่สองต่อสองกับหญิงสาวในยามวิกาลและในที่ลับตาคนมันก็ผิดแล้วโลกติเตียน จึงสมัครใจสึกจากการเป็นพระ ส่วนในเรื่องอื่นๆ ยังไม่ยอมให้การใด ๆ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ได้มีการสอบสวนตามกระบวนการก่อนส่วนตัวของผู้หญิงก็คงต้องสอบสวนก่อนเช่นกัน ว่ามีการกระทำผิดในคดีอาญาหรือไม่แต่ก็คงต้องรอการสอบสวนก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัดร่อนหนังสือถึง อบต.ราชาเทวะ ตั้งเสาไฟกินรีในพื้นที่วัดโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณีที่เพจ ต้องแฉ ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า ราชาเทวะมุ่งมั่นตั้งใจติดเสาไฟทุกพื้นที่ !! มาอีกแล้ววว #เสาไฟกินรี ข้ามเดือนข้ามปีก็ยังมีประเด็น ล่าสุดชาวต้องแฉสมุทรปราการส่งมาให้แอดดูว่า วัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี ส่งหนังสือถึงนายก อบต. ราชาเทวะ ว่าทางหน่วยงานได้นำเสาไฟโซลาร์เซลล์

กู้ภัยช่วยเหลือน้องแมว ขาหักติดประตูรั้วบ้าน

เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีแมวขาหักติดอยู่ตรงประตูรั้วหน้าบ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยโรงธูป ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ

สลด! รถบัสรังส่งคนงานตกคลองกาหลง เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 18 ราย

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2567 เวลา 19.00 น. ร.ต.อ.วิศรุต ชูโฉม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถบัสรับส่งคนงานโรงงานเหรียญทอง ( นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์) บางปะกง ตกลงไปในคลองกาหลง ใกล้เคียงสะพานข้ามมอเตอร์เวย์

ยิงตีนแมวดับ! ปีนรั้วขโมยของร้านรับซื้อของเก่า

ร.ต.อ.สัณหวัช แก้วดวงศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว รับแจ้งมีเหตุคนถูกอาวุธปืนยิง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.พิษณุ คำนุ สวป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว เดินทางไปที่เกิดเหตุ

จัดชุดใหญ่! เจ้าอาวาสทารุณหมา จ่อข้อหา- เจ้าคณะอำเภอตรวจสอบพฤติกรรม

พระลูกวัด สุดจะทน ลุยแจ้งความเอาผิดเจ้าอาวาส และผู้ทีเกี่ยวข้อง ทำร้ายหมาจนบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เจ้าคณะอำเภอท่าศาลาขยับตรวจสอบพฤติกรรม