ชาวบ้านลุกฮือ! ยื่นหนังสือร้องผู้ว่าฯ ให้ย้าย นอภ.ท่าแซะ ปมนายทุนฮุบสวนปาล์มหมดสัมปทาน

ชาวบ้าน ทหารผ่านศึก รวมตัวบุกยื่นหนังสือให้ย้ายนายอำเภอท่าแซะ ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรม อ้างผลประโยชน์ทับซ้อน ผืนป่าสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 2.3 หมื่นไร่ นาน 10 ปี แต่ยังมีนายทุน แรงงานต่างด้าวแฝงเก็บเกี่ยวผลผลิต ปล่อยสร้างสุสานในป่าสงวน พร้อมกลับไปปักหลักนอนค้างคืนหน้าอำเภอรอคำตอบ

21 กรกฎาคม 2568 - ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร นายประคอง จิตประสงค์ "ผู้ใหญ่หยีต" และ นายคนึง เมืองทิพย์ ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยกลุ่มทหารผ่านศึกและชาวบ้านจำนวนมาก มารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ย้ายนายอำเภอท่าแซะ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน

โดยในหนังสื่อมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติหน้าที่ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการจับกุมแรงงานต่างด้าวและนายทุนที่ยังครอบครองเก็บผลผลิตอยู่ในสวนปาล์มหมดสัมปทานเกือบ 3 หมื่นไร่ ในป่าสงวนรับร่อ - สลุย อำเภอท่าแซะ
และปล่อยให้นายทุนสร้างสุสานบรรพบุรุษขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับสัมปทานเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายแต่ไม่ดำเนินการใด และในพื้นที่ดังกล่าวหลังหมดสัมปทานกลับมีข้าราชการระดับสูงเข้าไปยึดครองพื้นที่นับร้อยไร่เป็นของตนเอง โดยให้แรงงานต่างด้าวเข้าไปดูแล

แกนนำชาวบ้านได้กล่าวก่อนยื่นหนังสือว่า ช่วง 2 เดือนที่ที่ผ่านมาบรรดาชาวบ้านและกลุ่มทหารผ่านศึก รวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับสวนปาล์มกว่า 23,000 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติสลุย-รับร่อ ซึ่งหมดสัมปทานนาน 10 ปีแล้ว แต่หน่วยงานรัฐกลับเกี่ยร์ว่างไม่ดำเนินการเข้าไปบริหารจัดการในที่ดินหมดสัมปทาน มาใช้ประโยชน์สาธารณะ และจัดสรรให้กับประชาชนได้ทำกิน แต่กลับปล่อยให้กลุ่มนายทุน เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง รวมหัวกันเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ออกมาขายปีละนับพันล้านบาท

แกนนำยังกล่าวอึกว่า ล่าสุดขณะนี้ทางบริษัผู้รับสัมปทานทนแรงกดดันของพวกเราไม่ไหว จึงมีหนังสื่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ขอออกจากพื่นที่และจะทำการเคลื่อนเครื่องจักร สิ่งของต่างๆ แต่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ลักษณะเหมือนจะเป็นการประวิงถ่วงเวลาเท่านั้น แต่เมื่อชาวบ้านกลุ่มทหารผ่านศึกเข้าไปตรวจสอบเฝ้าระวังไม่ให้กลุ่มแก๊งสวาปาล์มดังกล่าว เข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แต่ถูกนายอำเภอสนธิกำลังเข้าไปจับกุม จึงถือว่าไม่ไรับความเป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ

"นอกจากนั้นในพื้นที่ป่าสงวนหมดสัมปทานดังกล่าว ยังปล่อยให้มีการสร้างสุสานขนาดใหญ่ฝังร่างบรรพบุรุษของนายทุน รวมพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งถือเจตนาครอบครองที่ป่าสงวนเป็นของตนเอง แต่ทางอำเภอไม่ดำเนินการใดๆ" แกนนำกล่าว

ต่อมาเวลา 12.30 น.แกนนำ ชาวบ้าน กลุ่มทหารผ่านศึก ได้ร่วมกันยื่นหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยมีป้องกันจังหวัดชุมพร เป็นผู้ลงมารับหนังสือแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ที่ติดราชการ

จากนั้นแกนนำได้กล่าวกับกลุ่มชาวบ้านและทหารผ่านศึกว่า วันนี้พวกเราไม่ได้รับคำตอบใดๆว่าจะดำเนินกับนายอำเภอตามข้อเรียกร้องหรือไม่อย่างไร จึงขอให้ชาวบ้านทั้งหมดและกลุ่มทหารผ่านศึก ได้กลับไปรวมตัวและนอนค้างคืนที่หน้าที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ต่อ เพื่อรอคำตอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และเพื่อยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร ซัดหมกเม็ด ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์

ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร อ้างประชุมสัมมนาหมกเม็ด จัดฉากสร้างภาพ เลือกเฉพาะกลุ่มแต่งตั้ง ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์ก๊วน NGO คนหน้าเดิม

ป.ป.ช. ชี้มูล 3 คดี ออกโฉนดมิชอบ ฮุบที่ดินป่าสงวน ฟันกราวรูดจนท.ทุจริต

นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก และชี้มูลความผิดอาญาผู้

รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิว บุกศาลากลางชุมพร ค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิวรวมตัวกว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ชุมพร คัดค้านการเดินหน้าโครงการ OECMs ในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง หวั่นขาดความชัดเจนและการมีส่วนร่วมของชาวประมงในพื้นที่ พร้อมขอให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงาน จนกว่าจะมีการทำความเข้าใจและประชาคมอย่างชัดเจน