แก๊งเงินกู้ไม่พอใจ หลังเพื่อนบ้านมาเตือนเรื่องจอดรถกีดขวาง-เร่งเครื่องยนต์เสียงดัง ก่อนก่อเหตุยกพวกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก วอนตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี และรับผิดชอบความเสียหายทั้งรถทั้งบ้าน
27 สิงหาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่ย ไเเผยแพร่ภาพจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ชุมชนข่าวขอนแก่น” ซึ่งได้โพสต์คลิปเหตุการณ์แก๊งเงินกู้ไม่พอใจถูกชายเตือนเรื่องส่งเสียงดัง และจอดรถกีดขวางในซอย ยกพวกกว่า 10 คนบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายถึงในบ้าน เพราะไม่พอใจที่ถูกเตือนว่าขับรถเสียงดัง จอดรถกีดขวางทำให้คนในซอยสัญจรด้วยความยากลำบาก
โดยในคลิปจะเห็นผู้เสียหายเป็นชายเสื้อดำที่ยืนถือมีดอยู่ในบ้าน โดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่อยู่หน้าบ้านพากันกระหน่ำปาสิ่งของใส่คนเจ็บ ทั้งขวดแก้ว ก้อนอิฐ กระถางต้นไม้ ถังขยะ และทุกอย่างที่หยิบจับได้จากหน้าบ้าน จนบ้านและรถได้รับความเสียหายกระจกแตก ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะพากันกลับไป ซึ่งจะเห็นผู้บาดเจ็บชายเสื้อดำนั่งอยู่ที่พื้นบ้าน และในคลิปพบว่ามีผู้บาดเจ็บอีกคนเป็นคุณยายผู้สูงอายุได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ถูกแก้วบาดเลือดไหลเต็มพื้นบ้าน พร้อมข้อความระบุว่า “แก๊งเงินกู้กว่า 10 คน ไม่พอใจเพื่อนบ้านเตือนเรื่องจอดรถยนต์กีดขวาง เบิ้ลรถเสียงดัง ยกพวกเข้ามารุมทำร้ายถึงในบ้าน หัวเข่าแตกเย็บ 10 เข็มรอผ่าตัดวันนี้ ยาย 71 ปีอยู่ในบ้านโดนขวดเข้าข้อเท้า 7 เข็ม พื้นที่บ้านพรสวรรค์ ม.13 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น”
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ เลขที่ 81 ภายในซอยพรสวรรค์ 6 บ.พรสวรรค์ ม.13 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับ นางบุบเพ คงสมศรี อายุ 71 ปี เจ้าของบ้านและได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าเย็บ 7 เข็ม พาผู้สื่อข่าวดูสภาพความเสียหาย และร่องรอยที่กลุ่มแก๊งเงินกู้บุกเข้ามาทำร้ายหลานชายคือ นาย อภิชาติ คงสมศรี อายุ 32 ปี ชายเสื้อดำที่อยู่ในคลิปถึงในบ้าน และปาข้าวของใส่จนบ้านได้รับความเสียหายหลายจุด กระจกหน้าบ้านแตก 2 บาน พร้อมทั้งคนในบ้านช่วยกันเก็บเศษขวดแก้วทั้งเล็กใหญ่ ก้อนอิฐ กระถางต้นไม้ที่พังเสียหาย และผ้าเช็ดเลือดใส่ถุงดำหลายถุงเตรียมนำไปทิ้ง
นางบุบเพ กล่าวว่า วันเกิดเหตุนั้น ตนเองอยู่ในบ้าน หลานชายนั่งทานอาหารอยู่หน้าบ้าน พอทานเสร็จจะเข้าบ้านประมาณเกือบๆเที่ยงคืน คู่กรณีที่มาเช่าบ้านอยู่ติดกันขับรถยนต์มาจอดที่ข้างบ้าน หลานชายจึงเข้าไปคุยด้วย โดยบอกกับคู่กรณีว่าอย่าพากันขับรถเร็วหรือเร่งเครื่องยนต์เสียงดัง และ ขออย่าจอดกีดขวางหน้าบ้านและคนในซอย เพราะในซอยมีทั้งนักเรียนทั้งชาวบ้านที่ไปทำงานตอนเช้าสัญจรผ่านลำบาก โดยหลานชายก็พูดดีๆส่วนคู่กรณีที่หลานคุยด้วยก็คุยดีบอกเดี๋ยวจะไปคุยกับหัวหน้าให้ ก่อนจะเดินเข้าบ้านเช่าข้างๆไป สักพักไม่ถึงนาที มีชายอายุประมาณ 20-30 ปี สักลายตามตัวเข้ามายืนตะโกนด่าหลานชายหน้าบ้านว่า มึงเป็นอะไรกับกูนักหนา พร้อมกับด่าคำหยาบใส่ ก่อนจะเปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านเข้ามาทำร้ายหลานชายข้างในบ้าน
"คนก่อเหตุเข้ามา ล็อคคอทำร้ายอยู่นาน ตนเองเข้าไปห้ามดึงแขนออกบอกให้พอ คู่กรณีที่ทำร้ายหลานตะโกนว่ามันจะตีกู ตนเองก็ถามกลับว่าหลานตนเองได้ตีหรือยัง เห็นแต่หลานถูกตีอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมกับตะโกนบอกให้หยุด ทำให้ชายถอดเสื้อหันมาจ้องหน้าตนเองเหมือนจะมาทำร้ายตนเองด้วยอีกคน แต่โชคดีที่ชายอีกคนที่เป็นรุ่นน้องคู่กรณีบอกห้ามเอาไว้ว่า นั่นแม่เขานะ พร้อมกับบอกให้ตนเองเข้าบ้านไป ตนเองจึงไปเรียกหลานสาวที่อยู่ในบ้านมาช่วยถ่ายภาพเป็นหลักฐานเอาไว้แต่หลานสาวกลัวไม่กล้าถ่าย ก่อนที่ชายคู่กรณีจะปล่อยหลานชายแล้ววิ่งกลับออกไป ส่วนหลานชายได้วิ่งตามไล่ไปมีปากเสียงกันข้างนอกอีก ก่อนที่ชายที่ถอดเสื้อจะขับรถกระบะสีขาวแต่งซิ่งไปรับเพื่อนจากที่อื่นมาสมทบอีกกว่า 10 คน โดยพอคู่กรณีพาพวกมาถึงหน้าบ้านก็พากันปาขวดแก้ว ก้อนหิน ก้อนอิฐ กระถางต้นไม้เข้ามาในบ้านจนรถเก๋งและบ้านได้รับความเสียหายแตกหลายจุด และกรูกันเข้ามารุมทำร้ายหลานชาย ชนตนเองจนล้มใส่กับม้านั่งหินอ่อนระบมที่แขน และขวดแก้วที่คู่กรณีโยนเข้ามาก็แตกโดนข้อเท้าตนเองบาดเจ็บเจ็บไป 7 เข็ม"
นางบุบเพ กล่าวต่ออีกว่า จังหวะนั้นหลานสาวเข้ามาช่วยโดยที่ หลานชายยังอยู่ด้ายนอกถูกรุมทำร้ายไม่หยุด นอนกองที่ปากได้รับบาดเจ็บปากแตกเย็บ 10 กว่าเข็ม และเข้าได้รับบาดเจ็บมีแผลเหมือนเป็นรูถูกของมีคมแทงต้องได้เข้ารับการผ่าตัด ก่อนที่คู่กรณีจะพากันกลับออกไป โดยคู่กรณีนั้นชาวบ้านจะรู้กันว่ากลุ่มนี้คือกลุ่มแก๊งเงินกู้นอกระบบ ที่มีการมาเช่าบ้านอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้มานาน รอบๆบ้านพรสวรรค์ และข้างบ้านตนเองกลุ่มนี้ก็เพิ่งมาเช่าอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ โดยช่วงเข้าจะไม่มีคนอยู่พากันออกไปทำงานเก็บเงิน จะกลับเข้ามาช่วงเย็น โดยหลังเกิดเหตุกลุ่มแก๊งค์เงินกู้ได้พากันขนของย้ายออกจากบ้านเช่าไปทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้หลานสาวที่อยู่บ้านต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัวว่าแก๊งนี้จะย้อนมาก่อเหตุซ้ำอีก ส่วนตนเองคิดว่ากลุ่มนี้คงจะไม่กล้าเข้ามาทำร้ายในบ้านอีกแล้ว อยากให้ทางตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนก่อเหตุกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว และรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งบ้านและรถด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%
ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95% ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง
นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน
‘เอ็กซิมแบงก์’เผย4เดือนปล่อยกู้เฉียด2หมื่นล.
‘เอ็กซิมแบงก์’ เผย 4 เดือนปล่อยกู้ใหม่อุ้มผู้ประกอบการส่งออกเฉียด 2 หมื่นล้านบาท คาดสิ้นปี 69 ผลงานฉลุย 7 หมื่นล้านบาท ปักธงปี 69 ปั๊มลูกค้าใหม่เพิ่ม 3 พันราย พร้อมงัดกลยุทธ์ 5T ประคองผู้ส่งออกไทยฝ่ามรสุม ‘ภาวะ 3 สูง’ หวังยอดรอดจากวิกฤติ เติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก
เริ่มแล้ว! ขอนแก่นจัดยิ่งใหญ่ 'คาร์นิวัลหมอลำ' 3 วัน 3 คืน
ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ
รวบพนักงานขับรถน้ำมัน แอบดูดดีเซลใส่ถังส่งขายกลางป่า
พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 4 นำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม แก๊งมดขยัน กำลังลักลอบถ่ายเทน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง กลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและเหมาะแก่การก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่พนักงานขับรถ กำลังแอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อ

