จ.บุรีรัมย์ เตรียมนำงบทดรองราชการภัยพิบัติฉุกเฉิน ที่กรมการปกครอง มอบให้จังหวัดละ 100 ล้านบาท มาจัดสรรมอบช่วยเหลือเยียวยา เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้แก่ เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ร่วม 2,000 รายๆละ 240 บาทต่อวัน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ในช่วงเกิดสถานการณ์แนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเยียวยาผู้ปฏิบัติงานที่เสียสละ ในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน
28 สิงหาคม 2568 - นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ได้เกิดสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดนไทยกัมพูชา นอกจากเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ที่เป็นราษฎรอาสาสมัคร ที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางอำเภอ เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แม้จะปฏิบัติงานคล้ายเจ้าหน้าที่ แต่ ชรบ. เป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายปกครอง โดยไม่มีค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนหรือเบี้ยเลี้ยง เว้นแต่จะได้รับเงินสงเคราะห์ตามกฎหมายเมื่อเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
โดยในช่วงที่เกิดสถานการณ์แนวชายแดนไทยกัมพูชา กำลังของชุด ชรบ.จากทั้ง 9 ตำบล ของ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 2,000 นาย ได้ร่วมปฎิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย ทั้งการลาดตระเวน การสืบสวนหาข่าว การตั้งจุดตรวจ และการปราบปรามการกระทำผิด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตลอดเวลา ทั้งในห้วงที่เกิดเหตุการณ์แนวชายแดน และในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องเฝ้าระวัง
นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่แก่ชุด ชรบ. ทางอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้จังหวัดที่ติดชายแดนใช้งบทดรองราชการภัยพิบัติฉุกเฉิน ที่รัฐบาลเพิ่มให้จังหวัดชายแดนใช้ได้จังหวัดละ 100 ล้านบาท จัดสรรเป็นเงินเยียวยาและค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่แก่ชุด ชรบ. จำนวน 15 วันๆ ละ 240 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัย โดยขั้นตอนการเบิกจ่ายขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องยืมเงิน และการโอนเงินให้กับชุด ชรบ.ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่จริง
เงินตัวนี้เป็นงบทดรองราชการภัยพิบัติฉุกเฉิน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ผู้ปิบัติงาน ซึ่งเป้นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งในพื้นที่ อ.บ้านกรวด มีชุด ชรบ.ประมาณ 2,000 นาย จากทั้ง 118 หมู่บ้าน 9 ตำบล ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เงินค่าตอบแทนในเร็ววันนี้ เพราะได้ทำเรื่องยืมไปแล้ว ก็น่าจะได้โอนเข้าบัญชีธนาคารของ ชรบ.ไม่ภายในสัปดาห์นี้ก็สัปดาห์หน้าจะได้รับเงินกันครบทุกนาย
ด้าน นายคณินทร์รัชต์ ภักษ์สุวรรณ ชรบ.บ้านโคกกระชาย ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า พวกตนในฐานะ ชรบ.รู้สึกดีใจที่จะได้รับค่าตอบแทน เพราะการที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในทุกวันนี้ พวกตนล้วนมาด้วยใจ ไม่มีค่าตอบแทน แต่การที่รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของชุด ชรบ. พวกตนเองรู้สึกดีใจและขอขอบคุณเป็นอย่างมาก ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้อนุมัติงบประมาณมาช่วยเหลือเป็นค่าตอบแทนแก่พวกตน
นายคณินทร์รัชต์ ยังกล่าวถึงภารกิจหน้าที่ในช่วงเกิดสถานการณ์ว่า ในแต่ละวันพวกตนได้ปฎิบัติหน้าที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ภารกิจ ทั้งการออกลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยตามหมู่บ้าน และทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของประชาชนที่อพยพ ทั้งกลางวันและกลางคืนห้วงละประมาณ 3 รอบ
ด้าน นายอุทัย ดาศรี ชรบ.บ้านโคกกระชาย ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยข้องที่ได้มีส่วนผลักดันให้ชุด ชรบ.ได้รับค่าตอบแทนทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน และต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากถ้าทำได้จริง ที่ได้มีสิ่งตอบแทนให้กับชุด ชรบ. ได้มีขวัญกำลังใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เพราะทุกคนล้วนปฎิบัติหน้าที่มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากจะมีการสนับสนุนค่าตอบแทนให้แก่ชุด ชรบ. เหมือนกับค่าตอบแทนของ อสม. เหมือนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นสิ่งที่ ชรบ.ต้องการ เพราะการปฎิบัติหน้าที่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ โดยเฉพาะการลาดตระเวนก็มีความสุ่มเสี่ยง ที่จะได้รับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น จากกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงตกลงมาในพื้นที่ แต่พวกตนก็ต้องทำเพื่อความสงบสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่
'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
พายุถล่ม อ.หนองกี่ พัดบ้านพังเกือบ 100 หลัง ฟ้าผ่าลุงวัย 63 ดับสลด เด็ก 4 คน รอดปาฏิหาริย์
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์อย่างหนัก พัดบ้านเรือนเสียหายเกือบ 100 หลัง ท่ามกลางความโกลาหลเกิดเหตุสลด ฟ้าผ่าลงกลางกระท่อมนา คร่าชีวิตลุง 63 ปี ต่อหน้าเพื่อนบ้านและเด็กอีก 4 คน ที่อยู่ในกระท่อม แต่รอดปาฏิหาริย์ ชาวบ้านที่รอดเผยนาทีรอดตาย

