กรมชลฯเตือน 11 จ.ลุ่มเจ้าพระยา ระบายน้ำไม่เกินอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที ท้ายเขื่อนน้ำจะสูงขึ้นอีก 30 ซ.ม.

16 ก.ย.2568- นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 14 กันยายน 2568 แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำ และ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากฝนที่ตกทางพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,200-2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี และลำน้ำสาขา จะมีประมาณ 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงอนุญาตให้กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะปรับเพิ่มแบบขั้นบันได ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีระดับน้ำสูงขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 10-30 เซนติเมตร โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร และหากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม จะเริ่มลดปริมาณการระบายลงตามลำดับ

สำหรับ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้(16 ก.ย.) ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 2,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (เพิ่มขึ้น 26 ลบ.ม./วินาที) แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลไปรวมกันที่ จ.ชัยนาท มีปริมาณ 2,457 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน ได้ส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน -แม่น้ำท่าจีน -แม่น้ำน้อย มีปริมาณรวมกัน 457 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ ระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน ที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 17.18 เมตร(รทก) ระดับน้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา อยู่ที่ระดับ 14.68 เมตร(รทก) ต่ำกว่าตลิ่ง 1.66 เมตร .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาคประชาชน 3 จังหวัดผนึกกำลัง คัดค้านใช้พื้นที่ป่า โครงการผันน้ำยวม

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่บ้านแม่เงา ต.แม่สวด อ.เสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ซึ่งดำเนินการโดยกรมชลประทาน (ชป.) ภายหลังจากที่ ชป.ทำหนังสือไปยังองค์การบริหารสวนตำบล(อบต.)หลายแห่งเพื่อขอใช้พื้นที่ป่าว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังมีความสับสนต่อความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น หลังพบคนแปลกหน้าเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านและมีท่าทีคล้ายการทำมวลชน แต่ชาวบ้านยังไม่ทราบว่าเป็นตัวแทนจากหน่วยงานหรือบริษัทใด

ชป.เฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน รับมือแนวโน้มน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 700-1,000 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมวางแผนรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง และปรับการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ในอัตราประมาณ 700-1,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที

'ดร.เสรี' ชูแนวคิด 'เตรียมพร้อมก่อนน้ำมา' ถกทุกภาคส่วนวางแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่

'ดร.เสรี' ชูแนวคิด 'เตรียมพร้อมก่อนน้ำมา' ถกทุกภาคส่วนวางแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

รัฐบาลตีปี๊บข่าวดีเกษตรกรไทย จ้างแรงงานชลประทานทะลุ 6.4 หมื่นคน ยังเปิดรับสมัครโค้งสุดท้ายอีก 2 หมื่นคน

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำการเกษตร เพื่อลดภาระค่าครองชีพและเติมรายได้ให้กับครัวเรือน

7 จว.ลุ่มเจ้าพระยารับมือ! เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ หลังน้ำเหนือหลาก ส่งผลท้ายเขื่อนสูงขึ้น

ฝนที่ตกทางพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง