
'เบตง' เตรียมความพร้อมเปิดประเทศ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
16 ก.พ.2565 - สถานประกอบการ ประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ต่างเตรียมความพร้อมเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ และกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 โดยในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ประชากรมีการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วไม่น้อยกว่า 75 % และมาตรฐานสถานประกอบการปลอดภัย สถานประกอบการต้องผ่านมาตรฐาน SHA+/ TSC/ Covid free setting มากกว่า 70% และอัตราการติดเชื้อเฉลี่ยรายสัปดาห์ต่อแสนประชากร ไม่เกิน 20 คนต่อแสนประชากร หรือไม่เกิน 300 คนต่อวัน
นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตงกล่าวว่า ได้ทำการสร้างความเข้าใจแก่สถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Sha (มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว) หรือ Thai Stop Covid Plus (การประเมินมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันโรค COVID-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่) หรือ Covid Free Setting (มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรหรือองค์กรปลอดโควิด) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่อการยกระดับการป้องกันโควิด ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Thai Stop Covid Plus จำนวน 187 ราย และมาตรฐาน Sha จำนวน 59 ราย และSha+ จำนวน 15 ราย
นายอำเภอเบตงเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการตามแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอเบตง เช่น Sky Walk ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง , สวนไม้ดอกเมืองหนาว , อุโมงค์ปิยะมิตร , หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 และบ่อน้ำร้อนเบตง ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาตามสถานที่นักท่องเที่ยว โดยกำหนดเงื่อนไขให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ดูแลป้องกันตนเองขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for Covid-19)
ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารระบุว่า หากเปิดด่านพรมแดนไทย – มาเลเซีย คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ในท้องถิ่นได้มาก เช่น ร้านอาหาร ร้านนวดแผนโบราณ โรงแรม รีสอร์ท และสถานประกอบการอื่นๆ เนื่องจากสถานประกอบการในพื้นที่ต้องอาศัยนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ โดยที่ร้านได้ให้พนักงานฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มทุกคนและได้รับมาตรฐานของ SHAรวมทั้ง ตั้งจุดคัดกรองลูกค้าและเมื่อเปิดประเทศสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของเบตงได้เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ เข้ามาเที่ยวทุกวันเหมือนก่อนปิดประเทศและ ช่วงปิดประเทศเศรษฐกิจในเบตงแย่ลงไปมาก นักท่องเที่ยวก็น้อยลงส่วนคนในพื้นที่ก็ไม่ออกจากบ้านเพราะกลัวเรื่องติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามก็อยากให้เปิดประเทศเร็วๆเพื่อที่จะสามารถทำมาหากินได้
ส่วนเจ้าของร้านอาหารอีกรายเผยว่า ตอนนี้ประเทศมาเลเซียยังไม่เปิด แต่มีนักท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตงทุกวัน ไม่ต่ำกว่า 10,00 ราย แต่ร้านค้า ร้านอาหาร ที่ไม่อยู่ในกลุ่มไกด์ก็จะไม่ได้รับลูกค้า เพราะโดนล็อกจากข้างบนหมด โดยไกด์จะพานักท่องเที่ยวไปตามร้านที่อยู่ในกลุ่มของไกด์ ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถให้บริการกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ จึงอยากฝากผู้เกี่ยวข้องดำเนินแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนนางรวิวรรณ ว่องไวพาณิชย์ เจ้าของผู้ประกอบการร้านนวดนิวเฮลร์เฮ้าท์กล่าวว่า เมื่อเปิดประเทศก็คิดว่าก็ไม่ดีเท่าไร เพราะมาเลเซียก็ติดเชื้อเยอะ มาเลเซียเข้ามาเยอะเราก็กลัว เลยยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง ก่อนหน้านี้เปิดเป็นร้านนวดแผนโบราณ พอเกิดการระบาดโควิด-19 ก็ปิดมา 2 ปีเต็ม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย ตอนที่ปิดประเทศก็หันมาขายของพื้นเมือง เปิดเป็นร้านรับ-ส่งพัสดุ และเมื่อเปิดประเทศก็ยังไม่รู้ว่าจะรับลูกค้ากลุ่มประเทศเหล่านี้หรือเปล่า เพราะกลัวติดเชื้อ เลยต้องรอให้ประเทศมาเลเซียเปิดสักพักหนึ่งก่อน แล้วค่อยเปิด เพื่อดูสถานการณ์ก่อน ส่วนเมื่อเปิดประเทศแล้วก็อยากให้มีการคัดกรองที่รัดกุม เพราะกลัวนักท่องเที่ยวเหล่านี้นำเชื้อมาแพร่ระบาดในอำเภอเบตง น่าจะค่อยๆดีขึ้นใช้เวลาเป็นปี เปิดตอนนี้เท่ากับเริ่มใหม่หมดเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
นักปั่นทีมชาติไทยลุยเวิลด์คัพ 2สนามติดฮ่องกง-มาเลเซีย ล่าตั๋วโอลิมปิกเกมส์
“สองล้อ” ไม่เคยหยุดพัก เตรียมส่ง 3 นักปั่นไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ UCI Track World Cup 2026 สนามที่ 2 ที่ฮ่องกง และสนามที่ 3 ที่มาเลเซีย เพื่อเก็บคะแนนสะสมในการควอลิฟายเข้าสู่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก UCI Track World Championships 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในเดือนตุลาคม และโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

