
16 พ.ย.2568-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาน้ำท่วมจากชาวบ้าน ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการและผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและทีมงานวิจัยจากโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยนำเครื่องสำรวจ TEM2Go นวัตกรรมสำรวจชั้นใต้ดินแบบเรียลไทม์ วัดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและอ่านประมวลผลใต้ดินเพื่อหาจุดกรวยทราย เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างแม่นยำ
คุณหญิงกัลยา และนายสุชัชวีร์ ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องการให้ช่วยเหลือเนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วมมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ำเหลือตันละ 5,000-6,000 บาท จากนั้นได้ลงเรือมอบของใช้จำเป็นให้แก่ชาวบ้านด้วย
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า สภาพน้ำท่วมในพื้นที่ จึง.พระนครศรีอยุธยา ถือได้ว่าชาวบ้านหัวใจแตกสลาย เนื่องจากทุ่งนากลายเป็นทะเล ขณะที่การปลูกข้าวและราคาพืชผลก็ได้น้อยมาก ราคาขายได้เพียง ตันละ 5,000-6,000 บาท ท่ามกลางค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและปัญหาหนี้สิน หมายความว่าเรื่องน้ำท่วมคือ เรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ และชีวิต ซึ่งการลงพื้นที่ของพรรคในวันนี้มาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้บอกกับชาวบ้านว่าในปลายปีนี้น้ำจะไม่ลด เนื่องจากปลายเดือนนี้มีน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีก การระบายน้ำลงในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับการระบายลงแม่น้ำท่าจีน ดังนั้นคนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสุพรรณบุรีจะได้รับผลกระทบ
พรรคไทยก้าวใหม่จึงขอเป็นเป็นตัวแทนประชาชนผลักดันการเปลี่ยนแปลงแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำหนุนอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะการผลักดันกฎหมาย การบริหารจัดการน้ำที่ใช้เทคโนโลยี รวมถึงการผลักดันงบประมาณเพื่อการลงทุนในโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม ไม่ใช่ใช้งบประมาณไปกับการทำกระสอบทราย หรือการเยียวยาที่ไม่เพียงพอ
ที่ผ่านมาสิบกว่าปีใช้งบประมาณเป็นล้านบาท สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เงินสูญหายไปกับการนำมาทำกระสอบทรายการแก้ปัญหาแบบฉุกเฉิน ซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ไม่ต้องการเห็นการเมืองแบบนี้ ต้องการเห็นการเมืองที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกมาจากปัจจัยเทคโนโลยีในทุกเรื่อง ดังนั้นวันนี้จึงต้องใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจังและยั่งยืน จะทำให้มีประสิทธิภาพลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้พรรคไทยก้าวใหม่ เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยี ภายใต้นโยบายเดียว เพื่อให้การพยากรณ์ การวางแผน และการใช้งบประมาณเป็นเอกภาพ ไม่ทับซ้อน ไม่แย่งงบเหมือนที่ผ่านมา พร้อมจัดสรรงบสร้างโครงสร้างน้ำสำคัญ เช่น การจัดการลุ่มน้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีน พื้นที่ต้นน้ำ และทำระบบป้องกันน้ำทะเลหนุนที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และบางปะกง ซึ่งหากพรรคมี สส.มากพอ จะผลักดันกฎหมายนี้ได้ทันที
ด้านคุณหญิงกัลยา กล่าวว่าต่อว่า ชาว จ.พระนครศรีอยุธยาน้ำท่วมทุกปี เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่ช่วยอะไรเมื่อเทียบกับความเสียหาย ถึงเวลาที่ประเทศต้องลงทุนในเทคโนโลยีที่แม่นยำและต้องมีรัฐบาลที่พร้อมผลักดันให้เกิดขึ้น ประเทศต้องมีโอกาส จึงขอโอกาสให้พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ทำงานในรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ก็ต้องใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุตุฯ เตือนร้อนถึงร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุตุฯ เตือนอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง 28 จังหวัด คลื่นสูง 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 46 จังหวัด เลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 35 จังหวัด 'พายุฤดูร้อน' ถล่ม 11-13 มี.ค
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากความกดอากาศต่ำ
อุตุฯ เตือน 41 จังหวัด พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
อุตุฯ ประกาศฉบับ 3 เตือน 'พายุฤดูร้อน' ถล่มไทยตอนบน
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 3 – 6 มีนาคม 2569) ฉบับที่ 3 โดยมีใจความว่า

