
‘ธอส.’ กางผลงานครึ่งปี 69 อัดสินเชื่อใหม่ 1.23 แสนล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 1.14 แสนบัญชี มั่นใจสิ้นปีผลงานฉลุยตามเป้า 2.46 แสนล้านบาท พร้อมกางกลยุทธ์ปั้น Digital AI และ Data ยกระดับการให้บริการเชิงลึก ดังเทคโนโลยี ‘Machine Learning’ ช่วยวิเคราะห์และตรวจจับธุรกรรมสงสัย
22 ก.ค. 2569 – นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ณ ไตรมาส 2/2569 (ม.ค.-มิ.ย. 69) ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 123,149.93 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 114,184 บัญชี เพิ่มขึ้น 14.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 49.90% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 58,685 ราย เพิ่มขึ้น 7.39%
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 106,923.72 ล้านบาท คิดเป็น 5.54% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,931,518.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% มีสินทรัพย์รวม 2,097,905.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.41% เงินฝากรวม 1,850,385.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 161,193.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 150.76% สะท้อนถึงความมั่นคงที่พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.47% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%
นอกจากนี้ ธอส. ยังจัดทำมาตรการช่วยเหลือด้านรายได้มาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยลูกค้าประนอมหนี้กลับมามีสถานะปกติและปิดบัญชี ช่วยลูกค้ารักษาบ้านได้กว่า 1,014,357 บัญชี หรือคิดเป็น 80.68% ของลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือทั้งหมด
สำหรับการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธอส. ได้นำเทคโนโลยี Digital, AI และ Data ด้านที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ มาวิเคราะห์เพื่อยกระดับการให้บริการเชิงรุกในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ผ่าน 5 Strategic Pillars อาทิ 1. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ด้วยการจัดทำสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan & ESG) อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการซื้อที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน โดยช่วงครึ่งปีแรก ธอส. ปล่อยสินเชื่อ Green Loan ไปแล้วกว่า 8,535.10 ล้านบาท คิดเป็น 40.65% ของเป้าหมาย ปี 2569
2. ปรับกลยุทธ์จาก One Size Fits All ไปสู่ Hyper-Personalization เข้าใจลูกค้า โดยใช้ Data มาวิเคราะห์ลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และทุกอาชีพแต่ละรายเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด ถือเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ (Financial Inclusion) โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Self-employed) อีกทั้งนำ Credit Scoring มาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนา AI Credit Assessment และการใช้ Alternative Data วิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง ช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ลดโอกาสเกิด NPL และช่วยให้ลูกค้ารักษาบ้านของตัวเองไว้ได้ต่อไป
3. เดินหน้าปรับบทบาทองค์กรสู่การเป็น Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพัฒนาโครงการยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจจับรายการธุรกรรมต้องสงสัยแบบ Near Real Time ตรวจสอบความผิดปกติของการเดินบัญชีเงินฝากของลูกค้า เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยทุจริตทางการเงิน โดยปัจจุบันได้ขยายระบบการตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection System) Phase 2 ที่เป็นการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมที่อาจมีความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
“การดำเนินงานดังกล่าวของ ธอส. สอดคล้องกับกลยุทธ์ 5T ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 เพื่อดันเม็ดเงินสินเชื่อลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 246,795 ล้านบาท สนับสนุนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง” นายมหัทธนะ กล่าว

