ผู้ใหญ่บ้านเผยญาติยืนยันว่าผู้ป่วยเสียชีวิตและบรรจุโลงแล้ว จึงออกใบ ทร.4 เพื่อเร่งนำร่างไปบริจาคร่างให้ รพ.จุฬาฯ ขณะที่กู้ภัยระบุก่อนหน้าเคยมาขอโลงทั้งที่ยายยังมีชีวิตอยู่ ก่อนเรื่องบานปลายหลังเปิดโลงที่วัดนนทบุรีแล้วพบยายยังหายใจได้ตามปกติ
24 พฤศจิกายน 2568 – จากกรณีเพจวัดราษฎร์ประคองธรรม จ.นนทบุรี โพสต์คลิปคุณยายชลธิรศน์ อายุ 65 ปี ชาวหมู่ 9 บ้านน้ำทองน้อย ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก นอนอยู่ในโลงศพด้วยอาการอ่อนแรง ขณะญาตินำร่างมาประกอบพิธีฌาปนกิจ แต่เมื่อเปิดโลงกลับพบว่ายังมีชีวิตอยู่ สามารถขยับแขนขาได้ตามปกติ ทำให้เกิดกระแสฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
เวลา 21.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน แพทย์โรงพยาบาลบางใหญ่ จ.นนทบุรี ตรวจร่างกายของคุณยายและยืนยันว่าอาการปลอดภัยดี ไม่พบภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจมาก่อน สาเหตุคือภาวะน้ำตาลตกเท่านั้น ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ท่ามกลางกระแสข่าว ผู้คนตั้งข้อสงสัยถึงขั้นตอนการแจ้งตายในพื้นที่ต้นทาง ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถาม นายวุฒิณรงค์ จันทราช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ซึ่งเล่าว่า เวลา 19.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน นายมงคลฯ น้องชายของคุณยายมาขอใบ ทร.4 โดยแจ้งว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วที่บ้าน พร้อมนำบัตรบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาลจุฬาฯ มาแสดง และระบุว่าบรรจุศพเรียบร้อย ต้องรีบนำร่างไปส่งตามเจตนารมณ์ของผู้ตาย
ผู้ใหญ่บ้านเผยว่า ด้วยความเชื่อใจกันในหมู่บ้าน ประกอบกับทราบว่าคุณยายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 2 ปี จึงไม่ได้เดินทางไปตรวจศพเอง และออกใบ ทร.4 ให้ เพราะเกรงว่าการเดินทางช่วงวันหยุดอาจทำให้เกิดปัญหา พร้อมกำชับว่าหากถึงโรงพยาบาลแล้วให้ดำเนินการแจ้งเอกสารต่ออำเภอให้ถูกต้องภายหลัง
เขายอมรับว่าเมื่อทราบภายหลังว่าคุณยายยังมีชีวิตอยู่ รู้สึกเสียใจต่อข้อมูลที่ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพุทธชินราช เพราะอาศัยข้อมูลจากญาติที่แจ้งว่ารักษาครั้งสุดท้ายที่นั่น เนื่องจากครอบครัวนี้เป็นครอบครัวปิดและไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก
ด้าน นางดอกไม้ ชื่นอารมณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสาทบุญสถาน จุดชาติตระการ ระบุว่า วันเดียวกันก่อนเกิดเรื่อง นายมงคลฯ เคยมาติดต่อขอโลงศพฟรีตอน 10 โมงเช้า โดยนำบัตรบริจาคร่างกายมาให้ดู แต่ตนยืนยันว่าหากยังไม่เสียชีวิตไม่สามารถมอบโลงได้ จากนั้นช่วงบ่ายสี่โมง นายมงคลฯ กลับมาอีกครั้งและแจ้งว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว จึงมอบโลงให้เพื่อเร่งนำร่างไปส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอนบริจาคร่าง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบอกว่า รู้สึกแปลกตั้งแต่ครั้งแรกที่ญาติมาติดต่อขอโลงทั้งที่ผู้ป่วยยังไม่ตาย และส่วนตัวไม่เคยพบเคส ตายแล้วฟื้น เช่นนี้มาก่อน ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งถูกพูดถึงในโลกออนไลน์
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าในขั้นตอนใดเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการหวั่นสงครามสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ ทำปุ๋ยราคาพุ่ง
ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยที่บุรีรัมย์ หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทำให้ปุ๋ยยูเรียที่ส่วนมากผลิตและส่งมาจากประเทศแถบตะวันออกกลางราคาจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งผู้ประกอบการที่ยอดขายจะลดลง และเกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้น
รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน
บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
ผู้ประกอบการเรือ-รถนำเที่ยว จ.ตราด ยังไม่ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร กัดฟันแบกต้นทุนน้ำมันอีก 1 เดือน
ผู้ประกอบการเรือ-รถโดยสาร จ.ตราด เผยได้รับผลกระทบเต็มๆ หากน้ำมันขึ้นราคา ระบุเรือโดยสารใช้น้ำมัน 4 พันลิตรต่อวัน รถโดยสาร 2.3 พันลิตรต่อวัน ชี้พิษสงครามทำต้นทุนพุ่ง จี้รัฐช่วยพยุงราคาก่อนแบกไม่ไหว
โคราชแล้งเร็ว เขื่อนลำตะคองแห้งจนเดินข้ามได้ เหลือน้ำใช้แค่ 38%
โคราชแล้งมาเร็วท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด น้ำลำน้ำลำตะคองเหือดแห้งคนเดินข้ามได้สบาย อ่างลำตะคองเหลือน้ำใช้การได้ 38% จากความจุกักเก็บ 314 ล้านลบ.ม.
แห่เจ้าแม่กวนอิมเบตงคึกคัก ม้าทรงไทย-มาเลย์กว่า 50 ชีวิตโชว์อภินิหาร
เบตงแน่นนักท่องเที่ยว ร่วมชมขบวนแห่พระเจ้าแม่กวนอิมรอบเมือง เสียงประทัดกึกก้อง ม้าทรงใช้มีดและเหล็กแหลมทิ่มร่างกายสร้างความหวาดเสียว พร้อมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว
สลด! หนุ่ม 31 พาหญิง 53 ซ้อน จยย.ล้มกลางถนนสุขุมวิท ก่อนถูกรถพ่วงทับซ้ำดับคู่
อุบัติเหตุสลดกลางเมืองสมุทรปราการ หนุ่มวัย 31 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พาหญิงวัย 53 ปี ซ้อนท้ายเสียหลักล้มกลางถนนสุขุมวิท

