อุกอาจกลางน้ำท่วม! ลูกชายตำรวจยศใหญ่ดักยิงคู่อริ 11 นัดดับคาหน้าเซเว่นปากพนัง เพื่อนขับปาเจโร่ลุยน้ำพาหลบหนี–ตร.ปิดเมือง 6 ชม.จับกุมได้ทั้งคู่
27 พฤศจิกายน 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุอุกอาจกลางดึกคืนก่อนหน้า (26 พ.ย.) หลังเกิดเหตุยิงกันบริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ถนนชายทะเล เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ท่ามกลางสภาพน้ำท่วมสูงในพื้นที่ โดย พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช รรท.ผกก.สภ.ปากพนัง พร้อมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนรีบรุดไปตรวจสอบทันที
ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งของคนร้ายและผู้บาดเจ็บจอดอยู่ริมถนนหน้าร้านท่ามกลางน้ำท่วมขัง และพบนายภานุเดช หรือ “สมายด์” อายุ 33 ปี ชาว ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่ง รพ.ปากพนัง ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 8 ปลอก และหัวกระสุนอีก 2 หัวตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
แพทย์ รพ.ปากพนังระบุผู้ตายถูกยิงรวม 11 แผล กระสุนเจาะศีรษะ 5 แผล ลำตัว 3 แผล แขน 2 แผล และหลัง 1 แผล ศพถูกส่งต่อแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อชันสูตรอย่างละเอียด
จากคำให้การของญาติผู้ตายและพยานในที่เกิดเหตุ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่ามือปืนคือ นายพล อายุ 22 ปี บุตรชายตำรวจระดับสารวัตร สังกัด สภ.แห่งหนึ่ง โดยนายพลทิ้งรถ จยย.ไว้ที่จุดเกิดเหตุ และมีเพื่อนขับรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่มารับ ก่อนขับลุยน้ำท่วมหลบหนีอย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ สั่งปิดล้อมพื้นที่ อ.ปากพนัง พร้อมประสานทุก สภ.รอบข้างสกัดจับ ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลปากพนัง ซึ่งได้อนุมัติหมายจับเลขที่ จ.193/2568 ให้จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
กระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 27 พ.ย. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมทั้งนายพลและเพื่อนคนขับปาเจโร่ได้โดยละม่อม พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ
เบื้องต้นนายพลรับสารภาพว่าเคยมีปัญหาขัดแย้งกับผู้ตายมาก่อน คืนเกิดเหตุทราบว่านายภานุเดชมาซื้อของที่เซเว่นฯ จึงขี่ จยย.ไปตรวจสอบ เมื่อพบคู่กรณีกำลังจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ จึงโทรเรียกเพื่อนมารอรับ ก่อนเดินปรี่เข้าไปยิงรัว 11 นัดจนแน่ใจว่าไม่รอด แล้วขึ้นรถหลบหนีไปจนถูกตามจับในที่สุด
เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการหวั่นสงครามสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ ทำปุ๋ยราคาพุ่ง
ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยที่บุรีรัมย์ หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทำให้ปุ๋ยยูเรียที่ส่วนมากผลิตและส่งมาจากประเทศแถบตะวันออกกลางราคาจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งผู้ประกอบการที่ยอดขายจะลดลง และเกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้น
รวบบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนถอนเงินสดในภาคอีสาน
บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้า ตระเวนถอนเงินสดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น หลังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง
ผู้ประกอบการเรือ-รถนำเที่ยว จ.ตราด ยังไม่ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร กัดฟันแบกต้นทุนน้ำมันอีก 1 เดือน
ผู้ประกอบการเรือ-รถโดยสาร จ.ตราด เผยได้รับผลกระทบเต็มๆ หากน้ำมันขึ้นราคา ระบุเรือโดยสารใช้น้ำมัน 4 พันลิตรต่อวัน รถโดยสาร 2.3 พันลิตรต่อวัน ชี้พิษสงครามทำต้นทุนพุ่ง จี้รัฐช่วยพยุงราคาก่อนแบกไม่ไหว
โคราชแล้งเร็ว เขื่อนลำตะคองแห้งจนเดินข้ามได้ เหลือน้ำใช้แค่ 38%
โคราชแล้งมาเร็วท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด น้ำลำน้ำลำตะคองเหือดแห้งคนเดินข้ามได้สบาย อ่างลำตะคองเหลือน้ำใช้การได้ 38% จากความจุกักเก็บ 314 ล้านลบ.ม.
แห่เจ้าแม่กวนอิมเบตงคึกคัก ม้าทรงไทย-มาเลย์กว่า 50 ชีวิตโชว์อภินิหาร
เบตงแน่นนักท่องเที่ยว ร่วมชมขบวนแห่พระเจ้าแม่กวนอิมรอบเมือง เสียงประทัดกึกก้อง ม้าทรงใช้มีดและเหล็กแหลมทิ่มร่างกายสร้างความหวาดเสียว พร้อมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว
สลด! หนุ่ม 31 พาหญิง 53 ซ้อน จยย.ล้มกลางถนนสุขุมวิท ก่อนถูกรถพ่วงทับซ้ำดับคู่
อุบัติเหตุสลดกลางเมืองสมุทรปราการ หนุ่มวัย 31 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พาหญิงวัย 53 ปี ซ้อนท้ายเสียหลักล้มกลางถนนสุขุมวิท

