'ชาวมานิ' ร้อง กสม.เข้าไม่ถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่มีโอกาสเลือกแม้แต่หลังคาบ้าน

24 ก.พ.2565 - ที่เพอร์เฟครูมรีสอร์ท นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ร่วมหารือกับนางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาชาวบ้านกลุ่มเปราะบางในจังหวัดสตูล อาทิ กลุ่มชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ กลุ่มชาวมันนิหรือมานิ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยซึ่งประชาชนกลุ่มนี้กำลังเผชิญปัญหาถูกเบียดขับจากที่อยู่อาศัยดั้งเดิม

นางปรีดาได้เล่าให้นายเอกรัฐฟังถึงกรณีที่มีชาวมันนิ มายื่นหนังสือร้องเรียนกับ กสม. เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การดำรงชีวิตในวิถีดั้งเดิม การประกอบอาชีพ รวมถึงการถูกให้ออกจากพื้นที่ทำกิน ส่งผลกระทบต่อชาวมันนิ และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย ขณะที่นายเอกรัฐ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ดำเนินการตามหน้าที่ของจังหวัดและเกิดสมดุลที่ดินทำกินกับธุรกิจการท่องเที่ยวซึ่งต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.45 น. ผู้แทนเครือข่ายมันนิ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มห้วยหนาน (เขาน้ำเต้า) กลุ่มวังนาใน กลุ่มมานิภูผาเพชร กลุ่มมานิวังคราม และกลุ่มราวปลา ในจังหวัดสตูลได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ผ่านนางปรีดา กรณีไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่สามารถซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและไม่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างอิสระ ฯลฯ รวมถึงการไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ตาม นโยบายของคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และยังถูกไล่ให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งนางปรีดา กล่าวว่าจะนำข้อร้องเรียนไปเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณา และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ด้านจิตติมา ผลเสวก ศิลปินซึ่งทำงานใกล้ชิดชุมชนและลงพื้นที่เก็บข้อมูลชาวมานิ ได้เขียนบทความระบุว่า ปัจจุบันมานิกระจายตัวกันอยู่เป็นกลุ่มๆละราว 30-40 คน บริเวณเทือกบรรทัดในจังหวัดสตูล ตรัง พัทลุง สงขลา และเทือกสันกาลาคีรีในสามจังหวัดภาคใต้ ส่วนหนึ่งอยู่ตามสวนตามไร่ของชาวบ้านที่มานิเรียกว่าคนบ้าน ส่วนหนึ่งยังอยู่ตามป่าลึก

จิตติมาระบุว่า แต่เดิมมานิมักจะเลือกที่พำนักในทำเลป่าที่มีตาน้ำไหล เพื่อความสะดวกในการดื่มกิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นน้ำสายต่างๆที่มีน้ำตกสวยงามน่าระเริงเล่น เหมาะต่อชีวิตที่ต้องการสถานที่ธรรมชาติสำหรับคนบ้าน เพื่อผ่อนคลายหลังจากตรากตรำทำงานหาปัจจัยยังชีพ เมื่อสถานที่เยี่ยงนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมานิก็กลายเป็นสิ่งประดับหนึ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวได้มาชมความเป็นอื่นที่ตัวเองไม่มี มาแสดงความเห็นใจและช่วยเหลือ ตามที่ถูกปลูกฝังกันมาว่า เป็นคนไทยต้องมีน้ำใจช่วยเหลือกัน

ศิลปินรายนี้ระบุด้วยว่า สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งมีชาวมานิพำนักอยู่ในขนำ(กระท่อม)ที่ปลูกด้วยไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยใบไม้และหญ้าคา เคยมีหน่วยงานเอกชนที่ทำงานด้านสิทธิจัดหากระเบื้องมามุงหลังคาให้ แต่มีบางคนที่ดูแลมานิกลุ่มนี้บอกว่าถ้ามุงหลังคาด้วยกระเบื้องต่อไปจะมีใครเขามาสงสาร จะไม่มีใครบริจาคของให้ บางคนมีความเห็นว่าเสาขนำโยกเยกอาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักกระเบื้อง

“เฒ่าไข่ชาวมานิที่ฉันคุยด้วยบอกว่า อยากได้หลังคาดีๆฝนจะได้ไม่รั่ว ของไม่เปียก ลูกหลานจะได้ไม่เป็นหวัดขี้มูกย้อย คนที่มาเขาคงไม่ได้มาดูหลังคาบ้านมานิแต่เขามาดูหัวมานิมากกว่า ถ้าไม่ให้ใช้กระเบื้องก็ขอเป็นสังกะสีแล้วจะใช้หญ้าคาปูทับก็ได้”จิตติมาระบุ และว่า อาจจะเป็นคำพูดซื่อๆที่ออกมาจากหัวใจ เพราะไม่คิดว่ามานิจะช่างเสียดสี ส่วนใครจะขำขื่นกับคำพูดนี้ก็ได้ ขื่นกับมานิผู้ไม่สามารถเลือกแม้แต่หลังคาที่พำนัก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซาบีดา' เปิดฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด ดันสตูลสู่ฮับท่องเที่ยวฮาลาลอาเซียน

สตูลเปิดฉากยิ่งใหญ่! “ซาบีดา” เปิดงาน “ฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด 2026” ยกทัพร้านเด็ด ชู “รัฐบาลอนุทิน” ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างมูลค่า ผสานไทย - มลายู สร้างร

ทร. เปิดผลสอบทหารเกณฑ์โดนรับน้องโหด ลงโทษรุ่นพี่ 15 นาย ข้าราชการ 2 นาย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏกรณีการใช้ความรุนแรงต่อทหารกองประจำการ ซึ่งได้สร้างความกังวลต่อสังคมและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และยืนยันตั้งแต่ต้นว่าไม่ยอมรับการกระทำที่เป็นการใช้ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ

รัฐบาลโอนแล้ววันนี้! 3 กลุ่มเปราะบางรับเงินสูงสุด 1,000 บาท

รัฐบาลโอนเงินช่วยเหลือประจำเดือนมิถุนายนให้ 3 กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี พร้อมกันวันนี้  โดยผู้สูงอายุอายุ 90 ปีขึ้นไปรับสูงสุด 1,000 บาท ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบยอ

ยายวัย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน ไม่ผ่านเกณฑ์รับสิทธิบัตรคนจน

ผู้ใหญ่บ้านทุ่งไผ่ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลคุณยาย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน หลังชวดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหตุเคยมีเงินบริจาคหลักแสน แม้ความจริงถูกใช้จ่ายเกือบหมดแล้ว เร่งส่งข้อมูลอำเภอ พิจารณาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่น