
5 ม.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่บ้านสันติสุข และ บ้านหนองตาเลิฟ ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพื้นที่ดังหล่าวอยู่ติดกับปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ชาวบ้านต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย ยางพารา นาข้าว โดยชาวบ้านในละแวกแถวนี้ส่วนใหญ่แล้วประกอบอาชีพทางการเกษตรเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ตอนที่รบรอบที่ 2 เป็นช่วงที่ชาวบ้านชายแดนกำลังเก็บเกี่ยวผลพลิตทางการเกษตรพอดี หลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศให้อพยพ หลายคนต้องทิ้งพืชผลทางการเกษตรเพื่อหนีตายจากเหตุปะทะในครั้งนั้น จนกระทั่งวันที่ 27 ธ.ค. 68 สถานการณ์สงบหลังมีการเจรจาหยุดยิง ชาวบ้านก็รีบกลับบ้านเพื่อมาจัดดการพืชพลทางการเกษตรต่อให้แล้วเสร็จ
โดยผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูคุยกับชาวบ้านชายแดน ที่กำลังเร่งเกี่ยวผลพลิตทางการเกษตร โดยชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวว่า หวั่นมีรอบ 3 จึงต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อีกครั้งจะได้อพยพไปแบบไม่ต้องเป็นห่วงนาไร่

นายวิหาร สามเพา อายุ 60 ปี (คนรับซื้อยางพารา บ้านสันติสุข สวมเสื้อแขนยาว แดง-ดำ) เล่าว่า ช่วงนี้เป็นช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษรหวั่นอาจมีการปะทะรอบที่ 3 โดยช่วงนี้ตนเองก็เฝ้าระวังสถานการณ์ โดยติดตามข่าวสารตลอดเวลา ถ้ามีการปะทะจะรีบอพยพออกไปจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด และตอนนี้ต้องเร่งเคลียร์ยางล็อตเก่าออก เพราะลูกค้านำยางพารามาขายตลอดแทบจะทุกวัน เกรงถ้ามีรอบที่ 3 จะไม่ทันการ โดยตอนที่ปะทะรอบที่ 2 มีลูกกระสุนปืนใหญ่เขมรยิงมาตกรอบสวนยางและระเบิดแตกกลางอากาศ ทำให้โรงรับซื้อยางได้รับความเสียหายไปด้วย

ด้านนายสุบัน ลวกไทสงค์ อายุ 64 ปี (ชาวบ้านตาเลิฟ ที่เพาะปลูกการเกษตร สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า) เล่าว่า หลังจากที่ปะทะรอบที่ 2 เขมรยิงปืนใหญ่และBM-21มาตกใส่ไร้อ้อยของตน จนเกิดเพลิงลุกไหม้เกือบหมด ตอนนี้ตนเองหวั่นอาจมีการปะทะรอบที่3น่าจะมีแน่นนอนมีความรู้สึก จึงต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย3ไร่ และนาข้าวที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จจะปลูกอ้อยต่อ ได้เท่าไหรเอาเท่านั้น ถ้าได้ก่อนรบเมื่อไหร่ก็จะได้รีบหนีไปก่อน ตนคิดว่าเขมรมันไม่ยอมหรอก เพราะเราได้ยึดพื้นที่เราคืนทั้งหมดแล้วมันจะกลับมารบอีกแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านชายแดนตอนนี้ยังคงมีความรู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา หวั่นมีรอบที่ 3 เพราะเขมรไว้ใจไม่ได้จึงต้องรีบเร่งเคลียร์ไร่นาเท่าที่จะทำได้ และต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากมีการปะทะอีกจะได้ทันท่วงที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื
'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ
ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย
กต.ซัดเล่ห์เขมร บิดเบือนคำพูดผู้นำเมียนมาหาประโยชน์ฝ่ายตัวเอง
“กต.” ตอกหน้า ”กัมพูุชา “ บิดเบือนคำพูด “มินอ่องไลง์“ นำไปใช้ขยายความเข้าข้างฝ่ายตัวเอง สร้างบรรยากาศไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา
สยบลืองบ 31 ล้านช่วยเขมร 'โฆษกรบ.' แจงเงิน 18.2 ล้าน ชำระหนี้ดอกเบี้ยตามสัญญาโครงการเดิม
โฆษกรัฐบาล แจงกรณีมีข่าวการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาท
ผอ.JIC แฉเขมรมี 'ทหารผี' ยอดไม่ตรงจริง ย้ำไทยไม่คิดยึดดินแดน
ผอ.JIC เผยเคยจับทหารกัมพูชาปลอมเป็นชาวบ้านแฝงเข้าพื้นที่ 2-3 ครั้ง ชี้ไทยวางกำลังเพื่อป้องกันชาย

