แม่ค้าชายแดน ผวาปะทะ รอบ 3 หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด ขาขาด

แม่ค้าชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หวั่นปะทะ รอบ 3 หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ขาขาด 1 นาย โดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บอีก 2 นาย วอนรัฐบาลและทหารเร่งจัดการให้จบโดยเร็ว โอดอพยพแต่ละครั้งเดือดร้อน สูญเสียรายได้ แม้จะได้เงินเยียวยาแต่ก็ไม่สอดคล้องกับผลกระทบ

12 กุมภาพันธ์ 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ที่บริเวณชายแดนช่องสะงำ อ.ภูสิง จ.ศรีสะเกษ เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.69) ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย ในจำนวนนี้ มีทหารที่ขาซ้ายขาด 1 นาย ส่งผลให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนกลับมาตรึงเครียดอีกครั้ง

ล่าสุด วันนี้ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณชายแดน อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ก็พบประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ยังดำเนินชีวิตประจำวันกันตามปกติ แต่จากการสอบถามส่วนใหญ่ก็เริ่มมีความกังวลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่ฝ่ายกัมพูชามีการสร้างสถานการณ์ยั่วยุมาตลอด จะทำให้มีการยิงปะทะกันอีกเป็นรอบที่ 3 หรือไม่

ทั้งชาวบ้านและแม่ค้าต่างก็ไม่อยากให้มีการสู้รบกันอีก เพราะการอพยพแต่ละครั้งส่งผลกระทบหลายอย่าง ทั้งต้องทิ้งบ้านเรือน ขาดรายได้ เพราะไม่สามารถทำมาหากินหรือค้าขายของได้ เพราะการสู้รบ 2 รอบที่ผ่านมา ก็ทำให้ชาวบ้าน เกษตรกร และพ่อค้าแม่ หลายคน ต้องมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่เงินเยียวยาที่ได้รับไม่สอดคล้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล และทางกองทัพ เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาพิพาทแนวชายแดนให้จบลงโดยเร็ว เพื่อที่ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า จะได้ใช้ชีวิตและทำมาหากินเป็นปกติสุขเหมือนเดิม ไม่ต้องคอยอยู่กันแบบหวาดระแวงเช่นนี้

น.ส.นารี เต็งรัมย์ แม่ค้าไก่ทอด บอกว่า จากการยิงปะทะ 2 รอบที่ผ่านมา ต้องอพยพออกจากพื้นที่ไม่ได้ขายของ ก็เดือดร้อนขาดรายได้ที่จะจุนเจือครอบครัว และทุกวันนี้ก็ยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ไม่รู้จะรบกันอีกตอนไหน ช่วงนี้ที่ไม่มีการยิงปะทะกัน แม้จะกลับมาทำการค้าขายได้แล้ว แต่ยอดขายก็ไม่ได้เหมือนเดิม เพราะชาวบ้านที่เป็นลูกค้าก็เป็นคนชายแดนได้รับผลกระทบเหมือนกัน

อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้จบเบ็ดเสร็จไม่ต้องมีการสู้รบกันอีก เพราะไม่อยากต้องมีการอพยพกันอีกแล้ว แต่หากจำเป็นต้องรบก็พร้อมอพยพ แต่ขอให้จัดการให้จบไปเลย

ด้านนางอ่อน แสงรัมย์ อายุ 71 ปี ซึ่งมีอาชีพขายผลไม้รถ จยย.พ่วงข้าง ยอมรับว่า ทุกวันนี้ก็ยังระแวงไม่รู้จะรบกันอีกวันไหน จึงยังไม่เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า เพราะจากกระแสข่าวบอกว่าอาจจะมีรบกันอีกรอบ 3 รอบ 4 ก็อยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้จบเร็วๆ เพราะทั้งชาวบ้าน เกษตรกรเดือดร้อนไม่ได้ทำมาหากินแบบปกติ ต้องคอยระแวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับทราบเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิด สูญเสียขา ชี้เป็นของเดิมอยู่ในพื้นที่เขมรเคยยึดครอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าได้รับทราบรายงายกรณีทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษแล้ว ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดที่ได้ทำการเก็บกู้อย่างต่อเนื่อง

เกษตรกรชายแดน ยอมเสี่ยงกรีดยางช่วงปิดหน้ายาง หาเงินใช้จ่าย เก็บทุนสำรองไว้เผื่อปะทะรอบ 3

เกษตรกรชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งกรีดยางพาราไปขายแม้จะเป็นช่วงปิดหน้ายาง ใส่ปุ๋ยบำรุงต้น เพื่อหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้ และเก็บสำรองไว้เป็นค่าน้ำมันรถอพยพ หากมีการปะทะอีกรอบ 3 โอดช่วงสู้รบ 2 รอบที่ผ่านมาขาดรายได้หลายหมื่น ทุกวันนี้ยังต้องอยู่แบบหวาดระแวง

แม่ค้าชายแดน จ.บุรีรัมย์ ขอนายกฯอนุทิน รักษาสัญญา 'ปิดด่าน' ดีใจภูมิใจไทยได้อันดับ 1

แม่ค้าชายแดน จ.บุรีรัมย์ ขอนายกฯอนุทิน รักษาสัญญา "ปิดด่าน" หวั่นแก๊งคอลเซ็นเตอร์คืนชีพกลับมาดูดเงินสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้คนไทย ทั้งจะเป็นการต่อท่อน้ำเลี้ยงให้เขมรเอาเงินจากบ่อนคาสิโน สแกมเมอร์ ไปซื้ออาวุธรบกับทหารไทย

เกษตรกร อ.บ้านกรวด ทยอยโดนยึดรถระนาว เหตุสู้รบชายแดนกระทบหาเงินจ่ายค่าผ่อนรถ วอนไฟแนนซ์เห็นใจ

ชาวบ้านชายแดน อ.บ้านกรวด โดนยึดรถยนต์แล้ว 5 คัน และจ่อถูกยึดอีกกว่า 1,400 คัน ผลพวงปะทะไทย-กัมพูชา 2 รอบและปัญหาพิพาทยืดเยื้อ ไม่สามารถทำมาหากินได้ปกติขาดรายได้ ทำให้ค้างชำระค่างวดโอดทำเรื่องขอผ่อนผันตามเงื่อนไขไฟแนนซ์แต่ก็ยังโดนยึด วอนไฟแนนซ์เห็นใจ และเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือ

ทบ. รอดูความจริงใจกัมพูชา ก่อนถก JBC ครั้งต่อไป ต้องมั่นใจพื้นที่ชายแดนปลอดทุ่นระเบิด

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า