เอกชนเชียงใหม่โอดต้นทุนพุ่งแล้ว 5%

Oplus_131072

นายกสมาคมร้านอาหารฯ เชียงใหม่ โอดต้นทุนพุ่งแล้ว 5% พิษสงคราม-พลังงาน วอนรัฐคุมราคาก๊าซ-วัตถุดิบ พร้อมชูโมเดลลดขยะอาหารสู้วิกฤต เตรียมจัดใหญ่แข่งทำ 'ขันโตก' ดึงนักท่องเที่ยวรับสงกรานต์

26 มี.ค.2569 - นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิงในพื้นที่ขณะนี้ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการกำลังเริ่มได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าขนส่ง ราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์และค่าไฟฟ้าซึ่งยังมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นต่อหากวิกฤตยังไม่ยุติ โดยประเมินว่า ขณะนี้ต้นทุนการประกอบธุรกิจได้ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5 แล้วและยังมีทิศทางที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องตามราคาพลังงาน นอกจากนี้ยังเริ่มเห็นการขยับขึ้นราคาของสินค้าบางรายการ เช่น น้ำมันพืช และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ได้ปรับราคาขึ้นอีกขวดละ 2 บาท ซึ่งเชื่อว่าอีกหลายรายการอาจจะมีการขยับตัวหลังจากราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างน่ากังวล

อย่างไรก็ตามท่ามกลางภาระต้นทุนด้านการผลิตที่สูงถึงร้อยละ 30-40 และต้นทุนด้านแรงงานอีกร้อยละ 15-20 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะ "ตรึงราคาอาหาร" เพื่อรักษากลุ่มลูกค้าไว้ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือน ทำให้กำลังซื้อลดลงและการออกมาทานอาหารนอกบ้านชะลอตัวลง การปรับขึ้นราคาในเวลานี้จะยิ่งเป็นการผลักไสลูกค้า ผู้ประกอบการจึงต้องหันมาปรับตัวด้วยการทำโปรโมชัน จัดเมนูอาหารชุด (Combo Set) และเน้นการขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่มากขึ้น เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค

นายธนิต กล่าวถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดว่า ผู้ประกอบการได้นำบทเรียนจากช่วงโควิด-19 มาปรับใช้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ลดการสั่งเผื่อเหลือเผื่อขาดเพื่อป้องกันวัตถุดิบเน่าเสีย สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่มีสายป่านสั้น มักจะประสบปัญหาไม่สามารถกักตุนวัตถุดิบที่กำลังจะขึ้นราคาได้เหมือนรายใหญ่ จึงต้องสั่งซื้อเท่าที่จำเป็นและหมุนเวียนเงินทุนวันต่อวัน

นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังได้รณรงค์โมเดลการลดขยะอาหาร (Food Waste) ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น การยกเลิกการใช้ผักสลัดมารองก้นจานเพื่อความสวยงามในเมนูยำต่างๆ เนื่องจากพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รับประทานและต้องทิ้งเป็นขยะ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนออาหารเช่นนี้ สามารถลดปริมาณขยะอาหารลงได้ถึงร้อยละ 70-80 ซึ่งส่งผลดีต่อการลดต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาแพงในช่วงหน้าแล้งได้อย่างมหาศาล

“แม้สถานการณ์ช่วงนี้จะยากลำบาก แต่ผู้ประกอบการยังคงเห็นใจพนักงานและยังไม่มีสัญญาณของการเลิกจ้างหรือปิดกิจการแต่อย่างใด” นายธนิตกล่าว

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง ยอมรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลกระทบซ้ำซ้อนจากทั้งความกังวลเรื่องสงครามและปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ปกติแล้วช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3-4 วัน จะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้ร้อยละ 10-20 หากสถานการณ์ยังไปต่อยังกังวลว่าบรรยากาศสงกรานต์อาจจะเงียบเหงาลงและมีผลต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างเลี่ยงไม่ได้ทางสมาคมฯ จึงมีข้อเสนอเร่งด่วนถึงหน่วยงานภาครัฐ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ขอให้ภาครัฐใช้กลไกเข้าควบคุมราคาต้นทุนสินค้าต้นน้ำ วัตถุดิบ น้ำมัน และโดยเฉพาะ "ก๊าซหุงต้ม" และค่าไฟ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหาร รวมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงให้ร้านอาหารสามารถซื้อผลผลิตจากเกษตรกรได้โดยตรงเพื่อลดขั้นตอนของพ่อค้าคนกลาง และ 2. เรียกร้องให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อย่าเพิ่งระงับแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยขอให้ปรับเป้าหมายจากการทำตลาดฝั่งยุโรปหรือตะวันตกที่เดินทางลำบาก หันมาดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวโซนตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเซีย ที่ยังคงเดินทางมาได้สะดวกแทน

ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ เตรียมจัดการประกวดแข่งขันทำ "ขันโตก" ในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานวันสแควร์ โครงการวันนิมมาน โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบขันโตกที่กำลังเลือนหายไปให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง การแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 20 ทีม โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องจัดสำรับอาหาร 9 อย่าง ซึ่งมีเมนูบังคับที่ต้องปรุงสดหน้างาน 3 อย่าง ได้แก่ ลาบหมูคั่ว แกงขนุน และน้ำพริกหนุ่ม พร้อมทั้งต้องทำคลิปวิดีโอเล่าเรื่องราว (Storytelling) ความยาว 1 นาที เพื่อใช้โปรโมทการท่องเที่ยวต่อไป สำหรับรางวัลชนะเลิศจะได้รับสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง พร้อมใบประกาศเกียรติคุณระดับ 3 ดาว ส่วนรางวัลรองชนะเลิศรับทองคำหนักครึ่งสลึง จึงเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ที่เชียงใหม่ โดยยืนยันว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังมีเสน่ห์ที่หลากหลาย ทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ อาหารและน้ำใจไมตรีของชาวเชียงใหม่ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและรับรองว่ากิจกรรมประเพณีสงกรานต์ในปีนี้จะยังคงความมีมนต์เสน่ห์ในทุกพื้นที่เช่นเดิม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ค่าไฟ' แพงแน่! หลังสงครามดันราคา LNG โลกพุ่ง ชง 4 มาตรการรับมือ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เตือน ปชช. เตรียมเผชิญ “ค่าไฟแพง” หลังสู้รบตะวันออกกลางกระทบการผลิตก๊าซธรรมชาติ ดันราคาก๊าซ LNG โลกพุ่ง-ราคาในประเทศสูงกว่าเดิมเท่าตัว จับตาค่าไฟงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 2569 ระบุวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำไทยหา LNG เพิ่มได้อีกไม่มาก เสนอรัฐเร่ง “ฟื้นโรงไฟฟ้าเก่า”

เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน รับ อุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการด้า

บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผล

รมว.พลังงานย้ำใช้กองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาดีเซลต่อควบคู่มาตรการอื่น

'อรรถพล' ย้ำใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาดีเซลต่อควบคู่มาตรการอื่น หลังเงินไหลออกมากกว่าวันละพันล้าน ระบุ ดีเซลเคยขึ้นถึงลิตรละ 35 บาทก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหตุผลการปรับขึ้นราคาสินค้า