
‘กรมทางหลวง’อัปเดต โปรเจกต์อุโมงค์ทางลอด-วงเวียน ‘แยกดงอู่ผึ้ง – แยกวนารมย์’คืบหน้า 66.9% ล่าช้า 4.4% โควิด-19 กระทบพ่วงขาดแคลนแรงงาน-เหล็ก คาดเปิดใช้ทางการ ก.ค. 65 หนุนการค้าชายแดนเชื่อม สปป.ลาว
7 มี.ค.2565-นายเอกพงศ์ เศรษฐมานพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 231 กับทางหลวงหมายเลข 23 (แยกดงอู่ผึ้ง) พร้อมทางคู่ขนานระหว่าง กม.0+100-กม.4+160 อุโมงค์ทางลอดขนาด 6 ช่องจราจรไป–กลับ และวงเวียนขนาด 3 ช่องจราจร และโครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 231 กับทางหลวงหมายเลข 212 (แยกวนารมย์) รูปแบบอุโมงค์ทางลอดขนาด 4 ช่องจราจรไป–กลับ และวงเวียนขนาด 2 ช่องจราจร วงเงิน 798.65 ล้านบาทว่า ขณะนี้โครงการฯ มีความคืบหน้า 66.9% ช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้อยู่ประมาณ 4.4%
สำหรับสาเหตุที่มีความล่าช้านั้น เกิดจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 209 (โควิด-19) ส่งผลให้แรงงานต้องหยุดชะงัก ประกอบกับการโยกย้ายสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ประปา ไฟฟ้า และสายสัญญาณโทรศัพท์แล้วเสร็จไม่ทัน รวมถึงเหล็ก ซึ่งเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างขาดตลาด ดังนั้น จากสาเหตุดังกล่าว สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง เจ้าของงาน ได้พิจารณาขยายอายุสัญญาออกไป 317 วัน หรือสิ้นสุดสัญญาใน ก.พ. 2566 จากเดิมสิ้นสุดสัญญาเมื่อ เม.ย. 2565 อย่างไรก็ตาม แขวงฯ ได้แจ้งผู้รับจ้างให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่า งานโยธาจะแล้วเสร็จภายใน มิ.ย. 2565 และเปิดให้บริการภายใน ก.ค. 2565
นายเอกพงศ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการทางแยกต่างระดับแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ จังหวัดอุบลราชธานีนั้น เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าว ที่มีปริมาณจราจรหลายหมื่นคันต่อวันให้มีความคล่องตัว และสัญจรไป–มาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้ง เส้นทางบริเวณแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์นั้น ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงเป็นการสนับสนุนการค้าชายแดน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว สามารถเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาวได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามส่วนกรณีข้อห่วงใยว่า หากมีปริมาณน้ำฝนมาก อุโมงค์ทางลอดของทั้ง 2 โครงการ จะมีการท่วมขังหรือไม่ นายเอกพงศ์ กล่าวว่า ไม่น่าห่วงแต่อย่างใด เนื่องจากอุโมงค์ทางลอดทั้งแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ มีความลึกประมาณ 6-8 เมตรรวมฐานราก และมีจุดรวมน้ำอยู่ภายในอุโมงค์ พร้อมมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่หลายเครื่อง ที่สามารถผันน้ำออกจากอุโมงค์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อระบายน้ำไปสู่คลองส่งน้ำที่เชื่อมต่ออยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ทั้งนี้ในปัจจุบันระดับน้ำในคลองที่จะรับน้ำจาก 2 แยกนี้ ยังมีระดับที่ต่ำกว่ามาก เช่น มูลน้อยที่จะรับน้ำจากดงอู่ผึ้ง น้ำมีระดับต่ำกว่า 6 เมตร และคลองนาควายที่จะรับน้ำจากแยกวนารมย์ ระดับน้ำยังต่ำกว่า 3 เมตร ส่วนคลองเปะปะ หรือคลองนาควายที่พาดผ่านบิ๊กซี-แมคโคร ก่อนระบายลงสู่ห้วยแจระแม มีสภาพตื้นเขินและมีสิ่งไม่พึงประสงค์กีดขวางน้ำอยู่มาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย
ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69
สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ไทยจับมือ สปป.ลาว-มาเลเซีย ผนึกกำลังลงนาม LTMS-PIP ระยะที่ 2 ขยายการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟ้าข้ามพรมแดน ก้าวสำคัญสู่ ASEAN Power Grid
สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย จับมือเดินหน้าผสานพลังความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค ลงนามสัญญา EWA ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน

