ทล.โชว์ผลสำเร็จ ’อุโมงค์เชื่อมผืนป่า 304‘ หนุนถนนอยู่ร่วมธรรมชาติ

‘กรมทางหลวง’ ยัน ‘อุโมงค์เชื่อมผืนป่า ทล.304’ หลังเปิดใช้ตั้งแต่ปี62 ใช้งานได้จริง เพิ่มประสิทธิภาพลดอุบัติเหตุ–เชื่อมท้องถิ่น เดินหน้าดันทางหลวงคาร์บอนต่ำ–ขยายโมเดลทั่วประเทศ สะท้อนโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม หนุนสมดุลระบบนิเวศระยะยาว

19 ก.พ.2569-นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 10 พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ร่วมให้การต้อนรับ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องในโอกาสลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการอุโมงค์เชื่อมผืนป่า (Wildlife Corridor) บนทางหลวงหมายเลข 304 จังหวัดปราจีนบุรี

นายปกรณ์ กล่าวว่า กรมทางหลวงได้รายงานแนวคิดการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมผืนป่า บนทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ามรดกโลก โดยออกแบบเป็นอุโมงค์ระดับพื้นถนน และจัดให้มีพื้นที่ด้านบนเป็นทางเชื่อมให้สัตว์ป่าสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และพฤติกรรมสัตว์ป่า ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการคุ้มครองระบบนิเวศอย่างสมดุล

สำหรับผลการติดตามภายหลังการเปิดใช้ในปี 2562 พบว่า สัตว์ป่าสามารถใช้งานอุโมงค์เชื่อมผืนป่าได้จริงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสัตว์ป่าหลากหลายกลุ่ม โดยเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากรายงาน EIA เดิม พบว่าความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 156 ชนิด เป็น 172 ชนิด สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเชื่อมต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า การลดผลกระทบจากการแบ่งแยกพื้นที่ธรรมชาติ และการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุระหว่างยานพาหนะกับสัตว์ป่า อันเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเสริมสร้างความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครราชสีมา ยังมีโครงการสำคัญอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้แก่ โครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3486 ช่วงบ้านกุดเตย – บ้านใหม่ไทยถาวร และทางหลวงหมายเลข 348 ช่วงอำเภอตาพระยา – อำเภอโนนดินแดง และการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำแผนการพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 61 (MR2) ช่วงปราจีนบุรี – นครราชสีมา ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการ

ทั้งนี้กรมทางหลวงยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ทางหลวงคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน โดยจะนำผลสัมฤทธิ์จากโครงการอุโมงค์เชื่อมผืนป่าไปต่อยอดและขยายผลแนวคิด “ถนนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ” ให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นทั่วประเทศต่อไป เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สิริพงศ์’เร่งเครื่องอุ้ม 7 กลุ่มขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร-ลดผลกระทบน้ำมันแพง

“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

2 มิ.ย.นี้ สรุปข้อเท็จจริง’รถไฟชนรถเมล์’เร่งเดินหน้าหามาตรการอุดช่องโหว่จุดตัดมรณะ

ชนถูกตรวจละเอียดทุกวินาที ย้ำยังไม่ชี้ใครผิด เดินหน้าหามาตรการอุดช่องโหว่จุดตัดมรณะ “อโศก–ดินแดง” ด้านตำรวจขยายผลแกะทะเบียนรถต้องสงสัยฝ่าฝืนจราจร เตรียมถกทุกหน่วยงาน 22 พ.ค. วางแผนแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว หวังหยุดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกครั้ง

สบพ. สร้างชื่อคว้าแชมป์มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินดันดับ1

‘ภัทรพงศ์’ ปลื้ม สถาบันการบินพลเรือนคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินที่คนอยากเรียนมากที่สุดปี 2568 ลุยยกระดับศูนย์ฝึกบินมาตรฐานโลก ดันไทยสู่ Aviation Hub และศูนย์กลางฝึกอบรมการบินระดับสากล