โคราชรองอธิบดีกรมการปกครอง ลุย กวาดล้าง “เกิดทิพย์” เพิกถอนแล้ว 50 ราย จ่อเพิกถอนอีก 1 ราย ย้ำ เปิดช่องอุทธรณ์ 15 วัน เปิดปฏิบัติ “จักรวาลกุมารจีน” แฉใบเกิดทิพย์ 66 ราย พัวพันบ้านผี 4 หลัง ลากยาวหลายปี ส่อโยงเครือข่ายใหญ่ จ่อหมายจับ จนท.รัฐ ที่ร่วมแก๊งอีกหลายคน
5 พฤษภาคม 2569 - ที่สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และเป็นประธานประชุมติดตามกรณีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบ หรือ “เกิดทิพย์” ที่มีการนำไปใช้เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติ โดยที่ประชุมฯ มี นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง , นางศุภาณัน คงเกษมภิบาล นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองนครราชสีมา , นายอำเภอสีคิ้ว , นายอำเภอห้วยแถลง และนายอำเภอประทาย ตลอดจน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีคำบลโพธ์กลาง เปิดเผยความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในพื้นที่ช่วง 5-6 ปี พบรายชื่อบุคคลต้องสงสัยรวม 51 ราย ขณะนี้ได้ดำเนินการเพิกถอนสถานะทางทะเบียนแล้ว 50 ราย เหลืออีก 1 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อยืนยันตัวตน
ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมการปกครองได้แจ้งรายชื่อ 5 รายแรก และมีคำสั่งเพิกถอนเพิ่มเติมอีก 22 ราย รวมเป็น 27 ราย ก่อนจะมีการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิกถอนเพิ่มอีก 23 ราย ส่งผลให้ยอดรวมการเพิกถอนล่าสุด อยู่ที่ 50 ราย
ทั้งนี้ นายกิติพงศ์ ยืนยันว่า การตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมครบถ้วนแล้ว และไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน หากพิสูจน์ได้ว่ามีตัวตนและที่อยู่ชัดเจน ก็สามารถขอคืนสิทธิได้ แต่หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จะถือว่าสิ้นสภาพทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศยกเลิกสถานะไปแล้ว เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในการทำนิติกรรมต่าง ๆ
ด้านนายวิฑูรย์ ศิรินุกุล กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้า ประเมินปัญหาอุปสรรค และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม ตรวจพบลักษณะปัญหาเดียวกันอีกประมาณ 18 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน โดยเข้ามาปรึกษาแนวทางจากเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ทั้งในด้านการออกคำสั่ง การตรวจสอบข้อมูลกับสถานพยาบาล และกระบวนการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ระบุเพิ่มเติมว่า กรณีในพื้นที่หนองไผ่ล้อม มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลเดียวกันตั้งแต่ขั้นตอนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่พื้นที่อื่น เช่น อำเภอประทาย อำเภอห้วยแถลง และอำเภอสีคิ้ว เป็นการดำเนินการในระดับอำเภอ และไม่เกี่ยวข้องกับทะเบียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง
นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบขบวนการออกสูติบัตรโดยมิชอบ หรือ “ใบเกิดทิพย์” ภายใมต้ปฏิบัติการ "เปิดจักรวาลกุมารจีน" ว่า เบื้องต้นได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมแล้วประมาณ 13 ราย ก่อนขยายผลร่วมกับเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และทีมงานส่วนกลางของกรมการปกครอง
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบผู้เกี่ยวข้องแล้วมากกว่า 50 ราย โดยอาจเพิ่มสูงถึงประมาณ 66 ราย และบ้านผี 4 หลัง โดยตัวเลขยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก ย้อนหลังหลายปี ซึ่งพบว่าการกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะช่วงเวลา
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ทำผิด พบว่า อดีตปลัดอำเภอคนดังกล่าวนั้นยังเคยทำงานร่วม 4 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อำเภอห้วยแถลง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอสีคิ้ว และอำเภอประทาย โดยที่ระหว่างดำรงตำแหน่งอยู่นั้น ได้มีการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่เคยดำรงตำแหน่ง และทำงานอยู่ในทั้ง 4 อำเภอ จนทำให้ปรากฏชื่อการแจ้งเกิดทิพย์ รวมไปถึงการแก้ไขทะเบียนราษฎร์หลายรายการทั้ง 4 อำเภอ
รวมทั้งยังพบความเชื่อมโยงกรณี “บ้านทิพย์” หรือบ้านที่ใช้เป็นที่อยู่ปลอม โดยในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง พบแล้ว 4 หลัง ขณะที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ต้องหา แม้บางรายยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ฯ มั่นใจว่า มีความชัดเจนเพียงพอ เนื่องจากศาลได้พิจารณาอนุมัติหมายจับแล้ว ในส่วนของการสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจพบบุคคลในบัญชีเฝ้าระวังบางราย พยายามเดินทางออกนอกประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่สามารถระงับการเดินทางไว้ได้ทัน
รองอธิบดีกรมการปกครอง ระบุอีกว่า ขณะนี้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง 6 หน่วยงานหลัก อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านทะเบียนราษฎรอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศ ทั้ง 878 อำเภอ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้มงวดการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ และการออกสูติบัตรให้เด็กที่มีบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ “หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง แต่หากพบว่ามีเจตนากระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย มีความชัดเจนในการเดินหน้าตรวจสอบและรื้อระบบทะเบียนทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต และเร็วๆนี้อาจจะเปิดปฏิบัติการจับกุมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้รอหมายจับอยู่ คาดว่า จะจับผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ
เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน
ทั่วประเทศคุมเข้ม! กรมการปกครองออก 6 มาตรการหลังเหตุสลด สกัดปืน-ป้องกันเลียนแบบ
กรมการปกครองกำชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศยกระดับมาตรการเชิงรุก หลังเหตุสะเทือนขวัญโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี คุมเข้มการครอบครอง-พกพาอาวุธปืน เพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน-ห้าง พร้อมเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ป้องกันเหตุซ้ำและการเลียนแบบ
'พลพีร์' ฮึ่ม! จะเอากุ๊ยออกนอกประเทศ สอบเส้นเงินโครงข่ายนอมินีในภูเก็ตกว่า100บริษัท
'พลพีร์' เผย พบกว่าร้อยบริษัทในภูเก็ตเกี่ยวข้องโครงข่ายนอมินี มีรายได้กว่า 5 พันล้าน เป็นอิสราเอลถือสัญชาติไทย สั่งสอบเส้นเงิน ลั่น ดำเนินคดีเต็มที่ ฮึ่ม จะเอากุ๊ยออกนอกประเทศ
โคราชจัดยิ่งใหญ่ 'งานแห่เทียนพรรษา' 23 ขบวนโชว์สุดอลังการ ประกาศผลชนะเลิศคืนนี้
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษาของจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “พุทธศิลป์ และแสงธรรมแห่งศรัทธา” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
ครม. ไฟเขียวยืดอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' 20 ก.ย. คืนสิทธิ 4 กลุ่ม เริ่มใช้ 1 ต.ค.
ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' ไป 31 ส.ค. แก้ข้อมูลไม่เกิน 20 ก.ย. สิทธิเก่าใช้ได้ถึง 30 ก.ย. ส่วนรอบใหม่เริ่ม 1 ต.ค. คืนสิทธิ 4 กลุ่ม มท. ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง

