ชาวนาเริ่มไถหว่านปลูกข้าว โอดแบกรับต้นทุนเพิ่มสูง วอนรัฐบาลแก้ให้ตรงจุด ชี้มาตรการสินเชื่อสร้างภาระหนี้ไม่จบสิ้น

7 พฤษภาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เริ่มไถหว่าน เตรียมปลูกข้าวนาปี ท่ามกลางความกังวลว่า การทำนาปีนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม อันเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันซึ่งเป็นตุ้นทุนหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าน เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยไร่ละ 50-100 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

นายบุญเผื่อน ใจตรง เกษตรกร ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะทำนาเพียง1ไร่ แต่โชคดีที่ทำนาอินทรีย์มาหลายปี ทำให้ลดค่าปุ๋ยเคมีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือค่าไถ ค่าหว่าน ที่จะจำเป็นต้องจ่ายเพิ่ม โดยปีนี้จ่ายค่าไถไร่ละ450บาท จากเดิมจ่ายเพียงแค่ไร่ละ 400บาท ค่าไถที่เพิ่มขึ้นมา50-100บาทต่อไร่ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าไม่มาก แต่ถ้าใครมีที่นาหลายไร่ ก็รวมเป็นเงินหลายบาท

ขณะที่ นายสุรพงศ์ เนตรจันทร์ เกษตรกร ต.สาวะถี กล่าวว่า ตอนนี้ชาวนากังวลคือเรื่องน้ำมันแพง ทำนา 22 ไร่ค่าใช้จ่ายต่อไร่ 2,000 กว่าบาทยังไม่รวมค่าเมล็ดพันธุ์ถ้ารวมจะตกไร่ละประมาณ 2,500 บาท ขายข้าวไร่ละประมาณ 200-300 กก. คิดเป็นเงิน กก.ละ 12 บาท ขายได้ 300 กก.ต่อไร่ ยังไงก็ขาดทุนได้แค่ 3,600 บาท ลงทุนไปไร่ละ 2,500 บาท ยังไม่รวมค่าแรงตัวเอง

"การผลิตข้าวนาปีครั้งนี้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นแน่นอนคงต้องปรับตามสภาพน้ำมันแพงก็จำเป็นต้องใช้จะไปเอาควายมาไถนาเหมือนเดิมก็ไม่ได้ใช้รถไถเดินตามก็ต้องใช้น้ำมันเหมือนเดิมไปจ้างรถไถไร่ละ 400 บาท ค่าปั่นหว่าน 450 บาทต่อไร่ รวมเป็น 850 บาท ถ้าจ้างคนมาพ้นหว่านข้าวตกไร่ละ 150 บาท รวมแล้วตกไร่ละ 1,100-1,200 บาท ค่าเกี่ยวอีกไร่ละ 1,000 บาท ยังไม่รวมค่าปุ๋ยถ้ารวมแล้วก็จะประมาณไร่ละ 2,500 บาทอย่างที่พูดมา ที่แน่ๆต้นทุนการผลิตข้าวนาปีปีนี้สูงขึ้นอย่างแน่นอน"

นายสุรพงศ์ กล่าวต่อว่า มาตรการของรัฐบาล ที่มีโครงการสินเชื่อ ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท จะช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรรายย่อย โดยรัฐช่วยชำระดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เกษตรกรจ่ายเพียง 3% ต่อปี สูงสุดรายละ 100,000 บาท ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า เป็นโครงการที่ดี แต่เป็นการสร้างภาระหนี้ให้เกษตรกรไม่รู้จักจบสิ้น ถ้าหากรัฐบาลจะช่วยเหลือจริงๆ อยากให้ทำเหมือนรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ที่ช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ1,000 ไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้จ่ายในการทำนา ดีกว่าออกสินเชื่อคนละครึ่ง และอีกเรื่องคืออยากให้รัฐบาลสนับสนับสนุนส่งเริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง เพื่อลดต้นทุนราคาปุ๋ยเคมีที่อาจจะสูงขึ้นในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%

ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95%  ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง

นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน

เริ่มแล้ว! ขอนแก่นจัดยิ่งใหญ่ 'คาร์นิวัลหมอลำ' 3 วัน 3 คืน

ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ

รวบพนักงานขับรถน้ำมัน แอบดูดดีเซลใส่ถังส่งขายกลางป่า

พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 4 นำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม แก๊งมดขยัน กำลังลักลอบถ่ายเทน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง กลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและเหมาะแก่การก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่พนักงานขับรถ กำลังแอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อ