ตำรวจท่องเที่ยวนำกำลังบุกทลายกองถ่ายซีรีส์แนวตั้งจีนเถื่อนปักหลักกลางเมืองเชียงใหม่ตระเวนถ่ายตามแหล่งท่องเที่ยวดังไม่ขออนุญาต ยังมีเบาะแสอีกหลายกลุ่มนิยมทำ
8 พฤษภาคม 2569 - จากนโยบายระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่แฝงตัวมากับนักท่องเที่ยวเวลานี้ พล.ต.ท.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สารวัตรสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทท.2 เข้าตรวจสอบกองถ่ายภาพยนตร์แนวตั้ง หลังได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มชาวจีนลักลอบเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ปักหลักภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
จากการเข้าตรวจสอบตามพิกัดพบทีมงานของชาวจีนและคนไทยทำหน้าที่เป็นล่ามกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ โดยไม่พบเอกสารการขออนุญาตตามกฎหมายใดๆ และไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาควบคุมการถ่ายทำตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยังพบว่า บุคคลดังกล่าวเข้ามาในลักษณะของนักท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายด้วย
จากการสอบถาม นางเหวย ผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า เป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดง กำลังถ่ายทำซีรี่ย์แนวตั้ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเลือกใช้สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่บิดเบือนหรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งบทภาพยนตร์หรือเรื่องย่อต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถ่ายทำได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชาวจีนทั้ง 8 คน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการแจ้งการกระทำความผิดเป็นพินัยต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอีกคดี
ทั้งนี้จากเบาะแสแจ้งเหตุยังมีอีกหลายกลุ่มที่เข้ามาในลักษณะนี้ เจ้าหน้ากำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย หากประชาชนพบเห็นกลุ่มบุคคลต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวมีพฤติการณ์กระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองกำลังผาเมืองปะทะแก๊งค้ายาบ้า ยึดได้ 4 ล้านเม็ด ชายแดนเชียงใหม่
กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้าครึ่งปีงบ'69 ได้กว่า 177 ล้านเม็ด ไอซ์,เฮโรอีน อีกอื้อสร้างความเสียหายกว่า 3 หมื่นล้านบาท ล่าสุดยึดได้อีก 4 ล้านเม็ดที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง
อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา
นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว

