28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"

เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569 ณ บริเวณศาลพระพรหม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ อาจเป็นเพียงม่านบังตาที่พยายามปกปิดรอยร้าวและมรสุมลูกใหญ่ แม้ในทางพิธีกรรม “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างบรรยากาศชื่นมื่น ทว่าในโลกความเป็นจริงทางการเมือง กกต.กำลังยืนอยู่บนปากเหว ทั้งจากวิกฤตศรัทธาของประชาชน ข้อกฎหมายที่อาจทำให้การเลือกตั้งครั้งใหญ่กลายเป็นโมฆะ และศึกในบ้านเรื่องผลการประเมินงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์

เมื่อพลิกดูคำแถลงผลงานในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายแสวง บุญมี ได้พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้กรอบแนวคิด “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” โดยประกาศยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านองค์กร 5 ด้านเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรดิจิทัลที่มีสมรรถนะสูง” ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาลดขั้นตอนการเลือกตั้ง การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะผ่านระบบสารสนเทศ การคิดกิจกรรม “คิดก่อนแชร์” เพื่อสกัดเฟกนิวส์ รวมถึงการนำระบบดิจิทัลมาบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงที่หรูหราเหล่านี้กลับถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากสังคมว่า เป็นเพียงภาพฝันที่สวนทางกับภาคปฏิบัติหรือไม่ เพราะในยามที่ กกต.ประกาศว่าจะเปิดรับฟังเสียงประชาชนมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสำนักงาน กกต.กลับปิดกั้นช่องแสดงความคิดเห็นมาอย่างยาวนาน ซึ่งนายแสวงยอมรับเองว่า “ทนคำพูดหยาบคายไม่ได้” สะท้อนถึงทัศนศิลป์แบบตั้งรับแบบหวาดระแวงในยุคดิจิทัล

ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาของ กกต.ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าเป็นหนึ่งในการจัดการเลือกตั้งที่มีข้อผิดพลาดและเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูที่สุด ตั้งแต่ปัญหาความล่าช้าในการรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ตลอดจนความสับสนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในหลายพื้นที่ แต่ปมร้อนที่กำลังกลายเป็นทางแพร่งมรณะในเชิงกฎหมายของ กกต.ในขณะนี้คือ กรณีคดี “บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด” 

ชนวนเหตุของคดีนี้เกิดจากการที่ กกต.นำเทคโนโลยีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาพิมพ์ลงบนตัวบัตรเลือกตั้ง โดยอ้างเหตุผลเรื่องความสะดวกในการคัดแยกและตรวจสอบความถูกต้อง ทว่าในมุมมองของนักกฎหมายและภาคประชาชนกลับมองว่า รหัสในบาร์โค้ดดังกล่าวสามารถสืบเจตนาเชื่อมโยงกลับไปสู่ตัวตนของผู้ลงคะแนน หรือระบุเล่มบัตรที่สัมพันธ์กับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนและเป็นเด็ดขาดว่า “การออกเสียงลงคะแนนต้องทำโดยตรงและเป็นความลับ” หากท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของ กกต.ขัดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ ผลกระทบย่อมรุนแรงระดับแผ่นดินไหวทางการเมือง เพราะอาจส่งผลให้การเลือกตั้งทั้งหมดหรือบางส่วนกลายเป็นโมฆะ นำมาซึ่งความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินนับพันล้านบาท และตัวกรรมการ กกต.ทั้งคณะอาจต้องเผชิญกับคดีความทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม มรสุมภายนอกที่ยังไม่นิ่ง สถานการณ์ภายในของสำนักงาน กกต.ก็ระอุไม่แพ้กัน จากกระแสข่าวลือที่หลุดรอดออกมาว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.สอบตกในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 จากคณะกรรมการชุดเก่า ซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาจ้างอาจส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที แม้ในการให้สัมภาษณ์หลังงานแถลงข่าว นายแสวงจะพยายามรักษาอาการ โดยระบุว่า “ข่าวที่ออกมาไม่กระทบกับการทำงานและไม่รู้สึกเสียขวัญกำลังใจ” พร้อมทั้งแสดงความภาคภูมิใจที่เป็นคนขององค์กร ทว่าในแง่ของโครงสร้างอำนาจ นี่คือการส่งสัญญาณศึกภายในที่ชัดเจน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปฏิกิริยาของประธาน กกต.ที่ออกมายอมรับต่อสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องผลการประเมินของเลขาฯ แสวงนั้น มีข้อโต้แย้งทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจริง จนที่ประชุม กกต.ชุดปัจจุบันต้องมีมติส่งเรื่องให้ “สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา” ตีความเป็นการด่วน ว่าแท้จริงแล้วอำนาจและหน้าที่ในการประเมินผลงานของเลขาธิการในห้วงเวลาดังกล่าว ตกเป็นของ กกต.ชุดเก่าที่เป็นผู้แต่งตั้ง หรือเป็นอำนาจของ กกต.ชุดปัจจุบัน กระแสส่งกฤษฎีกาตีความเช่นนี้ ในทางข่าวการเมืองย่อมมองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากการซื้อเวลาเพื่อบริหารจัดการความขัดแย้งภายใน และสกัดกั้นไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมที่จะซ้ำเติมวิกฤตศรัทธาขององค์กรในเวลานี้

ความระส่ำระสายในเก้าอี้เลขาธิการ กกต.ยังโยงใยไปถึงความกังวลของสังคมเรื่อง “การเตะถ่วงคดีความ” โดยเฉพาะสำนวนการสืบสวนสอบสวนกรณีการทุจริตเลือกตั้งและการ “ฮั้วเลือก สว.” ที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในสารบบของ กกต. แม้ประธาน กกต.จะย้ำเสียงแข็งว่า “ไม่ต้องกลัวเรื่องการแช่แข็งคดีฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน” แต่ในสายตาของคนนอก ย่อมตระหนักดีว่า เมื่อตำแหน่งพ่อบ้านผู้กุมบังเหียนสำนวนคดีทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะง่อนแง่น ย่อมส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ และอาจทำให้การพิจารณาคดีใหญ่ที่มีผลต่อดุลอำนาจในสภาสูงต้องชะงักงันหรือล่าช้าออกไป ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มขั้วอำนาจบางฝ่ายอย่างปฏิเสธไม่ได้

เมื่อหันกลับมาฟังคำชี้แจงของเลขาฯ แสวง ต่อกรณีที่ถูกวิจารณ์ว่า กกต.พยายามโยนภาระให้ประชาชนไปเฝ้าคูหาเลือกตั้ง ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอึดอัดใจ โดยนายแสวงระบุว่า ระบบกฎหมายถูกออกแบบมาให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่พอเลือกตั้งเสร็จ ประชาชนกลับมาตั้งข้อกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนทำได้ยาก การตัดพ้อในลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่า กกต.กำลังเผชิญกับ “ช่องว่างความไว้วางใจ" ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างองค์กรผู้จัดกับการเลือกตั้งและประชาชนผู้ลงคะแนน

ในวาระที่ กกต.กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 29 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพจำของการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล 5 ด้านตามที่แถลงข่าวประดับงบประมาณ แต่เป็นการก้าวเดินบนเส้นด้ายที่ขึงอยู่ท่ามกลางวิกฤตรอบทิศ ด้านหนึ่งคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรบาร์โค้ดที่พร้อมจะระเบิดเสถียรภาพของการเมืองไทยได้ทุกเมื่อ อีกด้านหนึ่งคือปมกฎหมายเรื่องตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ที่สะท้อนภาพความไม่เป็นเอกภาพภายในองค์กร ตราบใดที่ กกต.ยังไม่สามารถพิสูจน์ความแม่นยำเที่ยงตรงในข้อกฎหมายของตนเอง

 และยังคงเกรงกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นเพียงคำหยาบคายที่ต้องปิดกั้น ความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยในคติพจน์ใหม่ ก็คงเป็นได้เพียงตัวอักษรบนป้ายนิทรรศการที่ไร้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ในสายตาของสาธารณชนอย่างแท้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พริษฐ์' รับยื่นหนังสือ แฉหลักฐานมัด กกต. เป่าคดีฮั้ว สว. ตั้ง 4 ข้อพิรุธ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร สว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมาและข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเรื่องสว. ครั้งที่ผ่านมา

ประธาน กกต. แจงคดีฮั้ว สว. ดูละเอียด 12 จันทร์ ลั่นไม่รวบรัด

ประธาน กกต. เผยการพิจารณาคดีฮั้ว สว. จะประชุมทุกวันจันทร์แบบจันทร์เว้นจันทร์ รวม 12 ครั้ง เหตุมีข้อมูลและเอกสารจำนวนมาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงมติครั้งเดียว ย้

ทุบ"ชัชชาติ"ขยี้"ระบอบอากง" หมัดนี้ยังไม่น็อก แต่เสี่ยงแต้มหลุดเป้า

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็จะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้

สว.สำรอง แฉผู้มีอำนาจใหญ่ ชอบใส่กางเกงขาสั้น สั่งคว่ำคดีฮั้ว สว.

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง แถลงกรณีกระบวนการโกงเลือกสว. และมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเอื้อประโยชน์หรือพบเห็นการกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการ ว่า กรรมการการเลือกตั้งที่มีบทบาทคือนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ

กกต. จัดงานครบ 28 ปี เปลี่ยนสโลแกนใหม่อีกรอบ ตัดทิ้งวรรคสุดท้าย 'ชอบด้วยกฎหมาย'

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะจัดวันสถาปนา ครบรอบ 28 ปี ของการก่อตั้งสำนักงาน ที่จะมีพิธีตั้งแต่ช่วงเช้า นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง จะเป็นประธานในพิธีกิจกรรมวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครบรอบ 28 ปี พร้อมด้วย กกต.