กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’
และนับตั้งแต่ ‘เสี่ยหนู’ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินและชายหาดสาธารณะ ทั้งหาดบางเทา อ.ถลาง และหาดฟรีดอม ที่ อ.กะทู้ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การมีโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยใหญ่ๆ ไปแล้วถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรกคือ การเด้ง ‘รุ่งเรือง ธิมาบุตร’ ปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 5 ราย มาช่วยราชการที่กรมการปกครอง หลังถูกร้องเรียนจากผู้ประกอบการและสถานบันเทิง ก่อนที่ ‘รุ่งเรือง’ จะหันไปพึ่งพรรคประชาชน และออกมาแฉเรื่องแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งอ้างว่า เป็นข้อความของอธิบดีชื่อดังคนหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย
ผ่านมาเดือนเศษ มีการโยกย้ายฟ้าผ่าระดับจังหวัดอีกครั้ง หลังชาวบ้านในพื้นที่ออกมาร้องเรียนว่า มีผู้บริหารระดับสูงในจังหวัดเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
พร้อมกันนั้น ‘เสี่ยหนู’ ยังเป็นคนออกมาพูดเรื่องนี้เองระหว่างการประชุมมอบนโยบายที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานว่า คนระดับ ‘รองผู้ว่าราชการจังหวัด’ ขู่จะย้ายคนระดับ ‘ผู้ว่าราชการจังหวัด’ ที่เป็นผู้บังคับบัญชา
มีการเอ่ยชื่อ ‘ผู้ว่าฯ ซีฟู้ด’ ในที่ประชุม ซึ่งหมายถึง ‘รองกุ้ง’ ที่เป็นชื่อเล่นของ 2 รองพ่อเมืองภูเก็ตในขณะนั้นคือ นายธีระพงศ์ ช่วยชู และ นายอดุลย์ ชูทอง ก่อนที่ช่วงเย็นจะมีคำสั่งโยกย้ายทั้ง 2 คนที่ถูกโยงกับข่าวลือข่าวร้อนไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดอื่น
โดย ‘ธีระพงศ์’ ถูกย้ายกลับไปบ้านเกิด เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ‘อดุลย์’ ถูกย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
การโยกย้ายดังกล่าวสืบเนื่องจากมีข่าวว่า ‘รองกุ้ง’ กับ ‘รองกุ้ง’ มีปัญหาความขัดแย้งกันมานาน ขณะที่ ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ่อเมืองขณะนั้นเอาไม่อยู่
ทุกคนคิดว่า การโยกย้าย 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาจะจบ หากแต่เช้าวันอังคาร ‘อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์’ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นวาระจร ดึง ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ กลับเข้ากระทรวงมหาดไทย เป็นรองปลัดกระทรวง แล้วสลับเอา ‘โชตินรินทร์ เกิดสม’ มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่
กลายเป็นการโละออกยกกระบิ ทั้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ขณะที่ ‘ปลัดอรรษิษฐ์’ ระบุว่า เป็นการคลี่คลายปัญหา ที่เหมือน “เม็ดทรายในรองเท้า”
อย่างไรก็ดี บางฝ่ายมองการโยกย้ายครั้งนี้ว่า เป็นการหาเรื่องกำจัด ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ หากแต่ในข้อเท็จจริง เป็นการแก้ไขปัญหาแบบ ‘พรรคภูมิใจไทย’ นั่นคือ มักจะใช้วิธีโยกย้ายข้าราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นเวลาเกิดปัญหา เพื่อจะส่งคนใหม่เข้าไปแก้ปัญหา
เพราะหากยังใช้ ‘คนเดิม’ ย่อมต้องเกิดความคลางแคลงใจ
สำหรับ ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ เอง แม้จะเติบโตมากที่สุดในยุคที่ ‘อ้วน’ นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยผงาดขึ้นไปถึงตำแหน่ง ‘อธิบดีกรมการปกครอง’ เพราะเป็นน้องรัก ‘สิงห์ดำ’ รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอาจทำให้ถูกมองได้ว่า เป็นการขจัดขั้วเดิมออก แต่ในข้อเท็จจริง ช่วงที่ผ่านมา ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ เอง พยายามเข้าทางผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ มท.1 อย่าง ‘เสี่ยหนู’ อยู่เสมอ
จะเห็นได้ว่า ช่วงบ่ายวันอังคารหลังจาก ครม.มีมติให้มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ‘เสี่ยหนู’ พูดกับ ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ ที่มารายงานเรื่องปัญหาในพื้นที่ อย่างเป็นกันเองว่า “มาอยู่กับพี่”
และแม้ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงที่แม้จะดู ‘ขาลอย’ แต่ถือว่ายังประนีประนอมกว่าการโยกไปจังหวัดที่มีขนาดเล็กหรือเกรดรองลงมา
นั่นอาจบ่งบอกว่า 2 คนนี้ดีต่อกัน เพียงแต่ที่ ‘ผู้ว่าฯ เซมเบ้’ ยังไม่สามารถกลับไปยืนจุดเดิมในตำแหน่ง ‘อธิบดี’ ได้ เพราะเขายังถูกมองเป็น ‘คนนอก’ ใน ‘เครือข่ายสีน้ำเงิน’ หรือไม่ใช่ ‘สายตรงบุรีรัมย์’
ขณะที่ ‘ผู้ว่าฯ ภูเก็ตป้ายแดง’ อย่างนายโชตินรินทร์ เคยทำงานในพื้นที่ภาคใต้ เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ชุมพร และเชียงราย
ครั้งหนึ่งเคยเป็นประเด็นดังสมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หลังถูกเชื่อมโยงกับกรณีดรามาจัดเวรไปรับ-ส่ง ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ สมัยเป็น รมช.มหาดไทย
การกลับมาครั้งนี้จึงถือว่ายิ่งใหญ่พอสมควร และหากย้อนดูเส้นทางราชการเติบโตมากสุดในยุคของปลัดกระทรวงมหาดไทยคนเก่า มีการพูดกันว่า ทำงานถูกใจผู้บังคับบัญชา
และยังมีการพูดกันว่า กลับมาได้เพราะเป็นเด็กของ ‘บิ๊กสีน้ำเงิน’ ที่คุมพื้นที่ภาคใต้
ขณะที่ 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ถูกโยกไปก่อนหน้านั้น 1 วัน ว่ากันตามเกรดจังหวัด แทบจะไม่ได้เป็นการเด้งด้วยซ้ำ ‘กุ้ง-ธีระพงศ์’ ได้กลับบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกจัดเป็น จังหวัด ‘เกรดเอ’ เหมือนกับภูเก็ต เช่นเดียวกับ ‘กุ้ง-อดุลย์’ ที่ได้ไป จ.สงขลา ที่อยู่เกรดเดียวกัน
2 คนนี้ยังถูกจับโยงว่า เป็นเด็กของ ‘บิ๊กสีน้ำเงิน’ ที่เป็นแม่ทัพในดินแดนสะตอด้วยเช่นกัน
ดังนั้นการโยกย้ายครั้งใหญ่สะเทือนแผ่นดินภูเก็ตครั้งนี้ จึงเป็นการเอาคนที่มีปัญหาออก เพื่อจะเรียกความเชื่อมั่น เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านหยิบเอามาเป็นประเด็นว่า งานไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ ‘เสี่ยหนู’ ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขู่1ปีรมต.ภท.ไร้ผลงานเขี่ยทิ้ง!
"อนุทิน" ขีดเส้น 1 ปี พิสูจน์ฝีมือ รมต.-ปธ.กมธ.14 คณะ-ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง สังกัดภูมิใจไทย ขู่ผลงานไม่เข้าเป้าปรับออก
'อนุทิน' ขีดเส้น 1 ปี วัดผลงานคนภูมิใจไทย ไม่ผ่านพร้อมปรับออก
พรรคภูมิใจไทยเผย “อนุทิน ชาญวีรกูล” กำชับรัฐมนตรี ประธาน กมธ. สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสังกัด เร่งสร้างผลงานให้เห็นเป็
นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดร่วมภาครัฐ-เอกชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 227/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
นายกฯ ชูไทยเป็นประตูเชื่อมรัสเซียสู่อาเซียน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน ASEAN-Russia Business Forum ร่วมกับ นายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม
'นิพิฏฐ์ 'หวัง 'ผู้ว่าฯโชตินรินทร์' จะเริ่มต้นด้วยการรักภูเก็ต แล้วภูเก็ตจะรักท่าน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รักภูเก็ต แล้วภูเก็ตจะรักท่าน
มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน
คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต

