“ฟริเกต”เขย่าความเชื่อมั่นทัพน้ำ โจทย์หิน“ผบ.ทร.”คนใหม่

ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.นี้ จะครบ 7 วันทำการ ที่กองทัพเรือ (ทร.) กำหนดให้บริษัทเอกชนต่อเรือฟริเกตตามงบประมาณ 2569 ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกอุทธรณ์เข้ามา และในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะเปิดแถลงถึงเหตุผลในการเลือกบริษัท “ฮันวา โอเชียน” จากสาธารณรัฐเกาหลีให้ต่อเรือฟริเกตลำใหม่ โดยเฉพาะข้อกังขาซึ่งตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกระบวนการคัดเลือก มีการให้คะแนนแบบปัดตก 5 บริษัทคู่แข่ง ที่มีการนำเสนอข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นหลักคือ คำถามเรื่อง  “ล็อกสเปก” ให้กับบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นบริษัทเดิมในชื่อ “แดวู” ที่ได้รับการคัดเลือกให้ต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูง “ภูมิพลอดุลยเดช” มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันเจอปัญหาเกี่ยวกับความเสียหายของเครื่องยนต์ และระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด Close-in weapon system  CIWS ทั้ง 2 กรณีอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาร่วมกับบริษัทคู่สัญญา

โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวหาคณะกรรมการคัดเลือก ว่าได้ให้คะแนน 5 บริษัท ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด เพื่อให้แค่บริษัทเดียวผ่านเข้ารอบ

 กระนั้นก็มีรายงานว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว มี 1 ใน 5 บริษัท ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตั้งแต่ต้น เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน และเป็นรัฐวิสาหกิจต่างชาติ จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

ส่วนอีก 4 บริษัท ไม่ผ่านเกณฑ์ในเรื่อง “คุณลักษณะ” ซึ่งจะแยกเป็นการให้คะแนนแต่ละด้าน คาดว่ากองทัพเรือจะมีการชี้แจงประเด็นนี้ในภาพรวม โดยไม่แยกเปรียบเทียบรายบริษัท

ที่สำคัญ ทร.อาจจะชี้ไปถึงวัตถุประสงค์ในการกำหนดทีโออาร์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตั้งไว้ การให้คะแนนจึงเป็นไปตามนั้น

แต่เหนืออื่นใดคือ ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้และมีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้สังคมเชื่อว่า ทร.จะได้ประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง ไม่ได้เอื้อให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง

ซึ่งที่ผ่านมากองทัพเรือยกกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในการงดเว้นการชี้แจงหรือตอบโต้ประเด็นที่มีการกล่าวหา และเลือกใช้เวทีแถลงในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เพื่อชี้แจงข้อมูลม้วนเดียวจบ หลังสิ้นขั้นตอนอนุมัติการจ้างต่อเรือจากปลัดกระทรวงกลาโหม และพ้นช่วงอุทธรณ์แล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือกระบวนการอุทธรณ์ ก็เกิดความเคลื่อนไหวต่อต้านมติดังกล่าวจาก พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ (สอป.) ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน 

พล.อ.อ.มานัตตั้งข้อสังเกตในเรื่องของมูลค่าของการชดเชยเศรษฐกิจ หรือ 0ffset policy โดยช่วงวันที่มีการสัมมนาในกรรมาธิการฯ สภาฯ เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ตัวเลขมูลค่าอยู่ที่ 2,250 ล้านบาท ตัวเลขนี้จึงปรับเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 7,000 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลไกภาคเอกชน จึงต้องการให้ตรวจสอบว่าสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่

อีกทั้งโครงการมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาทนี้ ไม่ปรากฏข้อกำหนดสัดส่วนที่ชัดเจนในการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน แรงงาน หรือบริการภายในประเทศไทย ซึ่งขัดต่อหลักการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและลดการนำเข้าของกองทัพไทย นอกจากนั้นกองทัพเรือไม่ได้เชิญสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศเข้าร่วมหารือหรือให้คำปรึกษาในตอนจัดทำข้อกำหนดการเสนอราคา (TOR) ทั้งที่คุยเรื่องนี้ในชั้นกรรมาธิการทหารและวุฒิสภามานานหลายปี

กลายเป็นอีกประเด็นที่เกิดเป็นคำถามในเรื่องการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อสนองตอบบริษัทใดหรือไม่

คำถามทุกทิศทุกทางที่พุ่งเป้ามาที่กองทัพเรือ และกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สะท้อนถึงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในเรื่องการ “จัดซื้อ-จัดจ้าง” เนื่องจากภาพจำในอภิมหาโปรเจกต์อย่างน้อย 2 โครงการที่เกิดปัญหา จนเกิดผลให้การพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือตามแผน “สะดุด” ลง

เช่น ปัญหาเครื่องยนต์ที่ติดตั้งในเรือดำน้ำ S26T ซึ่งไทยจ้างบริษัท CSOC สร้างทำ ต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ที่ผลิตในจีนแทนเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยเยอรมัน และปัญหาที่เกิดกับเรือหลวงภูมิพลตามที่กล่าวมาแล้ว

จึงต้องรอฟังว่า การแถลงของกองทัพเรือ พล.ร.อ.วสันต์ ไตรจิต รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งได้รับการโปรโมตขึ้นเป็น ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 ในโผทหารที่ผ่านมา จะมานั่งแถลงเอง และจะตอบคำถามได้อย่างกระจ่างหรือไม่

เช่นเดียวกับ พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ผบ.กองเรือฟริเกตที่ 1 ขยับเป็นเสนาธิการกองเรือยุทธการ กองเรือฟริเกตที่ 1 ถือเป็นส่วนสำคัญในเรื่องการเข้ากำหนดทีโออาร์ ในฐานะหน่วยที่ควบคุมการปฏิบัติงาน จะมานั่งแถลงเองหรือส่งตัวแทนมา

ส่วน พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ ซึ่งเป็น “หนังหน้าไฟ” ในการถูกเอ่ยถึงเสมอเมื่อพูดถึงการคัดเลือกเรือฟริเกตในโครงการนี้ก็ตาม แต่เมื่อถูก “เคลียร์คัท” ตัดจบที่ตำแหน่องรอง ผบ.ทร.ทั้งที่มีชื่อเป็นแคนดิเดต ผบ.ทร.มาตั้งแต่ต้น และรับรู้การประชุมซึ่งมีหน่วยงานกลางอยู่ด้วย อีกทั้งมีการบันทึกภาพและเสียงเพื่อความโปร่งใส จึงต้องดูว่าจะได้รับมอบหมายงานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกหรือไม่

และคงต้องรอดูว่า พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร.และว่าที่ ผบ.ทร.คนใหม่จะวางแนวทางในการสานต่อโครงการ และสะสางปัญหาข้อข้องใจเหล่านี้อย่างไร 

รวมไปถึงการวางยุทธศาสตร์ในการนำพากองทัพเรือให้ข้ามผ่านหลุมดำเรื่องงบประมาณไปได้หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. แจงมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินดีเอสไอ โยน 'อนุฯ ชุด 36' ประชุม 11 ครั้ง ไม่มีกรรมการร้องขอสำนวนคดีพิเศษ

กกต. ชี้แจงกรณีกระแสข่าวระบุว่า กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อใช้การพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสว.ว่า

'แสวง' แจงสภา พร้อมสอบเพิ่มหากพบข้อมูลใหม่ 'ภูมิใจไทย' ซัด กกต. สะเพร่า เอกสารหลุดทำพรรคเสียหาย

“แสวง” แจงปมเลือก สว. ยัน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เก็บเอกสารไว้หมด ชี้ระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิก ผู้สมัครนั่งรถ-นอนโรงแรมเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย ด้าน ‘กรวีร์’ จี้สอบเอกสารหลุด ซัดทำงานสะเพร่า ขณะที่ ‘พริษฐ์’ ถามต่อคลิปโรงแรมบีทู กกต.แจง หากข้อมูลใหม่ไม่อยู่ในสำนวน ตั้งสอบได้

'อภิสิทธิ์' ชำแหละ กกต. ปมฮั้ว สว.-กลับคำพยาน เตือนเสี่ยงล้มล้างการปกครอง

"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามประชาชนเชื่อเลือกตั้งสส.-สว. สุจริตหรือไม่ กังขาปมกลับคำให้การของพยาน-ตัดตอนเส้นเงิน เตือนมติเสียงข้างมากเสี่ยงล้มล้างการปกครอง

'ภราดร' สงสัยโพยฮั้ว สว. ทำขึ้นหลังรู้ผล คาดของปลอม จงใจลากภูมิใจไทยโดนยุบ

"ภราดร" ถาม กกต.ทำไมฟันรายบุคคล พร้อมแยกข้อหาหากเชื่อว่ามีกระบวนการฮั้ว สว. โอด พยายามลากภท.เข้าไปเอี่ยวหวังยุบพรรค ถามกลับโพยฮั้วของจริงหรือ

ภูมิใจไทยประท้วงยับ! 'ชยพล' แฉกลางสภาฯ โยงเครือข่ายสีน้ำเงินฮั้ว สว.

'ชยพล' แฉยับกลางสภาฯ ขยี้ปม 'จนท.ภท.' ส่อเอี่ยวฮั้ว สว. ข้องใจ 'กกต.' ไม่ฟ้องตัดตอน 'กก.บห.พรรค' ทำ 'ภูมิใจไทย' นั่งไม่ติดลุกขึ้นประท้วงฉ่ำ ด้าน "มัลลิกา" เบรกวุ่น ห้ามเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ก่อนโดนตอกกลับสวนย่อ "ม.ล.ก." จนต้องถอนคำพูด