กกต.ฮึ่ม!ถึงคิว‘ส้ม’ 3สำนวนพันฮั้วสว./ฝ่ายค้านรุมถล่มภท.

ดาบสองคดีฮั้ว สว.! "กกต.” เดินหน้าอีก 3 สำนวน จ่อฟันกลุ่มส้ม-ก้าวหน้า-ไอลอว์ และ สว.อิสระ นัดฮั้วระดับจังหวัด-ประเทศ ชี้ช่องพิรุธจัดเลี้ยงห้องจูปิเตอร์อิมแพ็ค “เท้ง” เล็งข้อมูลใหม่ กกต.เสียงข้างน้อยยื่น ป.ป.ช.ฟัน 157 กกต.  “สภา”  เดือด ฝ่ายค้านรุมสับ กกต.ปมโกง สว. “ไอติม” ซัดเสียงข้างมากร่วมป้องบิ๊กสีน้ำเงิน มองไม่เห็นช้าง 3 ตัว “อภิสิทธิ์” กังขาเชื่อพยานกลับคำให้การ ตัดตอนเส้นเงินไม่สาวต่อ “ชวน” เชิญพระบรมราโชวาทเตือนสติ “ภท.” ประท้วงวุ่นพาดพิงนายกฯ  อนุทิน “ภราดร” โอดพยายามลากภูมิใจไทยเอี่ยวหวังยุบพรรค “แสวง” แจงคำวินิจฉัยออกมาจะตอบข้อสงสัยได้ทุกเรื่อง

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 มีความเคลื่อนไหวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังจากนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.  แถลงมติพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย ในคดีฮั้ว สว. ตอนหนึ่งระบุว่ายังมีอีก 3 สำนวน ที่คณะอนุกรรมการฯ  ชุดที่ 26 กำลังดำเนินการไต่สวนยังไม่เสร็จสิ้นนั้น

มีรายงานว่า 3 สำนวนดังกล่าวที่คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ได้ดำเนินการไต่สวนในช่วงเวลาใกล้เคียงกับสำนวน 229 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มสีน้ำเงิน โดยเป็นเรื่องการนัดประชุมกันเพื่อเตรียมการเลือก สว. ของ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่ม สว.พรรคประชาชน คณะก้าวหน้า ไอลอว์ ระดับจังหวัด 2.กลุ่ม สว.พรรคประชาชน คณะก้าวหน้า ไอลอว์ ระดับประเทศ และ 3.กลุ่ม สว.อิสระ

ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 สืบเนื่องมาจากนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ได้เสนอต่อที่ประชุม กกต. ให้แต่งตั้งคณะนี้ขึ้นมาเพิ่ม จากเดิมที่มีอยู่ 25 คณะ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและมีผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนมาก จนกระทั่งมีการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ร่วมทำงานกับดีเอสไอจนได้ข้อสรุปในสำนวนหนาถึง 75,722 หน้า และเสนอส่งฟ้อง 229 คน ซึ่งทำให้นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ในขณะนั้น ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เพื่อมาพิจารณามติของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 อีกชั้นหนึ่ง

แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า การทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ไม่ได้มีอะไรมีพิรุธ เนื่องจากเห็นว่าต้องทำคดีที่ใหญ่ให้เสร็จสิ้นก่อนและมาดำเนินการในส่วนอื่นตามมา ต้องมีการเรียงลำดับคำร้องที่มีเข้ามา และทำตามหน้าที่อำนาจที่ได้รับมอบหมาย ที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงสิ่งผิดปกติ ทั้งการดึงบุคลากรหลายคนของดีเอสไอมาร่วมในคณะ และนำสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอมาประกอบทันที รวมถึงการสอบพยานที่เกิดขึ้นในอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งที่ตามหลักการ กกต.ต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง

นอกจากนี้ ในกรณีของนาย อ. นักการเมืองจาก จ.ขอนแก่น ที่เข้าให้การกับดีเอสไอ โดยกล่าวอ้างว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องและใช้ที่ทำการพรรคเป็นสถานที่จัดประชุมฮั้ว สว.นั้น พบว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 เชื่อข้อมูลของนาย อ. โดยไม่มีการเรียก รปภ. หรือเจ้าหน้าที่พรรคมาสอบคำให้การ และไม่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานที่จริงแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องที่ร้องเรียนการจัดประชุมผู้สมัคร สว. ที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่การสืบสวนของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 กลับเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งที่พบข้อมูลเบื้องต้นว่ามีผู้ออกเงินจัดเลี้ยงอาหารและค่าสถานที่ให้ โดยผู้สมัคร สว.ไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย แม้จะมี สว.บางรายอ้างว่าได้จ่ายเงินเองด้วยการหย่อนใส่กล่องหน้าห้องประชุมและซื้ออาหารรับประทานเองก็ตาม แต่ผู้จัดงานกลับไม่ได้ออกมาชี้แจง ซึ่งเข้าข่ายการจัดเลี้ยง อันมีความผิดตามกฎหมายแล้วอย่างชัดเจน

“หลังจากนี้ กกต.ก็จะมีการพิจารณาว่าจะให้ชุดที่ 26 นี้ดำเนินการต่อ หรืออาจจะเปลี่ยนชุดอนุกรรมการไต่สวนใหม่ เนื่องจาก ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่ประธานอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 26 ได้เกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้” แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุ

เท้งจ่อยื่น ปปช.เอาผิด กกต.

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงนายสิทธิโชติ กกต.เสียงข้างน้อย ระบุไม่เห็นด้วยต่อการแถลงข่าวของประธาน กกต.ว่า พรรค ปชน.เตรียมคำร้องยื่นต่อ กกต.ที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่เนื่องจากมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นมาใหม่ อย่างการให้ความเห็นของ กกต.เสียงข้างน้อย เราก็พร้อมนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นมาหลอมรวมเข้าไปในคำร้องที่จะเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. ซึ่งจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ข้อคิดเห็นของ กกต.เสียงข้างน้อยที่ออกมา เชื่อว่าสอดคล้องกับในสายตาวิญญูชนทั่วไป ขบวนการโกงเรื่อง สว.นั้นเป็นสิ่งที่ทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่ มีออร์แกไนเซอร์ คนจัดแจง จัดตั้งอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน และสิ่งที่เราสงสัยต่อจากนั้นคือวัตถุพยานอื่นที่ไม่ใช่แค่การให้ปากคำของบุคคล ก็สามารถโยงใยไปถึงกรรมการบริหารพรรคหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยได้

 “สาระสำคัญของการแสดงความเห็นคือ หาก กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เป็นศาล แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เรื่องนี้ทำเป็นขบวนการแน่นอน และเกี่ยวข้องกับนักการเมืองแน่นอน ควรจะต้องส่งฟ้องไปยังศาลทั้งหมด” นายณัฐพงษ์กล่าว

ถามถึงไทม์ไลน์ที่จะยื่นฟ้องตามมาตรา 157 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อาจจะต้องยืนยันกับฝ่ายกฎหมาย และอาจจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง คือผู้สมัครไปฟ้อง แต่ในส่วนพรรค ปชน.จะยื่นไปที่ ป.ป.ช. โดยเราสนับสนุนการดำเนินการทั้งสองส่วน และเชื่อว่าสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าแน่นอน

ซักว่าเวทีการซักฟอกหวังผลให้พรรคเพื่อไทยไม่โหวตไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การลงมติแต่ละพรรคคงมีจุดยืนของตัวเองอยู่ และไม่ขอเอ่ยชื่อพรรค ขณะนี้ตัวแทนจากพรรคมีหน้าที่ตรวจสอบสิ่งที่ไม่ชอบธรรมในสภา หากเห็นว่าการโกงเลือก สว.เป็นขบวนการโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในฐานะตัวแทนประชาชนและ สส. การลงมติในการไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือรัฐมนตรีรายบุคคล ก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถพึงกระทำได้ในการใช้อำนาจทางฝ่ายนิติบัญญัติ

 “ไม่ต้องไปเรียกร้องชื่อพรรค เพราะไม่อยากให้เป็นทางการเมืองแล้วโต้ตอบกันไปมา เพราะนักการเมืองทุกคนถูกตัดสินโดยประชาชน ประชาชนโดยทั่วไปน่าจะตีความได้ และผลโหวตจะเป็นอย่างไรก็ให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายณัฐพงษ์กล่าว

ที่รัฐสภา เวลา 10.35 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว เข้าสู่วาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของ กกต.ประจำปีงบประมาณ 2567และ2568 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และคณะมาชี้แจง

ทั้งนี้ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตัวแทนวิปรัฐบาล แจ้งต่อที่ประชุมว่า วันนี้มีวาระพิจารณา 2 เรื่อง คือรับทราบผลปฏิบัติงานของ กกต. และญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวาระรายงานของ กกต. มีการพูดคุยการพิจารณา 5 ชั่วโมง แบ่งฝ่ายละ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนญัตติด่วนเรื่องแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที

สภาเดือดสับปมฮั้ว สว.

จากนั้นนายแสวงได้ชี้แจงรายงานผลการดำเนินงานของ กกต.ในปี 2567 จัดเลือก สว.และเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และปี 2568 มีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนและไต่สวน มีคำร้องสำนวนคัดค้านการเลือกตั้ง 2,541 คำร้อง การจัดเลือกตั้ง อบจ.ที่ครบวาระ รวมทั้งการเลือกตั้งซ่อม สส. 4 แห่ง

ต่อมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. เริ่มต้นปภิปราย โดยระบุว่า ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะครับเลขาฯ กกต. ส่วนการรับทราบการปฏิบัติงานของ กกต. ตนเห็นว่าภารกิจของ กกต.ในปี 2567 คงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการเลือก สว.ให้สุจริตและเที่ยงธรรม ท่ามกลางหลักฐานมหาศาลเกี่ยวกับการโกง สว. แต่ กกต.มีมติเสียงข้างมากว่ามหากาพย์โกงครั้งนี้มีจำนวนคนที่ กกต.เชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องเห็นควรสั่งฟ้องไปที่ศาลเพียงแค่ 77 คน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 229 คน และน้อยกว่าความเห็นของรองเลขาธิการ กกต.ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 140-200 คน ซึ่งใน 77 คน ประกอบไปด้วย สว. 26 คน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย คือรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

นายพริษฐ์กล่าวว่า มติของ กกต.สะท้อนว่าเสียงข้างมากจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว ได้แก่ ช้างตัวที่ 1 ความเป็นขบวนการโกง สว.ที่ตีกรอบว่าขบวนการโกงต่างๆ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างโกง ขัดหลักฐานว่าการโกงทำเป็นขบวนการ มีทั้งโพยใบสั่ง 12 เวอร์ชัน ที่มี สว.กว่า 130  คน อยู่ในโพย เป็นขบวนการเดียวกัน และศูนย์ทำโพยที่มีผู้สมัคร สว.ไปปรากฏตัวตามโรงแรมต่างๆ ใช้วิทยากรคนเดียวกันวนไปทำหน้าที่ตามที่ต่างๆ รวมถึงมีการปฐมนิเทศ สว. หลังได้รับเลือก พบว่าวันที่ 21 ก.ค.2567 หลัง 200 สว.ได้รับการรับรองจาก กกต. มี สว.หลายสิบคนไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน เพื่อไปปฐมนิเทศตกลงจะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา

ช้างตัวที่ 2 ความเชื่อมโยงไปถึงแกนนำ รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.)  แม้ กกต.ปัดตกคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา พยานคดีนี้ แต่หลักฐานที่โยงไปถึงกรรมการบริหารพรรค ภท. ไม่ใช่แค่คำให้การของนายเอกราช แต่มีหลักฐานอื่นๆ  เช่น ประวัติการโทรศัพท์ โดยเฉพาะของนางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. และยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรค ภท. จึงสงสัยหากพรรค ภท.ไม่เกี่ยวโกง สว. เหตุใดนางรัตนาจึงโทร.คุยกับ สว.19คน 62 ครั้ง ในช่วงเวลา 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับการเลือก สว.

อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ได้ยกมือประท้วงทันทีระบุว่า  นายพริษฐ์นำสำนวนที่เป็นความลับการสอบสวนของราชการมาเปิดเผย ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ไม่ให้เอาของไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายในสภา แต่นายโสภณวินิจฉัยให้นายพริษฐ์พูดต่อ

“ที่ผ่านมาพรรค ภท.เคยออกประกาศไม่ให้ลูกพรรคไปยุ่งเกี่ยวการเลือก สว. แต่การที่ กกต.ยังสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรค ภท. จึงเป็นได้ 2  ทางคือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ไม่ได้เรื่องในการกำชับลูกพรรคไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเลือก สว. 2.นายอนุทินและพรรค ภท.ร่วมกันโกงเลือก สว.” นายพริษฐ์กล่าว

จากนั้นบรรยากาศการประชุมคุกรุ่นขึ้นทันที เมื่อ สส.พรรค ภท.รุมประท้วงขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด ขณะที่นายโสภณที่ทำหน้าที่ประธาน ขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด เพราะเป็นการกล่าวหานายกฯ เนื่องจาก กกต.วินิจฉัยแล้ว ยืนยันว่านายอนุทินไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่สั่งฟ้อง แต่ตนจะไม่ให้ถอนคำพูด แต่ต้องไม่พูดอีก ถ้าพูดจะไม่ให้อภิปราย

ก่อนที่นายพริษฐ์อภิปรายต่อว่า ช้างตัวที่ 3 มาตรฐาน กกต.ที่ปีที่แล้วเคยสั่งฟ้องการโกง สว.ไปที่ศาล โดยมีหลักฐานแค่แชตไลน์ของคน 2 คนที่มีข้อความแลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ปีนี้ไม่ฟ้อง สว.กว่าร้อยคน ที่อยู่ในโพยใบสั่ง มีการแลกคะแนนเป็นระบบ ขัดกับมาตรฐานการสั่งฟ้องในอดีต

 “สิ่งที่ กกต.ต้องทำมี 4 ข้อคือ 1.ต้องเปิดเผยมติของ กกต.ทุกคนว่าใครลงมติว่าอย่างไร 2.กกต.ต้องส่งสำนวนสอบสวน รวมถึงความเห็นอนุกรรมการชุดที่ 26 และความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ไปที่ศาลฎีกา 3.ให้ยืนยันว่าจะเดินหน้าสอบคดีโกง สว.ที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนนี้ และ 4.หากกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาพบความเชื่อมโยงการโกง สว.มากกว่า 77 คน กกต.ต้องรื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องเพิ่มเติม” นายพริษฐ์กล่าว

พท.ชี้อย่าหวั่นมารแทรกแซง

เวลา 11.40 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า ขบวนการฮั้ว สว.ที่มีการใช้ทั้งอิทธิพล อำนาจการเมือง กระบวนการจัดตั้งทางการเมืองและเงินเข้ามาจัดการ กกต.ไม่สามารถจัดการได้เลย จนกลายเป็นคดีที่สังคมติดตามมาตลอด 2 ปี และจบลงด้วยความรู้สึกช็อตฟีลของคนทั้งประเทศ

เวลา 12.20 น. นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. อภิปรายว่า คดีฮั้ว สว.ช้างตายไป 77 ตัว สุดท้ายสำนวนกว่า 70,000 หน้าปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ไม่ใช่คดีที่ไม่มีอะไร แต่ผู้ถูกดำเนินคดีที่เป็นกรรมการบริหารและคนการเมืองเท่ากับ 0 ไม่มีเลย แม้ผู้ที่ถูกฟ้องในสัดส่วนของบุคคลอื่น 15 คน ประกอบไปด้วยอดีตผู้ช่วย สส. พรรคภูมิใจไทย, อดีตผู้สมัครของพรรค, อดีตคนทำงาน และอดีต สส. ตนถามว่าสอบกันเกือบ 80,000 หน้า แต่พอเข้าเขตการเมืองทำไมสายตามันถึงพร่า มองอะไรกันไม่เห็น

เวลา 12.50 น. นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ประเทศเราจะดำรงคงอยู่ได้ต้องมีคนดีมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งการได้คนดีเข้ามานั้นด่านแรกที่จะกรองเอาคนดีคนชั่วเข้ามาก็คือการเลือกตั้ง หากตะแกรงกรองคนดีลอดเข้ามา คนชั่วติดตะแกรง ก็ถือเป็นตะแกรงที่ส่งผลและมีคุณค่าต่อประเทศ คนที่ดูแลและบริหารตะแกรงก็คือ กกต. ดังนั้น ถ้าตะแกรงพิการบิดเบี้ยว สังคมก็จะชี้หน้าว่าได้คนเลวไม่เหมาะสมเข้ามา

 “ทางออกในการแก้ไขปัญหาให้ระวังสิ่งที่จะเป็นมาร ก็คืออำนาจที่จะมาแทรกแซงการทำงานของ กกต. มี-ไม่มีผมก็ไม่ทราบ แต่ที่สังคมพูดมาไม่สบายใจก็ควรเก็บมาคิด คนที่มีบุญคุณต่อ กกต. ที่สำคัญยิ่งยวดก็คือคนที่เอาเงินไปให้ กกต. ใช้คืองบประมาณแผ่นดิน คือภาษีประชาชน คนที่มีบุญคุณที่สุดก็คือประชาชน ไม่ใช่ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายสุทินกล่าว

เวลา 13.02 น. นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า กกต.ควรเป็นผู้ที่ดูแลประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่กลายเป็นว่า กกต.เป็นตัวบั่นทอน กัดกร่อน บ่อนทำลายประชาธิปไตย ทำตัวเป็นเครื่องฟอกขาว เป็นกำแพงป้องกันและอาจเป็นถึงผู้สมรู้ร่วมคิดในขบวนการฮั้ว สว. ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินของพรรค ภท. แม้จะมีการส่งฟ้องกลุ่มบุคคลที่มีรายชื่อต้องสงสัยร่วมกับขบวนการฮั้ว สว. 77 คน แต่หากดูในรายละเอียด จะพบว่า 77 คน อาจจะเป็นการตัดตอน คุณสมบัติคนกลุ่มนี้ มีเส้นเงินชัดเจน จนไม่สามารถปฏิเสธได้

“กลุ่มคนเหล่านี้มีส่วนร่วมขบวนการแผ่ขยายระบอบสีน้ำเงินผ่านการฮั้ว สว. หากได้ติดตามข่าวเปิดโปงเครือข่ายฮั้ว สว. จะได้ยินชื่อ น.ส.รัตนา บ่อถ้ำ หรือน้อย ถูกตรวจสอบบันทึกการโทรศัพท์ระหว่างที่มีการเลือก สว.กับผู้สมัคร สว. 19 คน ช่วง มิ.ย.-ก.ย.67 ประมาณ 80 วัน จำนวน 62 สาย ซึ่งเขาเป็นใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. และเป็นอะไรกับพรรค ภท.” นายชยพลกล่าว

จากนั้น นายคมกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรค ภท. ประท้วงการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ทำให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ บอกว่า ไม่ควรเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก นายชยพลจึงบอกท่านประธานครับ ผมจะเอ่ยเท่าที่จำเป็น แต่ น.ส.มัลลิกาก็เบรกอีกรอบว่า ถ้าเป็นชื่อบุคคลภายนอกจริงๆ เราไม่อนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้มีการประท้วงกันอย่างต่อเนื่องในประเด็นการเอ่ยชื่อพาดพิงบุคคลภายนอก โดยมีการถกเถียงการใช้ชื่อย่อกันอยู่พักใหญ่

ลาก ภท.เอี่ยวหวังยุบพรรค

เวลา 14.24 น. น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. อภิปรายว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด กกต.เสียงข้างมากพิจารณาข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลสำคัญในรัฐบาล นอกรัฐบาล และ สส.พรรค ภท. กลับปรากฏว่าความน่าเชื่อถือของพยานคนหนึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญ บุคคลนั้นคือนายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรค ภท.

“ประธาน กกต.เลือกใช้การกลับคำให้การของนายเอกราช ตัดสาระสำคัญที่อยู่ในสำนวนทั้งหมด ทั้งข้อมูลเส้นเงิน ข้อมูลการโทร. การนัดหมายจัดทำโพย การขอโควตา พยานแวดล้อมอื่นๆ ที่นายเอกราชไปรับรู้ ไปเข้าร่วมกระบวนการ และเป็นผู้กระทำการด้วยตัวเอง กระดาษใบเดียวตัดเหี้ยนทั้งหมด” น.ส.พนิดากล่าว

เวลา 15.45 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. อภิปรายตอนหนึ่งว่า การพูดพาดพิงว่าการฮั้วเกิดขึ้นจากพรรคการเมืองของพวกตน โดยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดอยู่ในกระบวนการ ถาม กกต.ว่า เมื่อท่านหรือใครมีการกล่าวหาว่าเป็นกระบวนการ ท่านเชื่อหรือไม่ว่ากระบวนการนี้มีอยู่จริง เพราะเมื่อวันที่มีการลงมติ หาก กกต.ทั้ง 7 ท่านเชื่อตามสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ว่ามีกระบวนการอยู่จริง ทำไมการลงมติของ กกต. 7 ท่าน ซึ่งแยกเป็น 7 ข้อกล่าวหา ทำไมมีการลงมติแบบก้อนใหญ่ ไม่มีการลงมติว่ามีกระบวนการฮั้วหรือไม่

“ท่านกลับลงมติเป็นรายบุคคล นั่นหมายความว่าท่านไม่เชื่อว่ามันมีกระบวนการฮั้ว ท่านไปดำเนินการสอบรายบุคคล แล้วเอาจริงๆ ท่านก็ไม่ได้สอบผมด้วย และท่านก็ลงมติกันรายบุคคล นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า กกต.ทั้ง 7 ท่านไม่เชื่อว่าเป็นกระบวนถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ท่านได้มีการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ว่ามีกระบวนการใส่ร้ายป้ายสี และสร้างภาพว่าพวกตนเป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค เพราะต้องการให้พรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วปลายทางสุดท้ายคือนำไปสู่การยุบพรรค ภท.” นายภราดรกล่าว

เวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนติดใจ กกต. 3 เรื่องคือ 1.เรื่องที่มาจากปาก กกต.เสียงข้างน้อยว่ามีความพยายามที่จะร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดในระดับอำเภอ จังหวัด ถูกตัดตอนเกือบหมด 2.เส้นเงินถึงคนรอบตัวตัวใหญ่ๆ แต่พอจะมีการไปเอาเส้นเงินมาจับผู้เกี่ยวข้องไปถึงผู้ที่มีระดับสูงกว่านั้น กกต.กลับมีมติ 4:3 ไม่รับเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้นสำนวนของดีเอสไอส่งให้ กกต.ก็ไม่รับ 3.ประเด็นที่จะจัดพิจารณาถึงคนที่มีอำนาจมากๆ ถูกตีวงให้แคบลง ซึ่งพยานจะมีไม่กี่ปากที่สามารถเข้าไปใกล้ชิดได้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าใครอยู่ร่วมขบวนการบ้าง เป็นรายบุคคล

 “ผมข้องใจที่พยานกลับคำให้การ ซึ่งพยานคนนี้เดิมเป็นผู้ต้องหา ถูกกันเป็นพยานเพราะให้การเป็นประโยชน์ คำถามคือมากลับคำให้การแล้วทำไมยังถูกกันเป็นพยานต่อ ในเมื่อสิ่งที่บอกว่าข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่กลับมาบอกว่าเป็นเท็จ เขาต้องกลับมาเป็นผู้ถูกกล่าวหา ต้องถูกดำเนินคดี จะได้รู้ว่ารอบไหนกันแน่ที่ถูกข่มขู่" นายอภิสิทธิ์กล่าว

หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า เมื่อมติออกมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ก็เคยมีคนร้องและร้องก่อนที่ กกต.จะประกาศรับรองผล จึงเป็นเหตุว่าคงจะมีการยื่นศาลฎีกาอีก เพื่อมีการไต่สวนชี้ให้เห็นว่าที่ กกต.พิจารณานั้นไม่ครบถ้วน แล้วยังมีศาลฎีกาอีกที่มองว่าท่านยังไม่ได้แจ้งคำร้องและคำวินิจฉัย ซึ่งจะมีการโต้แย้งกันไปมา ยังไม่นับมาตรา 157 สำหรับเสียงข้างมาก ขอให้ตั้งหลักกันให้ดี ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญเหมือนถูกล้มล้าง เป็นเรื่องของการล้มล้างการปกครอง

คำวินิจฉัย กกต.ตอบทุกเรื่อง

เวลา 16.25 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายตอนหนึ่งโดยได้เชิญพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับหน้าที่ของข้าราชการที่ กกต.นำมาพิมพ์ไว้ในหน้าแรกของรายงานประจำปี มากระตุ้นเตือนการทำงานขององค์กรอิสระ พระบรมราโชวาทดังกล่าวเน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพและการจรรโลงความดีงามให้บ้านเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ กกต.ในปัจจุบันคือ แม้จะจัดเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นตามหน้าที่ได้ แต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ และไม่สามารถจรรโลงความดีงามไว้ได้ เนื่องจากปล่อยให้คนผิดลอยนวล ซึ่งจากการติดตาม กกต.มาถึงชุดที่ 6 ถือเป็นชุดที่ถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมหนักที่สุด

นายชวนกล่าวว่า กกต.ชุดปัจจุบันมีข้อกังขาเรื่องที่มา เนื่องจากมีระบบการเมืองเข้ามาแทรกแซงในกระบวนการสรรหาจนบิดเบี้ยว เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งด้วยระบบหนี้บุญคุณตามวัฒนธรรมไทย จึงทำให้เกิดการตอบแทนบุญคุณจนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ และนำไปสู่การทำผิดให้เป็นถูก

“ในคดีฮั้ว สว.หากมองด้วยความเป็นธรรม จะไปโทษนายอนุทินโดยตรงไม่ได้ เพราะคดีฮั้ว สว.เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ก่อนที่นายอนุทินจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2568 แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ขบวนการวางแผนทุจริตคดีฮั้ว สว.นั้น มีชื่อและนามสกุลตรงกับรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน จึงทำให้สังคมเพ่งเล็ง ฝากเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องอย่าพยายามปฏิเสธความจริง เพราะยิ่งปฏิเสธจะยิ่งติดกับดัก 2 ข้อหาคือ ทำผิดและให้การเท็จ เนื่องจากศาลฎีกาจะเป็นที่พึ่งในการเค้นหาความจริงแก่สังคม” นายชวนกล่าว

กระทั่งเวลา 16.55 น. นายแสวงชี้แจงว่า เรื่องการป้องกันทุจริตเลือก สว. กกต.เห็นว่าปัญหาที่คนมาอยู่ด้วยกันมากๆ เพื่อต้องการเป็น สว. อาจทำเกินเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนด กกต.จึงออกระเบียบแนะนำตัวให้พิจารณาจาก สว.3 เท่านั้น ไม่สามารถขอคะแนนกันได้ ให้อ่านจากประวัติเพื่อพิจารณาความเหมาะสม โดยดูจาก สว.3 เท่านั้น ส่วนเอกสารที่ให้นำเข้าไปหรือโพยนั้น กกต.กำหนดห้ามนำโพยเข้าไป แต่สุดท้ายระเบียบแนะนำตัวถูกยกเลิก ถ้า กกต.อุทธรณ์จะทำให้ขยายเวลาเลือก สว.ออกไปอีก ทำให้ผู้สมัครมีสิทธิเสรีภาพ กลุ่มอาชีพเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกันมา นอนโรงแรมเดียวกัน สามารถทำได้ ถูกกฎหมาย เพราะระเบียบแนะนำถูกยกเลิก แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็อยู่ในข้อเท็จจริงที่ กกต.สืบสวนได้ หากมีการทำผิดกฎหมาย กกต.ทำให้การเลือก สว.สุจริต แต่การเลือกวันที่ 26 ก.ค. ที่มีผู้มีสิทธิเลือกกว่า 3 พันคน กกต.ก็เดินตรวจตราในนั้น นอกจากนี้ได้เรียกเก็บเอกสารทุกอย่างไว้หมด ไม่ได้นิ่งนอนใจ

“คำวินิจฉัย กกต.ที่ออกมาจะตอบทุกเรื่อง ทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผล ส่วนการขอเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมจาก กกต.นั้น ก็จะพิจารณาว่าเปิดเผยได้แค่ไหน ส่วนเอกสารที่จะส่งให้ศาลฎีกานั้น มีกี่แผ่นจะส่งให้หมด ทั้งคำวินิจฉัย ความเห็นเลขาธิการ กกต. อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และ 36 ส่วนกรณีที่จะให้รื้อฟื้นคดีใหม่ หากศาลฎีกาพบการเชื่อมโยงมากกว่าที่ กกต.วินิจฉัยนั้น กกต.สามารถดำเนินการเป็นกรณีตามความปรากฏได้” เลขาฯ กกต.ระบุ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. กล่าวว่า ประธานคณะฯ ชุดที่ 26 ทำงานไม่ได้เรื่อง ที่ปล่อยให้ข้อมูลในกระบวนการหลุดไปยังคนภายนอกและที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนที่แจ้งหนังสือและไม่มีใครชี้แจง เพราะตนทำหนังสือถามไป แต่ไม่มีการตอบกลับถึงข้อต่อสู้ นอกจากนั้น กกต.มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ข้อมูลหลุดไปจนถึงมือคนภายนอกและทำความเสียหายกับพรรค ภท.หรือไม่ และจะรับผิดชอบต่อการทำงานที่สะเพร่าอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 ชี้แจงว่า สำนวนมาอยู่ที่ตน 4 เดือน เก็บใส่ตู้อย่างดี ไม่เคยหลุด ส่วนหนังสือข้อต่อสู้ ได้ทำอย่างละเอียดที่สุดแล้ว ไม่หลงข้อต่อสู้ได้

นายแสวงเสริมว่า เอกสารหลุด คนที่ผ่านเอกสารมีหลายชั้น ทั้งคณะอนุกรรมการฯ ที่ 26 ความเห็นเลขาธิการ และคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 และ กกต.มีระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น โดยได้ตั้งกรรมการสอบสวน ตอนนี้บอกอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องภายใน

วันเดียวกัน กลุ่ม สว.สำรองเดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้รับคำร้อง คัดค้านคำวินิจฉัยและมติของ กกต. กรณียกคําร้อง 3 ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ต่อมา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงกรณีกลุ่ม สว.สำรองยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนคำสั่ง กกต.ว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งใดๆ ในเรื่องของคำฟ้อง แต่เป็นการรับเรื่องทางธุรการเพื่อให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ฟริเกต”เขย่าความเชื่อมั่นทัพน้ำ โจทย์หิน“ผบ.ทร.”คนใหม่

ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.นี้ จะครบ 7 วันทำการ ที่กองทัพเรือ (ทร.) กำหนดให้บริษัทเอกชนต่อเรือฟริเกตตามงบประมาณ 2569 ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกอุทธรณ์เข้ามา และในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะเปิดแถลงถึงเหตุผลในการเลือกบริษัท “ฮันวา โอเชียน”

รัดเข็มขัดงบ70ไม่เพิ่มขรก.

สำนักงบประมาณร่อนหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการ รัดเข็มขัดงบกำลังคนภาครัฐปี  70 สั่งชะลอบรรจุอัตราว่าง แต่งตั้งได้เฉพาะที่ได้อนุมัติงบแล้ว

แม้วดิ้นขวางยึดทรัพย์ คุก8เดือน‘ศรัณย์วุฒิ’

"ทักษิณ" ดิ้นอีกเฮือก! ฟ้องศาลภาษีฯ เบรกสรรพากรบี้ยึดทรัพย์อีก 1.5 หมื่นล้าน  ทนายหน้าหอโวยลั่นตามจิกเกินกว่าคำรับผิดตามคำพิพากษา ฟาดมีไอ้โม่งหนุนหลัง

กกต. แจงมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินดีเอสไอ โยน 'อนุฯ ชุด 36' ประชุม 11 ครั้ง ไม่มีกรรมการร้องขอสำนวนคดีพิเศษ

กกต. ชี้แจงกรณีกระแสข่าวระบุว่า กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อใช้การพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสว.ว่า