ปะทะวาทกรรม โหมโรงซักฟอก รัฐบาลเสียงแน่น วัดฝีมือ ‘ส้ม-ฟ้า’

เว้นเสียแต่ว่า ฝ่ายค้านทำเซอร์ไพรส์ เปิดเรื่องความไม่ชอบมาพากลในโครงการใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยถูกฉายที่ไหนออกมา จนรัฐบาลตั้งหลักไม่ทัน ตรงนี้คือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจะได้เห็นในการซักฟอก

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กำลังเผชิญปัญหาและต้องรับมืออยู่หลายเรื่อง

น้ำท่วมใน กทม.อาจแห้งสนิท แต่หลายพื้นที่ยังต้องรอการฟื้นฟู ขณะที่ในนอกเมืองกรุง หลายจังหวัดยังอ่วม บางแห่งประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมน้ำยังจมลึก

ขณะที่ประเด็นทรัพย์สินของนายไท่หยาง ซาง นักธุรกิจต่างชาติ สามีของ ‘ไอเดียร์’ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักจากฝ่ายค้าน และได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

ส่วนการประชุม IMF–World Bank Annual  Meetings 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ มีผู้นำทางการเงินเกือบ 200 ประเทศ เดินทางมาเข้าร่วม  ภาพรวมถือว่า ทำได้ดี แต่ยังมีประเด็นที่ถูกหยิบไปบิด ไปโจมตี ทั้งกรณีนางคริสตาลินา กอร์เกียวา   กรรมการผู้จัดการ IMF แนะนำให้ชาติอาเซียนเพิ่มการค้าภายในภูมิภาคมากขึ้น รวมไปถึงประเด็นการคาดการณ์จีดีพีของไทยในปี 2569 ว่าจะโตแค่ 2.1% และรั้งอันดับ 3 จากท้ายตารางของอาเซียน

แม้โดยองค์ประกอบทางการเมือง ความแข็งแกร่งของ ‘รัฐบาลอนุทิน’ ยังมั่นคง แต่ไม่ได้อยู่ในจังหวะที่ดีสักเท่าใด เพราะเป็นช่วงที่ถูกตำหนิมากกว่าคำชม 

ขณะเดียวกัน หลายคนยังเฝ้ารอดูการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของ พรรคประชาชน ภายใต้การนำของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความสดและไฟแรง กับ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ   สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ที่เคยได้รับการยกย่องว่า เป็นมือโปรเรื่องการตรวจสอบในเวทีซักฟอก ว่าจะชำแหละบาดแผลของรัฐบาลได้มากน้อยแค่ไหน 

ขณะที่บรรยากาศการเมืองก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านรอบนี้ มีการโหมโรงกันค่อนข้างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน หรือพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดฉากสาด ‘วาทกรรม’ เพิ่มดีกรีความเดือดก่อนถึงวันจริงไปแล้ว 

แต่อย่างไรก็ดี ว่ากันด้วยคณิตศาสตร์ทางการเมือง โอกาสที่ฝ่ายค้านจะใช้เวทีซักฟอกเพื่อล้ม ‘รัฐบาลอนุทิน’ ให้ตายคาสภาผู้แทนราษฎรยังเป็นเรื่องยาก เพราะเสถียรภาพของรัฐบาลยังค่อนข้างแน่น 

พรรคร่วมรัฐบาล อย่าง พรรคเพื่อไทย ที่รอบนี้รัฐมนตรีไม่ได้ถูกอภิปรายสักคนเดียว จนถูกเอาไปโยงว่า พรรคประชาชนทอดไมตรีให้ จะทำให้เกิดปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายพลิกขั้วเปลี่ยนข้างหลังจบศึกหรือไม่

กอปรกับกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยื่นขอนิรโทษกรรมต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขในช่วงนี้ ทั้งที่ต่อให้คนไม่รู้กฎหมายยังตีความออกว่า กรณีผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยไม่เข้าเกณฑ์ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า  เป็นการยื่นเงื่อนไขต่อรองอะไรกับพรรคภูมิใจไทยก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

หรือแม้แต่คำให้สัมภาษณ์ของอดีต รมว.กลาโหม นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่พูดสองแง่สองง่ามว่า หากฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐาน คงยากที่จะฝืนความรู้สึกสังคม จนสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย

ความคลุมเครือเหล่านี้ ทำเอา ‘อนุทิน’ ต้องเรียกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทุกคน นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปรับประทานอาหารกลางวันบนตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะออกมาโชว์ปึ้กเพื่อดับกระแสสงสัย

ขณะที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ เองก็รีบออกมาเคลียร์ตัวเองไม่ให้ ‘พรรคภูมิใจไทย’ สงสัยในความสัมพันธ์ โดยนายยศชนันยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าพร้อมสนับสนุนรัฐบาล ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสียงดังฟังชัด มีมารยาททางการเมือง พรรคเพื่อไทยไว้วางใจได้ 

ซึ่งไม่ใช่แค่คำพูดที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยสบายใจ หากแต่พรรคเพื่อไทยต้องแสดงความบริสุทธิ์ตัวเอง เพราะไม่ได้มีสถานะที่มีแต้มต่อทางการเมืองเท่าไหร่

วันนี้พรรคภูมิใจไทยยังกุมสภาพทางการเมือง ‘พรรคกล้าธรรม’ ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ที่มี 58 เสียงในมือ แสดงออกชัดว่า พร้อมเสียบตลอดเวลา และมีโอกาสจะโหวตไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนในศึกซักฟอกครั้งนี้ด้วย หลังไม่ขอสังฆกรรมกับญัตติซักฟอกของฝ่ายค้าน 

หากพรรคเพื่อไทยตุกติก พรรคภูมิใจไทยยังมีพรรคกล้าธรรมที่เปิดโหมดสแตนด์บายเติมเสียง  ดังนั้น กลายเป็นพรรคเพื่อไทยต่างหากที่ต้องทำตัวเป็นเด็กดีในศึกซักฟอก

ไม่ได้แค่ต้องโหวตไว้วางใจให้ครบทั้ง 71 เสียงเท่านั้น หากแต่ในศึกซักฟอกคราวนี้ ต้องวางตัวและแสดงบทบาทมากกว่านั่งเป็นพระอันดับ 

เสียงฝ่ายค้านไม่พอล้มรัฐบาล ไฮไลต์สำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คนครั้งนี้ จึงอยู่ที่เนื้อหาสาระ และหลักฐานของฝ่ายค้านว่า จะทำรัฐบาลสะบักสะบอมได้มากน้อยแค่ไหน 

ลำพังหนังซ้ำ อย่างคดีฮั้ว สว. ฝ่ายค้านขย่มมาต่อเนื่อง ตั้งแต่คดียังอยู่ในมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จวบจนมีคำวินิจฉัยออกมา หลักฐานและความเชื่อมโยงต่างๆ พอเห็นกันหมดแล้ว จนรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาเดาการบ้าน เก็งข้อสอบ เตรียมคำตอบเอาไว้ตั้งแต่เห็นญัตติ

ฉะนั้น คดีฮั้ว สว. หากไม่มีอะไรใหม่แตกต่างไปจากเดิม รัฐบาลน่าจะอยู่ในจุดที่รับมือไหว 

เช่นเดียวกับเรื่องการทุจริตสอบเข้าข้าราชการหรือพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่หากไม่มีไม้เด็ดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า มีตัวละครที่ใหญ่กว่าผู้ที่ถูกเชือด ก็อาจจะเป็นหนังซ้ำที่เคยฉายแล้วอีกเรื่อง

หรือเรื่องโครงการ AI passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกตรวจสอบอย่างหนักจากฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ และถูกจองกฐินจะซักฟอกตั้งแต่ยังไม่เข้าฤดูอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องรอดูว่า จะมีอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้เจ้ากระทรวงไปไม่เป็น หรือนึกไม่ถึงกับข้อมูลฝ่ายค้านหรือไม่

ซึ่งเรื่องพวกนี้ พรรคภูมิใจไทยกับฝ่ายค้าน ล้วนแล้วแต่เคยประดาบกันมาหลายครั้ง จนเดาทางกันออกหมดแล้ว

เว้นเสียแต่ว่า ฝ่ายค้านทำเซอร์ไพรส์ เปิดเรื่องความไม่ชอบมาพากลในโครงการใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยถูกฉายที่ไหนออกมา จนรัฐบาลตั้งหลักไม่ทัน ตรงนี้คือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจะได้เห็นในการซักฟอก

แน่นอนว่า พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ต่างมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ ยิ่งญัตติของฝ่ายค้านที่เขียนถึง 18 รัฐมนตรี เต็มไปด้วยความเข้มข้น ดุเดือด รุนแรง ยิ่งทำให้ผู้คนคาดหวังว่า จะได้เห็นการใช้กลไกสภาตรวจสอบที่ทรงประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ มีข้อมูล หลักฐาน แน่นหนาจนฝ่ายรัฐบาลดิ้นไม่หลุด ชี้แจงไม่ได้

แต่หากสุดท้ายแล้ว หากมีแต่วาทกรรมกับข้อมูลเก่าๆ มันก็จะได้แค่เพียงความสะใจกองเชียร์ แต่ทำรัฐบาลเสียทรง เสียศูนย์ไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภราดร' ซัด 'ศุภณัฐ' เป็น สส. ไม่ใช่อินฟลู หยุดปั่นข้อมูลมั่วเรื่องงบเยียวยาน้ำท่วม

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลคำนวณงบเยียวยาน้ำท่วมพลาดว่า อย่ามุ่งร้าย สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด ทำให้สังคมปั่นป่วน จนเกิดจลาจลได้

นายกฯ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพมารดา 'นิกร จำนง' ที่สงขลา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนางแฉล้ม จำนง อายุ 92 ปี มารดาของนายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ คณะผู้แทนหน่วยงานราชการ

'ศิริโชค' ตอกกลับ 'อนุทิน' แพ้เลือกตั้งไม่ใช่หมดสิทธิตรวจสอบ จี้ตอบคำถามปม สส.ไอเดียร์ อย่าเบี่ยงประเด็น

นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สรุปว่าผมผิด เพราะผมแพ้เลือกตั้งอย่างนั้นหรือครับ คุณอนุทิน?