
ปฏิบัติการ ถอดหน้ากากคนดี ของฝ่ายค้านวันแรก ส่วนใหญ่เป็นการนำแผลเก่ามาขยี้ซ้ำ โดยการนำข้อมูลและหลักฐานใหม่มาประกอบ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ
ไฮไลต์สำคัญน่าจะอยู่ที่รอบดึก ซึ่งเป็นการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ในหัวข้อ เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา ที่พยายามขยายความเชื่อมโยงระหว่าง ทุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา และขบวนการค้ายาเสพติด กับ ส.ว.รายหนึ่งที่นายรังสิมันต์เรียกว่า ส.ว.ทรงเอ
นายรังสิมันต์พยายามนำแชตข้อความต่างๆ มาเพื่อเพิ่มน้ำหนักว่า ส.ว.ทรงเอรายนี้ยังไม่ได้เลิกทำธุรกิจจริง แต่ยังทำผ่านนอมินี ที่ปัจจุบันถูกโทษตัดสินประหารชีวิต
แต่ดูเหมือนเจตนาในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการจะลากใครเข้าคุก แต่ต้องการจะทิ้งระเบิดใส่ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ
นายรังสิมันต์พยายามจะบอกว่า ‘บิ๊กตู่’ ย่อมต้องรับรู้เรื่องราวและโปรไฟล์ของ ส.ว.รายนี้ดี เพราะเป็นคนแต่งตั้งมากับมือ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่ไม่ได้จัดการ เพราะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่
นอกจากนี้ โฆษกพรรคก้าวไกลยังยกเอาเรื่อง ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ในซอยอารีย์ 5 มาเป็นเครื่องตอกย้ำว่า ส.ว.รายนี้สนิทสนมกับคนในรัฐบาลเป็นอย่างดี มีเส้นสายไม่ธรรมดา โดยอ้างว่าที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติดังกล่าวสร้างขึ้นในที่ดินของ ส.ว.รายนี้
แน่นอนว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์กับทั้ง บิ๊กตู่ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ หากฟังข้อมูลจากนายรังสิมันต์ฝ่ายเดียว
เพราะขึ้นชื่อว่า ธุรกิจสีเทา หรือ ยาเสพติด ไม่ว่าถูกจับโยงกับพรรคการเมืองใด ย่อมสร้างความเสียหายต่อคะแนนเสียง เหมือนกับที่พรรคพลังประชารัฐถูกเขย่าเรื่องนี้ จากกรณี นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว เคยบริจาคเงินสนับสนุนให้กับพรรคพลังประชารัฐ
แม้ในทางการเมืองจะรู้ว่า การซักฟอกแบบนี้จะถูกมองอย่างอื่นไม่ได้นอกจากหวังผลในสนามเลือกตั้ง แต่ถือว่าเป็นอะไรที่เสียหายพอสมควร และมีผลต่อคะแนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่จะทำให้สังคมเชื่อว่า มันเป็นการอภิปรายเพื่อทำลายกันในทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนคือ คำชี้แจงจากพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึง ‘บิ๊กตู่’ ที่สามารถหักล้างคำอภิปรายของนายรังสิมันต์ได้ทั้งหมด
ลำพังการตอบโต้กว้างๆ ว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง รวมไปถึงการใช้วิธีฟ้องร้อง ไม่เพียงพอแล้วในนาทีนี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลักฐานที่อีกฝั่งนำมาเชื่อมโยงมันชวนให้เชื่อได้
ทางเดียวคือ หักล้างทุกคำกล่าวหาด้วยเหตุและผล เพื่อแสดงให้เห็นว่านายรังสิมันต์พยายามจับแพะชนแกะ
เรื่องนี้ถือว่าสำคัญ อย่าลืมว่าถ้า ‘บิ๊กตู่’ และ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ปล่อยให้คาราคาซัง ไม่รีบตีเหล็กตอนร้อน ย่อมจะเป็นบาดแผล ถูกฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเอาเรื่องนี้ไปต่อยอดในสนามเลือกตั้งเพื่อคอยดิสเครดิต
การถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงหรือรู้จัก หรือเกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่งกับยาเสพติด ถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และสังคมไทยไม่สามารถยอมรับได้ ฉะนั้น จะปล่อยผ่าน โดยมองว่าเป็นการป้ายสีกันเหมือนทุกครั้ง ย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้ง
จะตั้งรับแบบเดิมในสถานการณ์แบบใหม่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะนิสัยคนไทยยิ่งเงียบยิ่งเชื่อ
ขนาดพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมถึงแกนนำพรรคคนอื่นๆ ยังทำการบ้านอย่างหนักเพื่อจะดีดตัวเองให้พ้นข้อครหา หลังตู้ห่าวมีชื่อเป็นคนบริจาคเงินสนับสนุนให้พรรค เพราะรู้ว่าหากคู่แข่งในสนามนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายกันในสนามเลือกตั้ง คะแนนจะหายอีกมากโข
เรื่องภาพลักษณ์ในสนามเลือกตั้งถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘บิ๊กตู่’ ที่ไม่เคยมีภาพลักษณ์ติดลบในเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน หรือแวดวงธุรกิจสีเทาเลย ภาพค่อนข้างขาว การที่คู่แข่งพยายามโยงไปเรื่องพวกนี้ ยิ่งต้องรีบขจัดข้อสงสัยให้ไวที่สุด
คนรอบตัว คณะทำงาน ต้องไม่ชะล่าใจปล่อยเลยตามเลย เพราะ ‘บิ๊กตู่’ แทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ หากหัวยิ่งเปื้อน หางยิ่งไปลำบาก
ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้สังคมรู้ว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นคนแต่งตั้งมาเป็น ส.ว. แต่ไม่ได้หมายความว่า เข้าไปเกี่ยวข้องหรือสนับสนุน เรื่องนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคล ส่วนประเด็นที่ทำการพรรค ต้องอธิบายให้เห็นว่า ทำไมต้องใช้ที่ทำการนี้
เบื้องต้น นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาชี้แจงแล้วว่า เช่าตึกโดยถูกกฎหมาย และดูจะไม่เป็นธรรมกับการเชื่อมโยงแบบนี้
"ตรงนี้เป็นการกล่าวหาที่ไร้ข้อมูลมากๆ เรื่องนี้ผมก็ทราบมาก่อนว่าตึก รทสช.ไปเช่าถูกต้องตามกฎหมาย และอดีต ส.ว.มีชื่อครอบครองตั้งแต่ปี 60-62 แต่ตอนนี้ปี 66 แล้วไม่มีชื่อเขา ดังนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตึก รทสช.และหัวหน้าพรรคก็เป็นอดีตผู้พิพากษารู้กฎหมายดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เราไม่ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม หากผมบอกว่าพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่เดิมเช่าตึกไทยซัมมิทอยู่ แล้วเจ้าของตึกมีคดีรุกป่า มีคดีน้องชายติดสินบนใต้โต๊ะพนักงานที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าผมกล่าวหาอย่างนี้ก็คงไม่ถูก เพราะพรรคก้าวไกลเองคงไม่ทราบว่าเจ้าของตึกไปทำอะไรมา จึงต้องให้ความเป็นธรรมด้วย มิใช่พูดเอามันอย่างเดียวโดยไม่สนใจอะไรเลย”
แต่คำถามคือ คำอธิบายนี้มันพอหักล้างให้ประชาชนเชื่อหรือไม่?
อย่าลืมว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า เป็นเรื่องเก่าหรือเรื่องใหม่ แต่คือ การชี้ให้เห็นว่า มันคือเรื่องจริง หรือไม่ใช่เรื่องจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงมาทำงานไร้รถนำขบวน
'นายกฯอนุทิน' ถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงมาทำงาน ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน
นายกฯ รับเลิกตรึงดีเซลส่งผลราคาสินค้าแต่จะใช้กลไกกระทรวงต่างๆ ดูแล!
'นายกฯ' ยอมรับเลิกตรึงดีเซลกระทบ ปชช. ยันทุกคนกำลังทำงานอยู่ ชี้ต้องใช้กลไกกระทรวงแก้ไข
'อนุทิน' เผย 'วันนอร์' ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ
'อนุทิน' เผย 'วันนอร์' ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯแล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ - ความสงบสุขในพื้นที่
'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'
‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง
วางหมาก‘หมวกแดง’รีเทิร์น ปรับสูตร‘ขุนพล’ทัพภาค1-2
หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชื่อของ รมว.กลาโหม ก็น่าจะเป็น พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว

