หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคาร ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป จะเป็นช่วงเวลาที่ เสี่ยนิด-เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ‘ลาพักผ่อน’ ตามที่มีหนังสือลาราชการเอาไว้
‘เศรษฐา’ จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม เวลา 12.00 น. โดยคาดกันว่า ในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีอาจไปร่วมงานการแข่งขันมวยไทยศึกใหญ่ส่งท้ายปี ONE ลุมพินี 46 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)
โดยนายกฯ ให้เหตุผลในการลาพักผ่อนว่า ต้องการดูแลแม่ที่อายุ 96 ปี และไปเที่ยวกับลูกที่กลับมาจากต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่า สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้หนีไปไหน
แน่นอนว่า นายกฯ สามารถขอราชการได้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555 ข้อ 41 ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย
แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลแท้จริงในการลาราชการนั้น ลึกๆ แล้วคืออะไร?
เพราะทั้งก่อนและหลังเข้ารับตำแหน่ง ‘เศรษฐา’ เคยประกาศเอาไว้ว่า จะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และ 7 วัน 24 ชั่วโมง
“หลายเรื่องที่เราชอบ เช่น กินอาหาร ท่องเที่ยว ดูฟุตบอล แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเสียสละมาก มันคือ 7 วัน 24 ชั่วโมง เราต้องทำหลายอย่าง ผมติดสุข ผมยอมรับ แต่ถ้าเกิดจะตัดสินใจทำงานแล้วก็ต้องทำให้ได้ เพราะมันก็ต้องเสียสละ” คำตอบของ ‘เศรษฐา’ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อช่องหนึ่งก่อนเข้ารับตำแหน่ง
ขณะที่ในวันที่รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ‘เศรษฐา’ ก็ยังย้ำว่า “ผมนายเศรษฐา ทวีสิน จะขอทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเททำงานหนักรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน”
และไม่ผิด เพราะนับตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ที่เป็นนายกฯ เต็มตัว ‘เศรษฐา’ ทำงานอย่างขะมักเขม้น ไม่เว้นแม้แต่เสาร์-อาทิตย์ วันๆ หนึ่งมีตารางอัดแน่นเต็มพรืดไปหมด จนคนยังแซวว่า ผู้นำฟิตมาก
แต่อยู่ๆ กลับขอลาพักผ่อนในช่วงบ่ายโมง วันอังคารที่ 19 ธันวาคม ถึงเที่ยงวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม มันจึงผิดสังเกตไป
อีกอย่างหากต้องการลาพักผ่อน อีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 4 วัน ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2567 เหตุใดนายกฯ จึงไม่รอช่วงนั้น
จุดที่น่าสนใจคือ ช่วงที่ ‘เศรษฐา’ ลาพักผ่อน คาบเกี่ยวกับวันพุธ พฤหัสบดี ซึ่งมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีการตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ รออยู่
โดยสัปดาห์ก่อน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ เกี่ยวกับการแต่งตั้งนายตำรวจตำแหน่งผู้กำกับการ ที่ ‘เศรษฐา’ เคยหลุดปากเอาไว้กลางห้องประชุม สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงเรื่องโยกย้ายไม่เป็นธรรม กรณีผู้กำกับ ตม.ภูเก็ต ได้ทำจดหมายลาออกจากตำแหน่ง
แม้นายกฯ จะมอบหมายให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เข้าไปชี้แจงแทนในสัปดาห์ก่อน แต่ดูเหมือนคณะกรรมาธิการจะยังไม่พอใจ และมองว่านายกฯ อ้างภารกิจเพื่อชิ่งมาตอบกระทู้
ซึ่งสัปดาห์นี้ ฝ่ายค้านน่าจะรุกไล่ต่อ รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย
ขณะเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน มองไปที่ปมร้อนเรื่อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่โรงพยาบาลตำรวจครบ 120 วัน ที่ทำให้ ‘เศรษฐา’ ลาพักร้อนในฤดูหนาว
โดยนายจตุพรตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนถึง 22 ธ.ค.66 หรือก่อนอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจครบ 120 วัน คณะกรรมการที่รองอธิบดีราชทัณฑ์เป็นประธาน ตามระเบียบราชทัณฑ์ให้คุมขังนอกเรือนจำ อาจมีมติให้ ‘ทักษิณ’ เปลี่ยนจากคุกไปอยู่บ้านได้ เพราะกรมราชทัณฑ์ต้องหลีกเลี่ยงรายงาน 120 วันก็เป็นได้ ดังนั้น นายกฯ จึงลาพักร้อนในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวเช่นนี้ คงไม่ต้องการรับรู้รับทราบการรายงาน 120 วัน
“จัดเป็นลีลาการเมืองแพรวพราว เพราะคงไม่ต้องการรับรู้การตัดสินใจให้ทักษิณ เปลี่ยนจากคุกไปเป็นคุมขังอยู่บ้านได้เฉลิมฉลองวันปีใหม่ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า คงเป็นดีลหนึ่งในยุทธการฟ้าใสให้กลับบ้าน ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วประชาชนจะว่าอย่างไร” นายจตุพรระบุ
อย่างไรก็ดี วิธีหลบหลีกของ ‘เศรษฐา’ มีความคล้ายคลึงกับสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ไม่น้อย โดยเมื่อครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ มักจะมีภารกิจไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ ในช่วงวันพุธ พฤหัสบดี ที่ตรงกับการประชุมของสภาบ่อยครั้ง แบบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
‘ยิ่งลักษณ์’ ไปตอบกระทู้น้อยมาก ขณะที่ ‘เศรษฐา’ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกฯ เพิ่งจะไปตอบกระทู้เพียงครั้งเดียวคือ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 และเป็นกระทู้ที่พรรคร่วมรัฐบาลถามกันเอง ขณะที่กระทู้ของนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งว่านายกฯ ไม่ประสงค์จะตอบ
ซึ่งปัจจุบันมีประเด็นร้อนหลายเรื่องที่พรรคก้าวไกล ในฐานะฝ่ายค้านต้องการจะถาม เหตุนี้จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า สรุปแล้วเจตนาต้องการลาพักร้อน หรือลาหลบร้อนกันแน่?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี
'อภิสิทธิ์' สับเละ! งบ 70 'หาเช้ากินค่ำ' ไร้อนาคต บี้ปฏิรูปภาษีก่อนหนี้ทะลุ 80%
'อภิสิทธิ์' สับรัฐบาลจัดงบ 70 แบบไร้อนาคต หาเช้ากินค่ำ มีเงินใช้แค่งบประจำ-ใช้หนี้ ต้องกู้ลงทุน อย่าหวังเพิ่มเบี้ยคนชรา-สวัสดิการ แนะปฏิรูปภาษีก่อนหนี้สาธารณะทะลุ 80%
นายกฯ มอบ 'เอกนิติ' แจงงบ 70 ต่อสภา กำชับ ครม. ตอบทุกประเด็น
นายกฯ ถวายงานรัฐมนตรีเกียรติยศที่ฝรั่งเศส มอบ 'เอกนิติ' นำเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 กำชับ ครม. แจงครบทุกประเด็น
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นายกฯ ประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล 99 พรรษา 'สมเด็จพระสังฆราช'
นายกฯ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา 'สมเด็จพระสังฆราช'

