วัดป่าอดุลยารามยังประกอบศาสนกิจตามปกติ ท่ามกลางตำรวจ-ฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัยเข้ม เจ้าอาวาสเผยไม่เครียดกับข้อพิพาท ขอญาติโยมทำใจสบาย ย้ำ “วัดไม่ได้ไปไหน หลวงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน” พร้อมฝากถึง “ป้าดา” รักษาอารมณ์-คำพูด ใจเย็น ค่อยๆ พิจารณาแต่ละเรื่อง
15 สิงหาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงพบญาติธรรมและคณะสงฆ์ประกอบกิจทางศาสนาตามปกติ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด
พระภิกษุสงฆ์ยังคงออกบิณฑบาตตามปกติ ขณะที่พุทธศาสนิกชนในชุมชนยังคงมาถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ตามกิจวัตรประจำวัน
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป จึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนที่รับทราบข่าวไม่ต้องจริงจังหรือเครียดกับเรื่องดังกล่าว เพราะแม้แต่หลวงพ่อเองยังไม่เครียด จึงไม่อยากให้ญาติโยมต้องกังวล ขอให้ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสและทำใจให้สบาย
ไม่ว่าเรื่องใดจะเกิดขึ้น ย่อมมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ทั้งทางสงฆ์และทางฆราวาส จึงไม่จำเป็นต้องเก็บทุกเรื่องมาคิดหรือทำให้เกิดความเครียด หากใครพูดสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นคำพูดของบุคคลนั้น เพราะทุกคนต่างมีปากและสามารถพูดได้ การเจรจาบางเรื่องอาจไม่ถูกใจอีกฝ่าย แต่ขอให้ทุกคนมองกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ ให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะการโต้แย้งหรือมีความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
“เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป ไม่ต้องไปพูดถึง ในขณะนี้ขอให้ญาติโยมทุกคนทำใจให้สบาย ไม่ต้องเครียด ยิ่งได้ยินข่าวว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบวัดติดตามข่าวครั้งนี้จนตาแดงเพราะร้องไห้ ทำให้รู้สึกสงสาร จึงอยากขอว่าอย่าเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากจนเกินไป พร้อมยืนยันว่า วัดไม่ได้ไปไหนและหลวงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงต้องการมอบความอบอุ่น ช่วยเหลือจุนเจือ และทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของญาติโยมทุกคนต่อไป”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า อาตมาจำได้ว่าช่วงที่ขึ้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฝ่ายป้าดาเดินทางมากันจนเต็มห้องพิจารณา โดยแต่ละครั้งมีประมาณ 60-70 คน ขณะที่ฝ่ายเจ้าอาวาสเดินทางไปเพียงเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และไวยาวัจกรของวัด
เมื่อเข้าไปสอบถาม อีกฝ่ายกลับเดินหนี และไม่ว่าจะเข้าไปสอบถามใครก็ไม่มีผู้ใดพูดคุยด้วย ทำให้ไม่สามารถเจรจาหรือทำความเข้าใจกันได้ พร้อมมองว่า หากเข้าไปพูดคุย อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมพูดคุยด้วยอย่างแน่นอน เมื่อไม่มีการสื่อสารกัน จึงไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายมีแนวคิดอย่างไร กำลังทำอะไร หรือมีวิธีดำเนินการจัดการพื้นที่อย่างไร
“ฝากถึงป้าดาให้รักษาอารมณ์ รักษาคำพูด และใจเย็นกับทุกเรื่อง ไม่ควรใช้อารมณ์ในการพูดหรือพูดเร็วเหมือนหายใจไม่ทัน แต่อยากให้พูดช้าๆ และค่อยๆ พิจารณาแต่ละเรื่องไปตามลำดับ คือพูดเอา พูดเอา คุณสรยุทธก็เหนื่อย คุณกรรชัยก็เหนื่อย นี่คือลักษณะที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นหลวงพ่อก็เห็นใจสื่อมวลชนทุกคนเช่นเดียวกัน ขอเจริญพร” พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อัยการฟ้องแล้ว! 'ป้าบัวไข' แจ้งความเท็จ คดีโฉนดที่ดินวัดป่าอดุลฯ
อัยการขอนแก่นยื่นฟ้อง 'ป้าบัวไข' แจ้งความเท็จคดีโฉนดที่ดินหาย ทั้งที่โฉนดตัวจริงอยู่กับเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม มนัดสอบคำให้การ 24 พ.ย.
ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' หอบคำพิพากษาศาล บี้สำนักงานที่ดินโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อวัด
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' ยื่นข้อเสนอกฎหมาย-แนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 100 หน้า ถึงอธิบดีกรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัด ขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อวัดได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทายาทมาจดทะเบียนโอน
พระลูกวัดย้อน 33 ปี วัดป่าอดุลยาราม ถาม 'ป้าดา-ทายาทตาเฮียง' ของที่อ้างอยู่ไหน
“พระอาจารย์ศตวรรษ” ย้อนความหลังครั้งจำพรรษาวัดป่าอดุลยารามเมื่อปี 2536 พาชมกุฏิ-หอพระเก่า พร้อมภาพเดินบิณฑบาต ยืนยันบริเวณประตูที่ถูกนำท่อ-ปูนมาปิดกั้น เดิมเป็นท
ไร้เงาป้าดา! 'อ.ธงทอง' กราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดิน
'อ.ธงทอง' นำ พศ. พบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ชี้หลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว เผย 'ป้าดา' ยังไม่ติดต่อมา

