แถลงผลงาน3เดือน‘รัฐบาลอิ๊งค์’ โชว์อนาคตประเทศ รอดหรือร่วง?

ได้เวลาตีปี๊บผลงานรัฐบาล 90 วันของ “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วันนี้ 12 ธันวาคม 2567 ในหัวข้อ 2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” (2025 Empowering Thais : A Real Possibility) ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) พร้อมถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชม

โดยรูปแบบการจัดงาน นายกฯ จะนำแถลงเพียงคนเดียว เล่าถึงนโยบายที่ได้ทำมาใน 3 เดือน ซึ่งเป็นนโยบายที่รับช่วงต่อจากรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และบอกสิ่งที่รัฐบาลจะทำต่อไปในปี 2568 ที่จะเป็นการฉายภาพให้เห็นว่ารัฐบาลนี้จะทำอะไรต่อ พร้อมมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินกับส่วนราชการที่ร่วมงานประมาณ 500 คน

ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการฝ่ายการเมือง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โฆษกกระทรวง หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์การมหาชน เป็นต้น

สำหรับรูปแบบการจัดงานถือว่ามีความแตกต่างจากหลายรัฐบาล ที่ไม่ใช่แค่การขึ้นโพเดียมยืนแถลงผลงาน แต่จะเป็นการมอบนโยบายด้วย โดยได้มีการเชิญผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมารับมอบนโยบายจากนายกฯ

ขณะเดียวกันสถานที่จัดงานแถลงครั้งนี้ก็มีความแตกต่างจากทุกรัฐบาลเช่นกัน โดยปกติการแถลงผลงานจะจัดขึ้นที่ทำเนียบฯ เพราะถือเป็นศูนย์บัญชาการของผู้บริหารประเทศ แต่ในครั้งนี้เลือกจัดที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือ “ทีมกุนซือบ้านพิษณุโลก” เป็นผู้เสนอ และนายกฯ ได้ตัดสินใจเลือกสถานที่ดังกล่าว เป็นห้องสตูดิโอที่ 4 เพราะมีความพร้อมทั้งแสงสีเสียง

ซึ่งนายกฯ จะขึ้นพูดบนเวทีอย่างโดดเด่น บนเวทีปูพรมแดง มีทางเดินตรงยาวไปยังเวทีที่ตั้งอยู่กลางห้องเป็นจุดศูนย์กลาง มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนั่งฟังรายล้อมรอบเวที และมีส่วนราชการนั่งอยู่ด้านหลัง มีจอแอลซีดีขนาดใหญ่โชว์กราฟฟิกผลงานรัฐบาล ซึ่งนายกฯ จะเดินอธิบายผลงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพ

และภายหลังการแถลงผลงานเสร็จสิ้น นายกฯ จะร่วมวงสนทนาพบปะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ โดยในวงนี้จะเป็นแบบปิด ไม่ได้อยู่ในช่วงถ่ายทอดสด แต่จะเปิดให้ช่างภาพเข้าบันทึกภาพได้

สำหรับนโยบายของรัฐบาลที่หลายคนจับตาในการแถลงนี้ อาจไม่หวือหวามากเท่าไหร่ เพราะเป็นนโยบายที่ทำต่อเนื่องจากรัฐบาลนายเศรษฐา และที่จะทำต่อไปในปี 2568 รวมถึงที่จะเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ที่น่าสน อาทิ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 แจกเงิน 10,000 บาทผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในกลุ่มเปราะบางไปแล้ว และจะเดินหน้าต่อในเฟส 2 กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มต่อไปจะมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตรึงและลดราคาค่าพลังงานไฟฟ้า ของกระทรวงพลังงาน ที่จะทำต่อไปเพื่อช่วยประชาชน ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบางอื่นของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในการลดดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้ เช่น มาตรการลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ ที่ถูกจัดชั้นเป็น NPLs ที่มียอดหนี้ไม่สูง มีภาระหนี้คงค้างไม่เกิน 5,000 บาท ให้ปิดหนี้ได้

และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ช่วยไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน

ส่วนในปี 68 นั้นจะมีนโยบายหลักๆ เช่น นโยบายปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือน ทั้งกลุ่มหนี้บ้าน กลุ่มหนี้รถยนต์ กลุ่มหนี้เอสเอ็มอี, การเปิดตัวโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนชั้นกลาง ซึ่งผ่านที่ประชุม ครม.แล้ว ที่จะมีการทำบ้านเพื่อคนไทย 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะกลาง โดยจะมีหลักเกณฑ์ต่างๆ ออกมา รวมถึงการแจกเงินหมื่นบาท นโยบายเรือธงรัฐบาลเพื่อไทย ต้องมีแน่นอน

นอกจากนี้จะพูดถึงการเดินสายไปในต่างประเทศของนายกฯ อิ๊งค์ ที่ได้ใช้โอกาสเพื่อดึงดูดการลงทุน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง สานต่อจากรัฐบาลของนายเศรษฐา เป็นต้น

ส่วนความพร้อมของตัวนายกฯ อิ๊งค์ครั้งนี้ พร้อมเต็มร้อย ได้มีการไปฝึกซ้อมในสถานที่จริงล่วงหน้าก่อน 1 วันแล้ว มีสคริปต์พูดอยู่หลายหน้า และนายกฯ ยังได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม. ขอให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคน หัวหน้าส่วนราชการ ระดับกรมขึ้นไป และผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมในวันดังกล่าวด้วย

ส่วนหลังแถลงผลงานครั้งแรกของ “รัฐบาลอิ๊งค์” จะมีฟีดแบ็กอย่างไร นโยบายเรือธงที่วาดฝันไว้จะทำได้หรือไม่ งานนี้จะรอดหรือร่วง ต้องติดตามกันต่อไป.   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ

สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน

"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"

ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพื่อไทยไม่เป็นฝ่ายค้าน! 'จุลพันธ์' เผยพรรคอันดับ 1 ยังไม่ประสานมา

ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีมีการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคอันดับ 1 มาแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้าใจว่าต้องรอ

'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ

'จตุพร' ฟันธง! 'อนุทิน' ไม่เอาเพื่อไทยร่วมรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสม