แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะออกลูกแอ็กชันหลายรอบในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี-สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ มีการประกาศให้เป็น "วาระแห่งชาติ" ผ่านการออกอาวุธต่างๆ
เช่น การตั้ง 'ซูเปอร์บอร์ด' ปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีตัวเองเป็นประธาน เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังกระแสเรื่องนี้เริ่มแรง ที่เรียกกันว่า คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งได้ดึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง รวมถึงบิ๊กราชการในหน่วยงานต่างๆ มาร่วมเป็นกรรมการ เช่น ผบ.ตร.-เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน-ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เป็นต้น
และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ออกอีกหมัด รอบนี้ให้หน่วยงานภาครัฐ 15 แห่งร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น
ทั้งหมดคือแอ็กชันของนายกฯ อนุทิน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการขึงขังเอาจริงเอาจังในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่โยงไปถึง "ทุนเทา" หลังถูกวิจารณ์ว่า นายกฯ ยังไม่เด็ดขาดพอ เหมือนกับเกรงไปสะดุดตอใครบางคน โดยเฉพาะมุมมองของฝ่ายค้าน ทั้งเพื่อไทย-ประชาชน ที่สำทับว่าทุกการขยับของนายกฯ เป็นแค่หมัดแย็บ ไม่ใช่หมัดตรง ชกไม่เข้าเป้า อยากให้ออกหมัดน็อก
ที่มาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ก็รายนี้ “รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน-ปธ.คณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร” ที่เป็นแกนนำพรรคประชาชน ที่ทำให้อนุทินได้เป็นนายกฯ ออกมาชี้เปรี้ยง ว่า
"การให้ร้อยเอกธรรมนัสไปต่อในฐานะรองนายกรัฐมนตรี จะไม่มีทางสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลในการที่จะได้ความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้เลย..ชัดเจนว่าความน่าสงสัยของการเชื่อมโยงระหว่างร้อยเอกธรรมนัสกับแก๊งสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้น คิดว่าสังคมไทยไม่น่าจะยอมให้ร้อยเอกธรรมนัสได้ไปต่อ แต่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ทำอะไร สังคมไทยก็จะตั้งคำถามกลับมายังนายอนุทิน"
แน่นอนว่า ท่าทีดังกล่าวของแกนนำพรรคประชาชนที่พยายามกดดันอนุทินในเชิงการเมืองอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพรรคประชาชนยามนี้ ล่อเป้า-ควงหมัดชกการเมืองกับพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัสอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กล้าธรรม-เด็กธรรมนัส ก็เอาคืน โดย “ไผ่ ลิกค์ แกนนำพรรคกล้าธรรม” ให้ทีมงานไปยื่นเรื่องต่อ กกต.เพื่อขอให้พิจารณายุบพรรคประชาชน จากกรณีการตั้งเด็กนักเรียน ม.4 เป็นผู้ช่วย สส. และการใช้เงินเดือนของผู้ช่วย สส.ไปจ่ายเป็นค่าสมัครสมาชิกพรรค โดยบอกว่า มีพยานบุคคล หลักฐาน และความผิดทางด้านกฎหมายที่จะเอาผิดได้
หลังก่อนหน้านี้ พรรคกล้าธรรมโดนพรรคประชาชนจ้วงไปหลายมัด จนจุกกลางลำตัว รอบนี้เลยเอาคืน
กระนั้นมีเสียงสะท้อนประเด็นที่ยื่นไป หากดูจากข้อมูลที่ปรากฏ ถ้าไม่มีหลักฐานอะไรเด็ดจริง น่าจะเอาคืนพรรคประชาชนยาก อีกทั้งการยื่นต่อ กกต.ส่วนใหญ่ใช้เวลานานกว่าจะรู้ผล
พรรคประชาชนยังไงคงไม่หยุดในการไล่บี้ธรรมนัสและพรรคกล้าธรรม แต่จะยิ่งเพิ่มดีกรีไล่บี้หนักมากขึ้น เพราะเรียกว่าเปิดหน้ารบกันแล้ว
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็จับตามองกันมากกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้น หลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ 12 ธ.ค.ว่า พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยจะเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะพรรคประชาชนดูเหมือนหากจะเปิดซักฟอก ก็คงหวังล่อธรรมนัสคนเดียว ไม่เอาถึงอนุทิน แต่เพื่อไทยอยากซักฟอกอนุทิน ไม่อยากแตะธรรมนัสมากเท่าพรรคประชาชน แม้เพื่อไทย-ทักษิณ ชินวัตร จะมี "แค้นฝังลึก" กับธรรมนัส-กล้าธรรม ที่พลิกขั้วไปตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย จนเพื่อไทยต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน แต่มีการมองว่า เพื่อไทยก็อาจเกรงว่า ถ้าอภิปรายธรรมนัสจะโดนย้อนศร ธรรมนัสอาจฟิวส์ขาด แล้วแฉกลับ ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับเบน สมิธ ที่ใกล้ชิดกับฮุน เซน จนเพื่อไทยอาจจุกเอาได้ผนวกกับเพื่อไทย ยามนี้ยังไงก็ต้องการมีพันธมิตรการเมืองไว้บ้าง เพื่อผลการเมืองในอนาคต ที่ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การรักษาความสัมพันธ์กับธรรมนัสไว้อาจเป็นผลดีในอนาคต เพราะเพื่อไทยเหลือพันธมิตรการเมืองน้อยลงทุกที ทำให้ท่าทีเพื่อไทยเลยดูไม่แข็งขัน ในการที่จะร่วมมือกับพรรคประชาชนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจธรรมนัส
โดยหากเกิดเพื่อไทยไปเอาด้วยกับการซักฟอก ธรรมนัสไปร่วมลงชื่อยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจธรรมนัส ก็จะเป็นการบีบให้ธรรมนัสอาจต้องชิงลาออกก่อนฝ่ายค้านยื่นซักฟอก เพราะด้วยการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากพรรคประชาชนกับเพื่อไทยร่วมกันลงชื่อซักฟอกธรรมนัส ก็ทำให้ธรรมนัสจะได้เสียงไว้วางใจไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภาฯ ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง จะกลายเป็นรอยตำหนิทางการเมือง หรือไม่อีกทีก็คือไปขอให้อนุทินชิงยุบสภาฯ ก่อนยื่นซักฟอก เพื่อให้ตัวเองยังเป็นรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในช่วงรักษาการอีกร่วมๆ 4-5 เดือน แต่คำถามคือ อนุทินจะเอาด้วยหรือ? หรืออนุทินจะขอให้ธรรมนัสลาออกไปก่อน ตามรอย วรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.การคลัง ซึ่งอนุทินยอมรับแล้วว่า เป็นคนไปสะกิดให้วรภัคลาออกไปเอง หลังเป็น รมช.การคลังแค่ 34 วัน
อย่างไรก็ตาม เคสของวรภัคกับธรรมนัสแตกต่างกันสิ้นเชิง เพราะวรภัคก็แค่ รมต.คนนอกที่อนุทินดึงมา พอสั่งให้ออกก็ต้องออกไป ไม่กล้าแข็งขืน และออกไปแล้วก็ไม่ได้ทำให้ รัฐบาลเกิดแรงกระเพื่อมในวันนี้และอนาคต เพราะไม่มีพาวเวอร์ทางการเมือง แต่ธรรมนัสคือคนที่ยอมหักทักษิณ-เพื่อไทย มาร่วมจับมือกับอนุทิน ชิงตั้งรัฐบาลจนสำเร็จ และมีพรรคกล้าธรรม-สส.กล้าธรรม เป็นฐานอำนาจสำคัญที่อนุทินต้องเกรงใจและอยากรักษาสัมพันธ์ไว้ ไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะหากกล้าธรรมได้ สส.หลังเลือกตั้งสัก 35-50 เสียง ก็จะเป็นกองหนุนสำคัญทำให้อนุทินมีลุ้นชิงตั้งรัฐบาล-คัมแบ็กนายกฯ รอบ 2 ทำให้การจะปรับหรือขอให้ธรรมนัสลาออกในลักษณะลอยแพจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ที่น่าแปลกคือ จากแรงกดดันไปที่ตัวธรรมนัสดังกล่าว ก็ปรากฏว่ากลับมีการปล่อยข่าว “ธรรมนัสลาออกตามรอยวรภัคร” เกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนธรรมนัสต้องออกมายืนยันหนักแน่น 2 รอบ ไม่มีการลาออก
“จากกรณีที่มีข่าวเกิดขึ้น ว่าผมลาออกจากตำแหน่ง ไม่จริง ครับ ขอยืนยันว่าผมยังอยู่ในตำแหน่ง “เหมือนเดิมทุกประการ” (7 พ.ย.)
“ข่าวลือเรื่องการลาออกจากตำแหน่งว่า มันเป็นข่าวปลอม บอกว่าผมเข้าพบนายกรัฐมนตรี 3 ชั่วโมงแล้วยื่นใบลาออก ไม่จริงครับ นักรบถ้าจะตาย ต้องตายในสนามรบ ผมเป็นนักการเมือง ถ้าจะตายก็จะตายในสนามเวทีการเมือง ใครมันจะไปลาออก มันไม่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ธรรมนัส ผมไม่หนีปัญหาแน่นอน ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสงค์ร้าย” (8 พ.ย.)
มันคือการประกาศของธรรมนัสแล้วว่าปักหลักสู้ ที่
ทำให้พรรคประชาชนตัดสินใจง่ายขึ้นในการงัดกับธรรมนัสและพรรคกล้าธรรม ว่าเรื่องผ่อนคันเร่งไม่มี มีแต่เหยียบมิดแล้วดับเครื่องชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นายกฯ สั่งศูนย์บริการประชาชน เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส ร้องเรียน ปมสอบขรก.ท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 256/2569เรื่อง การอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กร
คุ้ยเส้นเงินโกงสอบ! จ่อฟันข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร ‘อนุทิน-ปลัดมท.’เมินคลิป
"อนุทิน" ป้อง "ปลัด มท." หลังมีคลิปพาดพิงภรรยาปลัดเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายกฯ ควง ปลัดมท. เดินงาน OTOP ฝ่ากระแสคลิปเสียง ชี้คนทำผิดจะแก้ตัวพัลวัน ส่วนคนไม่ผิดก็ทำงานปกติ
นายกฯ โผล่เมืองทอง ควง “อรรษิษฐ์” เดิน OTOP เป็นวันที่ 6 ก่อนเข้าห้อง VIP หาพ่อแม่ที่มาเที่ยวงาน ขณะ “เลขาฯครม.” รุดหอบแฟ้มเอกสารให้เซ็น ชะงักวางปากกาหันดูจอทีวี นำเสนอข่าวคลิปเสียงเมียปลัดมท.เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ขออย่ามองเป็นเกมเขย่าเก้าอี้นายกฯ-ปลัดมท. ยันไม่ยกเว้นคนผิด
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
'อนุทิน' โผล่สภาฯ บรรยากาศคึกคัก สส.แห่ทักทายร่วมเฟรมไม่ขาดสาย
"อนุทิน" โผล่สภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ เสริมบรรยากาศในห้องประชุมคึกคัก บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย เชิญถ่ายรูปตลอดเวลา

