12 สิงหาคม 2569 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดันร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” รับมือการถ่ายโอนงานตำรวจตาม ม.165
นายชัยวัฒน์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นเรื่องที่รัฐสภา และเข้าร่วมการประชุมกับนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ในวาระพิจารณาศึกษา “การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานผู้รับโอนภารกิจ ตามมาตรา 165 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565”
พร้อมกันนี้ ได้ยื่นหนังสือและรายชื่อคณะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 20 คน ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ดำเนินการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
สรุปให้ฟังง่ายๆ เกิดอะไรขึ้นและสาระสำคัญคืออะไร?
ตามมาตรา 165 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องถ่ายโอนภารกิจการป้องกัน ปราบปราม และสืบสวนสอบสวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คืนให้แก่หน่วยงานเจ้าของกฎหมาย ซึ่งก็คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ที่ผ่านมากระทรวงฯ เองอาจจะงานเยอะ จึงยังไม่รับโอนเสียที และผมเห็นว่าเรื่องนี้ คือ เรื่องสำคัญเพราะกระทรวงฯ ก็ยืมจมูกคนอื่นหายใจมานาน...
ซึ่งคดีสิ่งแวดล้อมยุคนี้ ทั้งซับซ้อนและมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง การทำลายป่า ลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ หรือการสวมสิทธิ์ที่ดินในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องของชาวบ้านทั่วไป แต่ทำเป็น "องค์กรอาชญากรรม" ที่มีทั้งนายทุน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้ทรงอิทธิพลบงการอยู่เบื้องหลัง มีการฟอกเงิน และเชื่อมโยงเครือข่ายต่างประเทศ
เราจึงต้องสร้าง และต้องมี "องค์กรสอบสวนเฉพาะทาง" มารองรับ ลำพังเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรืออุทยานฯ ทั่วไป ไม่มีอำนาจและเครื่องมือเพียงพอ ในการสืบสวนเชิงลึก จึงจำเป็นต้องจัดตั้ง "กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ นำนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ข่าวกรอง การสืบสวนทางการเงิน และการยึดทรัพย์มาใช้ตัดวงจรผู้กระทำผิด
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมาก? และทำไมต้อง "รีบทำทันที"?
ก็เพื่อป้องกัน "สุญญากาศทางกฎหมาย" ถ้านครบาลและตำรวจ บก.ปทส. ถ่ายโอนงานออกไป แต่ฝ่ายทรัพยากรฯ ยังไม่มีหน่วยงานสอบสวนเฉพาะทางที่มีอำนาจเด็ดขาดมารองรับ จะเกิดภาวะ "ไร้ผู้บังคับใช้กฎหมายเชิงลึก" ทำให้คดีค้าง คดีหลุด และผู้ใหญ่ที่บงการจะลอยนวล
และเพื่อเป็นการเพิ่ม "ดาบคม" ให้คนทำงาน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องการองค์กร ที่มีโครงสร้างและกฎหมายรองรับในการฟ้องร้อง ดำเนินคดี และแกะรอยเส้นทางการเงินของนายทุน ไม่ใช่จับได้แค่ "คนรับจ้างตัด" แต่ต้องลากตัว "นายทุนใหญ่" มาลงโทษให้ได้!!!!
อีกเรื่องการทำลายธรรมชาติ สร้างความเสียหายระดับแสนล้าน จึงจำเป็นต้องยกระดับเป็นคดีความมั่นคง การมี DSI ด้านทรัพยากรฯ โดยตรง จะทำให้การปกป้องสมบัติของชาติมีเอกภาพ ดุดัน และเท่าทันกลุ่มอิทธิพลข้ามชาติ
ถ้าไม่มีองค์กรสอบสวนเฉพาะทางที่มีอำนาจเต็มมารองรับงานที่ตำรวจถ่ายโอนมา ป่าไม้และสัตว์ป่าไทยจะถูกรุกรานโดยที่เราทำอะไรนายทุนไม่ได้เลย เรื่องนี้จึงรอไม่ได้ และต้องทำทันทีเพื่ออนาคตของทรัพยากรชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ขยายผล 'คดีฮั้ว สว.' ชี้ทำเป็นขบวนการใหญ่ จ่อฟัน 'เอกราช' ให้การเท็จ
ดีเอสไอ เตรียมร่อนหนังสือถึง กกต. ขอคำวินิจฉัยคดี "ฮั้วเลือก สว." หลังมีมติส่งฟ้องศาล 77 ราย เพื่อนำขยายผลสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ ขณะที่แหล่งข่าวยุติธรรมสะ
'ทวี' โต้สั่ง DSI กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ โบ้ยกันพยานอำนาจ กกต.
'ทวี' ร่ายยิบ โต้กลั่นแกล้งรับ 'ฮั้ว สว.' คดีพิเศษ ยันไม่ใช่ รมว.ยุติธรรม ตัดสินใจ แต่ใช้มติ กคพ. ชี้ขาด ส่วนการกันพยาน อำนาจ กกต. ขณะที่ DSI แค่เสนอความเห็น
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
ร้องสอบวินัยร้ายแรง ‘บิ๊ก DSI’ ปมทำคดีฮั้ว สว. คณะที่ 26
มีหนังสือร้องสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ระดับสูง DSI ซึ่งร่วมคณะไต่สวน กกต.ชุดที่ 26 ปมพยานกลับคำให้การ กล่าวหาข่มขู่-สร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดประวัติเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนร่วมรุ่นอดีต รมว.ยุติธรรม
ขยายผล 'นายกเฮง' ซัดทอด 2 ดีเอสไอ รับเงิน 55 ล้าน ส่ง 'บอส' โยงผู้มีอำนาจจัดสอบท้องถิ่น
ตำรวจ บก.ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น หลังขยายผลจับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต.-อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย อ้าง "บอส" สามารถช่วยบรรจุราชการได้ นัดหมายส่งมอบเงินผู้สมัครสอบ 107 ราย มูลค่า 55 ล้าน เป็นค่ามัดจำ แจ้งข้อหาหนัก
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ยธ. สั่งเชือด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตัวกลางรับ-ส่งเงินโกงสอบท้องถิ่น
กระทรวงยุติธรรม ออกเอกสารแถลงการณ์จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น

