พรรคภูมิใจไทย พลิกเกมขี่กระแส ชาตินิยม ได้อย่างทันทีท่วงที เมื่อ “นายกฯ หนู”-อนุทิน ชาญวีรกูล พลิกสถานการณ์จากเสียงตำหนิเรื่องน้ำท่วมใต้และปัญหาสแกมเมอร์ล่าช้า มายืนบนพื้นที่ที่ตัวเองได้เปรียบ คือกระแสชาตินิยม และประเด็นความมั่นคง
หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เขาเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทันที และประกาศไฟเขียวให้กองทัพสามารถปฏิบัติการได้ทุกกรณีตามความจำเป็น
พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน... และจะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณีตามเงื่อนไขของสถานการณ์”
ท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ทำให้เกมการเมืองของฝ่ายแค้นสะดุดลงทันที โดยเฉพาะตามกระแสข่าวที่ พรรคเพื่อไทย ที่กำลังเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 ในวันที่ 12 ธ.ค. เพื่อใช้จังหวะที่รัฐบาลคะแนนนิยมร่วงโจมตีทั้งเรื่องน้ำท่วมและสแกมเมอร์
แต่หากเดินหน้าท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนร้อนแรง ก็เสี่ยงถูกมองว่าเล่นการเมืองผิดจังหวะ จน นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหน้าหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกมายอมรับว่าตอนนี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
อีกด้านคือแรงกดดันที่พรรคเพื่อไทยต้องการโยนบาปให้ พรรคประชาชน ว่าจะยืนข้างไหน ระหว่างฉีก MOA เพื่อตรวจสอบรัฐบาล หรือค้ำรัฐบาลต่อเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2-3 เดินหน้าไปถึงกลางเดือนมกราคม ตามแผน
ขณะเดียวกัน พรรคแดงเองยังเผชิญเสียงลือว่ารวบรวมรายชื่อ สส. ไม่ถึง 99 เสียง หรือ 1 ใน 5 เสียงของสภา สำหรับยื่นซักฟอก ซึ่งยิ่งทำให้ยุทธศาสตร์ลุ่มๆ ดอนๆ
ตรงกันข้าม พรรคสีน้ำเงิน กลับยิ่งมีความพร้อม ทั้งบ้านใหญ่ทยอยเปิดตัวไม่ขาดสาย กลไกรัฐ และกระสุนเอื้ออำนวย ยังเป็นตัวแทนใหม่ของรัฐพันธุ์ลึก และเมื่อมีกระแสชาตินิยมมาช่วยเสริม ภาพของพรรคที่พร้อม และเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้
ยิ่งชัดเจน “นายกฯ อนุทิน” ถึงขั้นยอมรับว่าร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาเตรียมไว้แล้ว เหลือแค่เลือกวัน ว. เวลา น.เท่านั้น ไม่ว่าจะธันวาคมนี้หรือ 31 มกราคม 2569 ก็พร้อมเดินหน้า
เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเองก็ถูกวางเกมไว้ล่วงหน้า หากสำเร็จก็ดีต่อภาพลักษณ์ แต่หากไม่ผ่านก็ไม่ใช่ความผิดของภูมิใจไทย เพราะสามารถโยนภาระให้ฝ่ายอื่น และยังคงยืนข้างเครือข่ายอนุรักษนิยมที่ไม่ต้องการแก้ทั้งฉบับอยู่แล้ว
“อนุทิน” จึงพูดดักคอไว้ว่า หากมีใครยื่นซักฟอกจนทำให้ไม่สามารถอยู่ครบและทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ “พรรคประชาชนก็ต้องไปโทษคนที่คิดเช่นนั้น” สะท้อนให้เห็นว่าพรรคสีน้ำเงินทำให้แล้วนะ
เมื่อสถานการณ์พลิกไปพลิกมา พรรคที่เสี่ยงเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองมากที่สุดคือ พรรคประชาชน เพราะหากสุดท้ายแล้วพรรคเพื่อไทย รวบรวมเสียงยื่นซักฟอกสำเร็จ แต่พรรคส้มไม่ประกาศตัวค้ำรัฐบาลสีน้ำเงิน นายกฯ ก็พร้อมยุบสภาในทันที
ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ทำมาเกือบถึงปลายทางต้องพังลงต่อหน้า ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปหาเสียง รวมถึงแผนที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับในโอกาสต่อไปเพื่อปลดพันธนาการทางกฎหมายเพื่อรองรับใครบางคนที่จะกลับมาในปี 2572 ก็ปิดฉาก
ต่างจาก พรรคภูมิใจไทย นอกจากฟื้นจากหลุมฝ่ายค้าน ได้ติดปีกเป็นรัฐบาลแบบ “กินฟรีสามเดือน” ไม่นับช่วงรัฐบาลรักษาการอีก โดยไม่ต้องเสียต้นทุนการเมืองมากนัก
ขณะเดียวกัน หากพรรคประชาชนเลือกค้ำรัฐบาล ก็จะกลายเป็นเป้าโจมตีในการเลือกตั้งจากเพื่อไทยทันที เป็นภาพ “พรรคที่ช่วยพรรคสีน้ำเงินให้มีอำนาจ” ซึ่งยากต่อการอธิบายกับฐานเสียง ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง
สถานการณ์ยิ่งไปกันใหญ่เมื่อเกิดวิกฤตชายแดน เพราะกระแสชาตินิยมกำลังมาแรง พรรคประชาชนไม่เพียงไม่ได้คะแนนจากจุดยืนด้านประชาธิปไตย แต่กลับถูกโจมตีหนักจากท่าทีที่ขัดใจสังคม เช่น “หัวหน้าเท้ง”-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ถูกทัวร์ลงว่ามัวหาเสียงโลกสวย ไม่ดูสถานการณ์ และควรปล่อยให้ทหารทำหน้าที่ ปกป้องอธิปไตย
ขณะเดียวกัน คำถามที่พรรคส้มเคยตั้งว่า “มีทหารไว้ทำไม” ถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบมาเล่นงานทันที พร้อมกระหน่ำถามกลับว่า “ถ้าวันนั้นพิธาได้เป็นนายกฯ วันนี้ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหน?”
จังหวะนี้จึงเป็นเกมที่ภูมิใจไทยได้เปรียบหลังการพลิกเกมยึดกระแสชาตินิยม ขณะที่พรรคเพื่อไทย เรียกได้ว่ามีทั้งได้และเสียจากเกมหวังตัดเกมอำนาจพรรคสีน้ำเงินไม่ให้ใหญ่โตไปกว่านี้ แต่แลกกับข้อครหามุ่งฉวยโอกาสทางการเมือง
ต่างจากพรรคประชาชน มีแต่เสียอย่างเดียว ทั้งโอกาสไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถูกหลอกให้ค้ำรัฐบาลโดยไม่เหลือผลงาน และยังเสียคะแนนจากกระแสโจมตีกองทัพในช่วงที่คนทั้งประเทศกำลังคาดหวังให้จัดการเขมรให้จบ!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!
กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง
ครม.คลัสเตอร์เดียว ‘อนุทิน’ลั่นไม่แบ่งพรรค อุบจับขั้ว-รอตัวเลขนิ่ง
“อนุทิน” ลั่นยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ หลังคะแนน "ภูมิใจไทย" ถล่มทลาย
ทบ. รอดูความจริงใจกัมพูชา ก่อนถก JBC ครั้งต่อไป ต้องมั่นใจพื้นที่ชายแดนปลอดทุ่นระเบิด
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า
'อนุทิน' ร่วมงานวันเกิด 'สุวัจน์' ทำบุญเลี้ยงพระวัดไตรมิตร อวยพรกลับให้เป็นนายกฯ 4 ปี
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 71 ปี ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยมีครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ในพิธีได้มีการนิมนต์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม
'อนุทิน' กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ 'เพื่อไทย' เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวกำลังจะมีแห่งที่ 6
‘อนุทิน’ กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ ‘เพื่อไทย’ หลังถูกถามปมเผาสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไปแล้ว เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมี 5 แห่ง กำลังจะมีสะพานที่ 6
'เกลือ กิตติ' ฝากถึงนายก 'อนุทิน' ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจ
นักแสดง-พิธีกรชื่อดัง เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล โพสต์ร่ายยาวฝากถึงนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้ทำงานให้สมกับความไว้วางใจจากประชาชนที่เลือกมาให้บริหารประเทศ

