ภาพที่หัวหน้าพรรคสีส้มทุกยุคสมัยมาปรากฏตัวพร้อมหน้าบนเวทีเดียวกันไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยนัก เอาเข้าจริงอาจจะยิ่งกว่าเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนเลือกตั้งทุกครั้งด้วยซ้ำ เพราะในกิจกรรม 'ขอโทษจากใจ ขอไปต่อด้วยกัน' มีทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และชัยธวัช ตุลาธน อยู่กันพร้อมหน้า แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเพียงพอรักษาศรัทธาของบรรดาด้อมส้มให้อยู่ด้วยกันไปถึงวันเลือกตั้งหรือไม่
ท่าทีของประชาชนที่ไปร่วมงานก็แตกต่างหลากหลาย ส่วนมากที่เห็นใจ-เข้าใจ แต่ส่วนที่ยังผิดหวังก็ไม่น้อย ถึงขั้นลั่นวาจาว่า ไม่ได้ต้องการคำขอโทษเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ แต่พรรคสีส้มควรขอโทษที่ตัดสินใจสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ที่การเมืองไทยมาถึงวันนี้ก็เพราะพรรคส้มเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง
อ่านออกได้ไม่ยากว่า ตอนนี้พรรคสีส้มกำลังเสียศูนย์อย่างหนัก ถึงแม้จะรวมบรรดาผู้นำทางจิตวิญญาณและกุนซือมาช่วยกันแก้ต่าง แต่ก็หาได้ยอมรับว่าการโหวตหนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ คือความผิดพลาดของตัวเอง เพียงแต่บอกว่า อย่างน้อยก็ได้ทดลองแก้รัฐธรรมนูญ 2560 แม้จะทดลองแล้วไม่สำเร็จก็ตาม
พรรคประชาชนมุ่งหมายว่า หากเดินตาม MOA แล้วแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ จะสมประโยชน์วิน-วินกันทั้งสีส้มและสีน้ำเงิน ภูมิใจไทยได้ภาพลักษณ์ว่ารักษาคำพูด ส่วนพรรคตนเองก็ได้ผลงานเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถึงจะเป็นฉบับล็อกสเปกผู้ร่าง หรือฉบับสีน้ำเงินก็ตาม ค่อยไปหาคำอธิบายอีกที
แต่เมื่อส้มโดนต้มจนเปื่อยเมื่อคืนวันที่ 11 ธ.ค. ตอนนี้จึงเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง จนยากจะจินตนาการต่อไปว่า ในห้วงการหาเสียงอันดุเดือด พรรคสีส้มจะชิงธงนำกลับมาได้อย่างไร ในเมื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คนก็ไม่ดึงดูด, สโลแกน 'มีเทาไม่มีเรา' ก็กร่อย, ครม.สีส้ม ที่เคยจะเปิดหน้าก็ยังไม่เห็นวี่แวว ซ้ำร้ายยังมีดรามาจากการปรับทัพผู้สมัคร สส.ในหลายพื้นที่อีก
การหาเสียงคราวนี้ พรรคประชาชนไม่ต่างจากการเริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องลบล้างคำครหาในอดีต แล้วตั้งหมุดหมายใหม่เพื่อเรียกคะแนนนิยม ครั้งปี 2566 นายพิธาเล่นกับความเหนื่อยหน่ายของคนต่อระบอบ 3 ป. "มีลุงไม่มีเรา" จึงติดตลาด ตามมาด้วยการไล่ถล่มเพื่อไทยว่า "ตระบัดสัตย์" ข้ามขั้ว แต่รอบนี้เมื่อตัวเองทำดีลล่มเสียเอง จึงไม่เหลืออะไรมาปลุกเร้าความรู้สึกคนไทย ที่ตอนนี้สิ้นหวังกับการเมืองกว่าเดิม เห็นได้จากคำตอบ "ยังไม่มีผู้ใดเหมาะสม" ที่นำโด่งชนะทุกโพลความนิยม สะท้อนว่า ตัวเลือกบนกระดานยังไม่มีใครโดนใจ
พรรคประชาชนที่ชิงเปิดหน้า 3 แคนดิเดตนายกฯ มาก่อนใคร หมายจะชูจุดขายความโปร่งใสไม่มีกั๊ก กลายเป็นว่าเสียเปรียบ เพราะพรรคเพื่อไทยที่เตรียมเปิดตัว 3 แคนดิเดตในวันอังคารนี้ ก็เริ่มโยนหินปูดชื่อ 'เทคโนแครต' คนนอก เผื่อจะทำให้ชนชั้นกลางคนเมืองพอหันเหกลับมาสนใจได้บ้าง
จุดนี้เองคือโจทย์ที่พรรคประชาชนต้องตีให้แตก วางอัตตา แล้วกลับมาเล่นในเกมที่ 2 พรรครุ่นใหญ่นำหน้าไว้แล้ว ในเมื่อประชาชนโหยหาสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองหน้าซ้ำ คนนี้ก็บ้านใหญ่ คนนั้นก็สีเทา การเปิดตัว เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์ จึงเรียกเสียงฮือฮา และยังรักษากระแสไว้ได้ แม้รัฐบาลสีน้ำเงินจะประสบวิกฤต เพราะคนไทยให้ความสำคัญกับ 'ตัวบุคคล' เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แม้กระทั่งม้านอกสายตาอย่างประชาธิปัตย์ ยังค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามอันดับโพล ก็ด้วยมนตร์ขลังของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยังคงตรึงใจคน
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนย่อมต้องคิดให้หนักเรื่องตัวบุคคลทั้งที่เปิดหน้ามาแล้ว เช่น แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 จะดันตัวเองขึ้นมาอย่างไร หรือกลุ่มที่รอเปิดตัว อย่าง ครม.สีส้ม หรือผู้สมัคร สส.หน้าใหม่ ต้องมีความ 'ว้าว' มากพอ จึงจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่แข่งได้
ล่าสุดเมื่อ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา 'อนุสรณ์ ธรรมใจ' นักเศรษฐศาสตร์โปรไฟล์สูง เปิดตัวลงสมัคร สส.กทม.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา พรรคสีส้ม กลายเป็นข่าวฮือฮา ซื้อใจคนกรุงกลับมาได้ไม่น้อย เพราะเป็นผู้มาทดแทน สส.เดิม ที่เป็นข่าวฉาวมาก่อนหน้านี้
พรรคสีส้มหากไม่ต้องการตกกระป๋องในการเลือกตั้ง 2569 ต้องสร้างเสียงฮือฮาจากตัวบุคคลให้ได้ ถ้าไม่ปั้นคนเก่าให้ปังกว่านี้ ก็ต้องแจ้งเกิดดาวดวงใหม่ให้ทัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วางหมาก‘หมวกแดง’รีเทิร์น ปรับสูตร‘ขุนพล’ทัพภาค1-2
หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชื่อของ รมว.กลาโหม ก็น่าจะเป็น พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
ครม.อนุทิน2ใกล้คลอด รอรับศึกหนักแถลงนโยบาย
คาดหมายกันทางการเมืองว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน 2 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายในไม่เกินสุดสัปดาห์นี้
รัฐบาล'กลุ่มสีน้ำเงิน'เฟส 2 เป็นแค่นายกฯคุณหนูหรือรัฐบุรุษ?
การขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แทบไม่มีเวลาฮันนีมูน เพราะอยู่ในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก
ทุบ 'หม้อข้าว' นักการเมือง 'อภิสิทธิ์ชน' บนภาษีประชาชน
เปิดประชุมรัฐสภาสมัยที่ 27 นอกจากการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว
ภารกิจร้อน ‘อนุทิน เฟส 2’ จัดการพลังงาน-ดันนโยบายเอก
คลื่นลมสงบ สถานการณ์การเมืองเป็นปกติ ขณะที่เสียงฝั่งรัฐบาลมีเสถียรภาพ โหวต ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ เทอม 2 วันที่ 19 มีนาคมนี้ ไม่มีอะไรในกอไผ่ให้ต้องลุ้น ให้ต้องตื่นเต้น
"ครม.อนุทิน 2" ฉลุย กกต.ตัดจบ "ฮั้ว สว."
ในท่ามกลางความร้อนระอุของการเมืองไทยเดือน มี.ค. สปอตไลต์ทุกดวงต่างฉายไปที่อาคารรัฐสภา ในวันที่ 19 มี.ค.2569 ซึ่งจะเป็นวันชี้ชะตาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย

