ผลการสำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ “ยกแรก กระแสเลือกตั้ง 69” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค.69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วย มีความน่าสนใจ
โดยเฉพาะบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ยังเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน ขณะที่อันดับ 2 คือ นายกฯ คนปัจจุบันอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย
อันดับ 3 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ส่วนอันดับ 4 คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 5 เป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย
โดยนายณัฐพงษ์ได้ร้อยละ 24.76 นายอนุทินได้ร้อยละ 20.84 อันดับ 3 ได้ร้อยละ 14.12 นายอภิสิทธิ์ได้ร้อยละ 12.12 และนายยศชนันได้ร้อยละ 9.64
ขณะที่ผลสำรวจพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อันดับ 1 และ 2 สอดคล้องกับเรื่องความนิยมในตัวนายกฯ โดยพรรคประชาชนได้ร้อยละ 30.40 อันดับ 2 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้ร้อยละ 21.96 อันดับ 3 พรรคเพื่อไทยได้ร้อยละ 15.72 อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ได้ร้อยละ 12.16 และอันดับ 5 ร้อยละ 8.40 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
แน่นอนว่า ความนิยมของนายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนยังอยู่อันดับ 1 เพียงแต่จุดที่น่าสนใจคือ อันดับ 2 อย่างนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย ห่างจากอันดับ 1 ไม่มากเท่าไหร่
หากเป็นการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ความนิยมของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยไม่ต่างอะไรกับมวยละคนรุ่น เทียบกันไม่ติด แม้แต่กับพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยยังตามอยู่หลายช่วงตัว
แต่ระยะเวลาเพียง 2 ปีกว่าๆ นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยกลับกลายมาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับพรรคประชาชนไปแล้ว
ส่วนหนึ่งที่ทำให้นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยกลายมาเป็นคู่ชิงเต็มตัวตามโพลของนิด้า น่าจะมีผลมาจาก สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง
รวมไปถึงการดึงคนนอกที่มีชื่อเสียงเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารจนลดทอนภาพในอดีตไปได้ ไม่ว่าจะเป็น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง
การได้มืออาชีพ ภาพลักษณ์ดีเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะ ‘ศุภจี’ ทำให้จุดบอดของพรรคในเมืองกรุง ชวนให้แอบหวังลึกๆ ว่าจะปักธงแรกในประวัติศาสตร์ของพรรคได้เหมือนกัน
ผลการสำรวจดังกล่าวยังถือเป็น ‘ยกแรก’ ทุกอย่างยังสามารถเปลี่ยนแปลงและสวิงได้เสมอ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากนี้
ก่อนวันเข้าคูหาเลือกตั้ง จะวันหรือสองวันทุกอย่างมันสามารถพลิกได้ ซึ่งพิสูจน์มาแล้วหลายครั้ง
วันนี้นายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนยังนำอยู่ก็จริง แต่ระยะห่างมันไม่ได้ไกลกันมาก และหากดูผลโพลของ ‘นิด้า’ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องความแม่นยำ
มันยังมี ‘ตัวแปร’ ที่ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้ ทั้งผลสำรวจเรื่องความนิยมของนายกฯ ซึ่งในอันดับ 3 ร้อยละ 14.12 ระบุว่า ยังหาคนเหมาะสมไม่ได้ ตรงนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
รวมถึงแนวโน้มการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งร้อยละ 8.40 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ตรงนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญเช่นกัน
ประกอบกับ ‘พลังเงียบ’ ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในผลสำรวจ หรือแสดงออกในโซเชียลมีเดีย และเป็นกลุ่มที่มีจำนวนไม่น้อยในสังคม
ที่สำคัญ ‘กระแส’ มีส่วนในการตัดสินใจไม่น้อยเหมือนกัน
ด้วยระยะห่างที่มันไม่เยอะ คนกลุ่มนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก และบางทีอาจถึงขั้น ชี้ขาด กันได้ในสนามเลือกตั้ง
หากพรรคประชาชนได้คะแนนจากกลุ่มนี้ไป อาจทำให้ทิ้งห่างมากขึ้น แต่ถ้าเป็นพรรคอันดับ 2 และ 3 ในโพลได้ เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้
‘กระแส’ ของยกต่อไปนี้ถือว่าสำคัญ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ร้อนแรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด คะแนนนิยมของ ‘อนุทิน’ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะแรงได้กว่านี้หากไม่มีข่าวด้านลบกับพรรคออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย
สำหรับ ค่ายน้ำเงิน พวกเขาไม่ต้องแซงค่ายส้มก็ได้ แค่คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น หรือไล่บี้ให้กระชั้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ส่วน ‘พรรคประชาชน’ เคยสร้างปรากฏการณ์ในโค้งสุดท้ายด้วยการกวาดคะแนนล้นหลาม แต่วันนี้สถานการณ์ของตัวเองไม่ดี จากผลพวงเรื่องท่าทีต่อทหาร และข้อครหา ‘ฝ่ายค้ำ’ ต้องดูว่าจะมี ‘จุดเปลี่ยน’ อย่างไร
‘คนที่ยังไม่ตัดสินใจ’ หรือ ‘พลังเงียบ’ ถือเป็นคะแนนสำคัญในครั้งนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟใต้ปะทุกลางศึกเลือกตั้ง ‘ประชาชาติ’กระอักลุ้นรักษาเก้าอี้
“พื้นที่เลือกตั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ประกอบด้วย “ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส” ซึ่งถือเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่มีความพิเศษ แตกต่างจากพื้นที่อื่นพอสมควร เพราะนอกจากเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมสูงแล้ว ที่ผ่านมาหลายสิบปี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาเรื่องความไม่สงบเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ดิจิทัลฟุตพรินต์เล่นงาน'ส้ม' ปชน.หมดกระบวนท่า ยอมขอโทษทหาร
เกือบครึ่งทางของการหาเสียงเลือกตั้ง ความเข้มข้นไต่ระดับตามระยะทาง เป็นจังหวะที่แต่ละพรรคต้องงัดอาวุธออกมาใช้เพื่อช่วงชิงคะแนนความนิยมกันมากขึ้น
เปิดวาป2นายพลข้างกาย"ผบ.ทบ." จากศึกชายแดน-สู่สงครามวาทกรรม
“เสียงเชียร์ทหาร” ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นทำให้ “นโยบาย” ที่ฝ่ายการเมืองค่ายสีส้ม ซึ่งเคยเปิดแผลแดนสนธยากองทัพหลายเรื่อง อาจกังวลใจว่าประชาชนอาจลืมในสิ่งที่เป็นหลุมดำในกองทัพไปแล้ว เช่น การใช้ความรุนแรงของหน่วย การบังคับเกณฑ์ทหาร ธุรกิจกองทัพอันนำมาซึ่งรายได้นอกงบประมาณ การใช้ไอโอเพื่อด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม
คดีสินบนเขย่าเครดิต ‘ป.ป.ช.’ 9 ม.ค.ชี้ชะตาสีกากี ‘บิ๊กโจ๊ก’
ชื่อของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังเขย่าองค์กรอิสระที่ถือเป็น "องค์กรปราบโกง" อีกครั้ง
'เลือกตั้ง 69' บทพิสูจน์พรรคใหญ่ 'เพื่อไทย' (ต้อง) กู้ศรัทธา ท่ามกลางคนรุ่นใหม่
ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง หลายคนอาจนึกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ การตั้งเป้าหมายในชีวิต หรือการโละสิ่งเก่าเพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่ในมิติทางการเมือง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจซับซ้อนและเข้มข้นกว่านั้น เพราะนอกจากการเลือกตั้งทั่วไปทั้งประเทศแล้ว ยังหมายถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ และฝ่ายค้านชุดใหม่เช่นเดียวกัน
ภาพสะท้อนผลโพลเลือกตั้ง ตอกย้ำกระแส-กระสุนชี้ขาดชัยชนะ
หลังผ่านพ้นช่วงหยุดยาวปีใหม่ นับจากนี้เป็นต้นไป จนถึงช่วงก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. เราจะได้เห็นการหาเสียงจากพรรคการเมือง-ผู้สมัคร สส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์แบบเต็มรูปแบบ บนเป้าหมายคือการกุมชัยชนะในการเลือกตั้ง

