ไม่เลือกเรา เขามาแน่ ปราศรัยใหญ่ภท.ใส่เต็มสูบ

ท่าทีทางการเมืองล่าสุดของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต่อการจับมือพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ในช่วงที่โพลหลายสำนัก และนักวิเคราะห์การเมืองบางส่วนเทไปในทางที่ว่า พรรคประชาชนจะได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 2 แต่นักคาดการณ์การเมืองบางสำนักเห็นแย้งออกไป โดยมองว่าภูมิใจไทยจะชนะการเลือกตั้ง ได้ สส.มากกว่าพรรคประชาชน แต่ทิ้งห่างไม่มาก ไม่เกิน 15-20 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” ระบุหลังถูกถามว่าสามารถบอกได้หรือยังว่าภูมิใจไทยจะจับมือกับใคร โดยตอบว่า

พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีข้อจำกัดใดๆ และเราไม่พูดถึง ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น เวลาหาเสียงเราไม่พูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่ากัน ทุกคนมีความหวังดีกับประชาชนหมด เราก็ทำในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ประกาศชัดว่า ไม่เอาพรรคไหน แล้วภูมิใจไทยจะประกาศชัดเจนแบบนั้นหรือไม่ “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” กล่าวแบบคุมจังหวะการเมืองตัวเองไว้ว่า

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเดินตามแนวทางหรือวิธีการของพรรคอื่นๆ เราก็มีแนวทาง วิธีการของพวกเรา ภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหากับพรรคไหน

จับจุดได้ว่า ในช่วงต่อจากนี้ต่อให้ไล่ถาม เอาความชัดเจนจากอนุทินและภูมิใจไทย เรื่องการจับมือตั้งรัฐบาล แต่ภูมิใจไทยจะใช้วิธีการเต้นฟุตเวิร์ก คุมจังหวะของตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นข้อผูกมัด โดยจะทำแบบนี้ไปจนถึงหลังเที่ยงคืนวันที่ 8 ก.พ. ที่จะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคไหนได้ สส.มาเป็นอันดับ 1

แต่ถึงตอนนี้อ่านไม่พลาด ภูมิใจไทย พร้อมจับมือกับทุกขั้ว-ทุกพรรค ไม่มีข้อจำกัดใดๆ จับได้หมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคส้ม ประชาชน แม้ก่อนหน้านี้ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะบอกว่า หากพรรคประชาชนได้เสียงมาอันดับ 1 จะไม่ตั้งรัฐบาลร่วมกับภูมิใจไทย แต่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคประชาชนตัวจริงบอกว่า หากพรรคประชาชนได้เสียงมาอันดับ 1 จะตั้งรัฐบาลพรรคประชาชนให้สำเร็จให้ได้ เพราะถือว่าได้ใบอนุญาตจากประชาชน จะไม่ยอมให้ใครมาสกัด

 ถึงตอนนี้แวดวงการเมืองดูจะเชื่อในสูตรที่ว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เสียงมาอันดับ 1 และได้เกิน 150 ที่นั่ง จะตั้ง รัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย-พรรคกล้าธรรม แต่หากประชาธิปัตย์เกิดได้ สส.ระดับขั้นต่ำ 35-40 ที่นั่ง โดยได้มากกว่าพรรคกล้าธรรม ก็ไม่แน่ ภูมิใจไทยอาจดึงประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลในสูตร “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” เป็น 3 พรรคหลัก

กระนั้นส่วนใหญ่มองว่า ภูมิใจไทยจะไม่ทิ้งกล้าธรรม-รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ทำให้อนุทินได้เป็นนายกฯ ถ้าให้เลือก คนเลยเชื่อว่า ภูมิใจไทยจับกับกล้าธรรมมากกว่าประชาธิปัตย์

 อย่างไรก็ตาม การที่อนุทินจะเดินหน้าตั้งรัฐบาลหลังเที่ยงคืนวันที่ 8 ก.พ.ได้ ก็ต้องได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 เพื่อให้เกิดความชอบธรรมทางการเมือง จะได้ปิดดีลตั้งรัฐบาลเสร็จโดยเร็ว จะไปหวังพรรคอื่นหรือรอให้คนอื่นมาช่วยพลิกสถานการณ์ไม่ได้ ตัวเองต้องได้เสียงมาอันดับ 1 เพื่อความชัวร์

ทำให้ภูมิใจไทยต้องวางแผนหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายแบบเน้นๆ ชนิดออกหมัดแล้วเข้าเป้า คะแนนมา ที่ก็จะมีทั้งการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่นอกจากอนุทินจะนำทัพขึ้นเวทีปราศรัยแล้ว แต่จุดที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นเวทีของ ดรีมทีมเศรษฐกิจ-พรรคสีน้ำเงิน” คือ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง-ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์-สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ หลังก่อนหน้านี้ทั้ง 3 คนลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เขต กทม.ของภูมิใจไทยหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกัน หลังให้ศุภจีนำร่องร่วมลงพื้นที่หาเสียงต่างจังหวัดและขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่อุบลราชธานีและภูเก็ต ที่มีประชาชนมาฟังกันล้นหลาม

มองดูแล้วเวทีปราศรัยใหญ่ของภูมิใจไทยที่สวนลุมพินีศุกร์นี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะจะทำให้พอเห็นกระแสตอบรับจากคนกรุงเทพฯ ได้ระดับหนึ่งว่า คนเมืองหลวงให้การตอบรับ พรรคสีน้ำเงินในการเลือกตั้งรอบนี้มากน้อยแค่ไหน โดยกระแสที่ออกมาจะทำให้แกนนำพรรคประเมินออกได้ว่า มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่พรรคจะปักธงมี สส.เขต กทม.ได้เสียที โดยหากเห็นว่ากระแสยังไม่แรงอย่างที่คิด ก็จะได้ปรับแผนการหาเสียงได้ทัน เพราะยังมีเวลาอีก 1 สัปดาห์ ขณะเดียวกันต้องจับตาว่า เวทีปราศรัยใหญ่ดังกล่าว พรรคสีน้ำเงินจะมีหมัดเด็ดอะไรออกมาโยนบนเวที เพื่อปลุกกระแสคนกรุงเทพฯ ให้เลือกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

และอีกหนึ่งแผนหาเสียงของภูมิใจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายที่เห็นได้ชัดก็คือ การสร้างกระแสให้ประชาชนลงคะแนนแบบ การเลือกแบบยุทธศาสตร์ คือให้เลือก-เทเสียงให้เด็ดขาดไปเลยว่า หากไม่ต้องการให้ พรรคส้ม-ประชาชน เป็นแกนนำรัฐบาล ก็ให้เลือกน้ำเงิน-ภูมิใจไทย โดยกา 2 ใบ ให้เลือกภูมิใจไทย ไม่ใช่เลือก สส.เขต กาอีกพรรคหนึ่ง เช่น กรุงเทพฯ เลือกผู้สมัคร สส.เขตของประชาธิปัตย์ แต่ปาร์ตี้ลิสต์ กาให้ภูมิใจไทย เพราะชอบทีมเศรษฐกิจของพรรค ซึ่งภูมิใจไทยมองว่า หากคนกรุงเทพฯ เลือกแบบนี้ สุดท้าย สส.เขตใน กทม. คนของภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ จะตัดคะแนนกันเอง จนไปเข้าทางพรรคประชาชน ที่มีฐานคะแนนเดิมแต่ละเขตขั้นต่ำ 30,000 ตุนไว้แล้ว จนทำให้คะแนนผู้สมัคร สส.เขต กทม.ของภูมิใจไทยก็ไม่สามารถเอาชนะพรรคส้มได้ สุดท้ายพรรคส้มก็ได้ สส.เขต กทม.แบบลอยลำ กวาดเกือบหมดอีกรอบ ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ที่ภูมิใจไทยได้ แม้จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น แต่ไม่เพียงพอที่จะไล่ตาม พรรคประชาชนได้ ผลสุดท้าย พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ภูมิใจไทยเลยสร้างกระแส

 “ไม่เลือกเรา เขามาแน่

ที่ก็คือ หากไม่เลือกเรา (ภูมิใจไทย) เขา (พรรคประชาชน) มาแน่ ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

อันเป็นกระแสให้ประชาชน เลือกแบบยุทธศาสตร์ ซึ่งภูมิใจไทยก็ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่จะตามมาเช่นกัน หากกระแสตีกลับ หรือโยนไปแล้วคนไม่เก็ต ไม่อิน แต่มองได้ว่า ที่ภูมิใจไทยเล่นกับการสร้างกระแส เลือกแบบยุทธศาสตร์ คงอยากรู้ว่าสังคมเอาหรือไม่เอากับกระแสนี้ โดยเฉพาะโหวตเตอร์ที่ยัง "ไม่ตัดสินใจ" จะได้ตัดสินใจได้เลยว่า ไม่เลือกเรา เขามาแน่

แต่อีกมุมหนึ่งมันก็อาจสะท้อนให้เห็นว่า ถึงตอนนี้ภูมิใจไทยก็อาจยังไม่มั่นใจว่าจะปักธงใน กทม.ได้ และจะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ การสร้างกระแสแบบให้เลือกเชิงยุทธศาสตร์จึงจำเป็นต้องใช้ แต่หากไม่เวิร์กค่อยปรับ แต่คนในพรรคคงมองว่าก็ดีกว่าไม่ทำอะไร มันก็ต้องใช้ทุกกลยุทธ์ และล่าสุดแกนนำพรรคภูมิใจไทย ระดับรองนายกฯ-รมว.คมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ก็ออกมาสำทับการหาเสียงแบบให้ประชาชนเลือกแบบยุทธศาสตร์ โดยขอให้คนไทยเลือกให้ชัด ฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ และย้ำว่า ภูมิใจไทยยืนเคียงข้างทหาร ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยไทย ไม่ใช่มีทหารไว้ทำไม ที่ก็มาแนวเดียวกับ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ซึ่งแม้ไม่เอ่ยชื่อพรรคการเมืองใด แต่ตีความได้ไม่ยากว่ากระทบชิ่งไปถึงพรรคส้ม

ดูทิศทางลม การหาเสียงเลือกตั้งช่วงสัปดาห์หน้า ที่เป็นสัปดาห์สุดท้าย การสร้างกระแสให้ "เลือกแบบมียุทธศาสตร์" แบ่งขั้ว เลือกข้างให้ชัดจะถูกโหมให้หนักขึ้น บนเดิมพันการเมือง ศึกนี้ ใครชนะเป็นรัฐบาล ใครแพ้เป็นฝ่ายค้าน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“นโยบายขายฝัน" กกต.ทำหน้าที่เปิดไฟ ให้ประชาชนตัดสินชะตาพรรคการเมือง

บนกระดานการเมืองไทยที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 ก.พ.2569 ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนคือการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในรอบทศวรรษ ทุกพรรคการเมืองต่างงัดกลยุทธ์ “นโยบายประชานิยม”

'อนุทิน' ควง 'ศุภจี' หาเสียงอุบลฯ ประชาชนแห่ต้อนรับ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย 2 เขต ได้แก่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี เขต 8 และน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้สมัคร สส. อุบลราชธานี

'อนุทิน' ประเมินสถานการณ์ชายแดน ยังไม่มีสัญญาณขัดแย้งถึงขั้นปะทะรอบ 3

"อนุทิน" สยบข่าวลือ! ยันไม่มีสัญญาณสู้รบชายแดนรอบ 3 หลังลงพื้นที่สระแก้วตรวจแนวรบ เผยปมกัมพูชาขุด "คูเลต" เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศเขา