ประเด็นข้อถกเถียงปมปัญหาข้อกฎหมาย เรื่อง การเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง สส.เขต จะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่หรือจัดให้มีการออกคะแนนเสียงกันหรือไม่ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันต่อไป จนกว่าเรื่องจะได้ข้อยุติ
ประเมินทิศทางจนถึงตอนนี้ จุดหมายปลายทางคงไปจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะหลายฝ่ายประเมินว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนปมปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวที่มีคนไปร้องหลายคน คงไม่ยอมเสี่ยงโดนทัวร์ลงด้วยการตัดตอน ไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
มีโอกาสสูงไม่น้อยที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำความเห็นส่งคำร้องไปศาล รธน.ให้วินิจฉัย ซึ่งขณะนี้มีผู้ตรวจการแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่อยู่ 2 คนคือ ทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา เข้ามาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินในช่วง สว.ยุคที่แล้ว ที่ไม่ใช่ยุค สว.สีน้ำเงินกุมเสียงข้างมากในสภาสูงยุคปัจจุบัน ส่วนอีกคนคือ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย อดีต ผช.ผบ.ตร.-อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานตอนบน โดยมี สส.อีสาน ภูมิใจไทย ตรึงพื้นที่อยู่ ซึ่ง สว.สีน้ำเงินเทเสียงให้ท่วมท้นเข้าไปเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
จุดที่หลายคนมองว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินน่าจะส่งศาล รธน. ก็เพราะปมปัญหาดังกล่าวเกิดข้อถกเถียงด้านข้อกฎหมายกันกว้างขวาง หากผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.และชี้แจงสังคมไม่เคลียร์ เพราะหวังให้ สส.-สว.ไปเข้าชื่อส่งคำร้องต่อศาล รธน.กันเอง หลังเปิดสมัยประชุม ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อยากรับเผือกร้อน หากออกมาแบบนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วง คนจึงมองว่าผู้ตรวจการแผ่นดินน่าจะส่งศาล รธน.
ซึ่งหากส่งไป ตัวคำร้องก็สำคัญต่อรูปคดี เช่น ต้องดูว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะเขียนคำร้อง เพื่อให้ศาล รธน.สั่งให้ สส.ที่เข้าสภาฯ จากผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส.ไว้ก่อน จนกว่าศาล รธน.จะวินิจฉัยเสร็จสิ้นหรือไม่ แต่ก็มีการมองว่า คงไม่พ่วงเรื่องนี้เข้าไปด้วยในคำร้อง เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่หากจะทำให้เกิดสุญญากาศในฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากตัว สส. แต่เกิดจากการปฏิบัติงานของ กกต.จึงไม่ควรมาตัดสิทธิดังกล่าว แต่แน่นอนว่า ตัวคำร้องต้องเขียนพ่วงไปด้วยว่า ให้ศาลวินิจฉัยด้วยว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือต้องลงคะแนนเสียงใหม่หรือไม่
ล่าสุด สำนักงาน กกต.ส่งเรื่องถึงสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอขยายเวลาในการส่งเอกสารคำชี้แจงกรณีดังกล่าวออกไปอีก 7 วัน จากเดิมครบกำหนด 23 ก.พ. โดยผู้ตรวจการแผ่นดินให้ขยายเวลาได้ถึงแค่วันศุกร์ที่ 27 ก.พ.นี้ เท่านั้น เพราะเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน ต้องเร่งแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์โดยเร็ว พร้อมกับระบุว่า “หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง และพิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยจะคุ้มครองสิทธิและรักษาประโยชน์ของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ”
หากผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องถึงศาล รธน. มีการประเมินว่า แนวโน้มน่าจะออกมาได้หลายสูตร บนหลักวิเคราะห์ที่แตกต่างกันไปตามสมมุติฐานและความน่าจะเป็น เช่น
1.ศาล รธน.ไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
ที่ดูแล้วความน่าจะเป็นมีน้อยมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะหากยื่นมาตามช่องทางถูกต้อง มีปมปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเขียนไว้ชัดในคำร้อง อีกทั้งเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ที่ศาล รธน.ต้องทำให้เคลียร์ มันจึงยากที่ศาลจะไม่รับคำร้อง ทำให้เชื่อว่า เมื่อยื่นคำร้องไป ศาล รธน.จะรับคำร้องไว้พิจารณา
2.ศาล รธน.รับคำร้อง และมีคำวินิจฉัยว่า การมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ดังนั้นการเลือกตั้งจึงไม่เป็นโมฆะ ไม่ต้องลงคะแนนเสียงใหม่
3.ศาล รธน.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่เป็นความลับ แต่เป็นเรื่องทางเทคนิค และเป็นความผิดพลาดของ กกต. และวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า สูตรนี้มีความเป็นไปได้น้อย เพราะหากศาลวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อันขัดหรือแย้งกับ รธน. มาตรา 85 และ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 การเลือกตั้งก็ต้องเป็นโมฆะตามไปด้วย
4.ศาล รธน.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นความลับ ขัดกับ รธน.และกฎหมายการเลือกตั้ง การเลือกตั้ง 8 ก.พ.เป็นโมฆะ ต้องจัดเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงกันใหม่
พบว่านอกจาก 4 แนวทางนี้แล้ว ยังมีบางฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่า ศาล รธน.อาจวินิจฉัยออกมาในแนวทางอื่นๆ ได้อีก อาจมีบางสูตรที่หลายคนไม่คาดคิด เพื่อให้เรื่องนี้จบสวย และเสียหายน้อยที่สุด หากสุดท้ายวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นความลับ เช่น ให้ลงคะแนนเสียงกันใหม่เฉพาะในระบบบัญชีรายชื่อที่ใช้บาร์โค้ด ส่วนระบบเขตที่ใช้คิวอาร์โค้ดไม่ต้อง เพราะป้องกันความลับได้รัดกุมกว่า
เรื่องนี้มองเห็นชัด มีแง่มุมข้อกฎหมาย-ข้อเท็จจริง ให้แต่ละฝ่ายงัดมาสู้กันเข้มข้น
ส่วนฉากจบ ผู้กำหนดความเป็นไปคือ ศาลรัฐธรรมนูญ บนเดิมพัน เลือกตั้ง 8 ก.พ.จะโดนล้มกระดานหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพลตบหน้าขี้แพ้ชวนตี พอใจผลการหย่อนบัตร
โพลตอกย้ำคนส่วนใหญ่พอใจผลการเลือกตั้ง นิด้าโพลเผยยุคสื่อออนไลน์ชี้นำสังคม
ส้มตีขลุมกกต.รับผิด!
เลือกตั้งใหม่ 3 จังหวัดระอุ! ทั้งที่ไม่มีผล คนแห่สังเกตการณ์จับจ้องบัตรเลือกตั้ง “ปชน.” ดาหน้าซัด กกต.ยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญห
โบว์ ณัฏฐา มั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นโมฆะ บอก 'กกต.' ได้บทเรียน จัดเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้น
การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ทุกฝ่ายไม่ต้องไปกังวลหรือคาดหวังให้วุ่นวายใจ อย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่การจัดการเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้นแน่ เพราะ กกต.น่าจะได้บทเรียนแล้ว
ลิงแก้แห! 'สมชัย' ชี้ 4 ข้อสังเกต การใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว
อดีตกกต. ระบุการใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เป็นเรื่องที่ชวนให้ตั้งข้อสังเกต
'ปชน.' ดาหน้าถล่ม กกต. บัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว สะท้อนชัดยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญหา
ปชน. ด่าหน้าซัดกกต. ยอมรับโดยพฤตินัยแล้วว่า การใช้บัตรเลือกตั้งที่มี Barcode ที่สอบกลับได้ถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง นั้นอาจไม่ถือว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ
ไอติม ฟันฉับ 'กกต.' ยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ. มีปัญหา หลังโชว์ภาพไม่เห็นรหัสบัตรตรงต้นขั้วบัตรเหมือนเก่า
หาก กกต. ยืนยันว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถูกต้องทุกประการและเป็นไปโดย ลับ สิ่งที่เราจะต้องเห็นในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ จะต้องเหมือนกับสิ่งที่เราเคยเห็นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทุกประการ

