คดีสินบนทองคำ 90 วันรู้ผล เอกวิทย์อยู่ต่อ-ร่วง?

กลายเป็นคดีสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามองขึ้นมาทันที หลัง “ประธานศาลฎีกา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ออกคำสั่งประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่ส่วนอิสระ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีเรื่องร้องเรียนว่า “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)” มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่-ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

หลังก่อนหน้านี้มีการไปยื่นเรื่องให้ สว.เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา เพื่อให้เอาผิดนายเอกวิทย์ ด้วยข้อกล่าวหารับสินบนทองคำหนัก 246 บาทจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” เพื่อให้ช่วยคดีเว็บพนันออนไลน์ที่อยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งโยงถึงบิ๊กโจ๊กโดยตรง 

โดยก่อนที่คำร้องจะส่งไปถึงประธานศาลฎีกาฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้เอกวิทย์พ้นจากการรับผิดชอบดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 -สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งครอบคลุมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีบิ๊กโจ๊กโดยตรง เพราะกรรมการ ป.ป.ช.หลายคนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง

ต่อมาเอกวิทย์ที่ใช้วิธีเก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงต่อสังคม แต่ก็ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ใช้วิธีตอบโต้กลับโดยแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทบิ๊กโจ๊ก ที่ออกมาบอกเองว่า เป็นคนนำทองคำไปให้คนติดตามของนายเอกวิทย์

ด้วยกระบวนการที่จะให้มีการไต่สวน-สอบสวนเอกวิทย์ มีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะ ป.ป.ช.ด้วยกันเองก็ไต่สวนกันเองไม่ได้ ทำให้มีการไปยื่นเรื่องต่อ สว.และหลังจาก สว.ใช้เวลารวบรวมรายชื่ออยู่ระยะหนึ่ง สุดท้ายได้รายชื่อครบ ส่งเรื่องไปยังประธานวุฒิสภา และส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกาฯ จนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 

สำหรับคณะผู้ไต่สวนอิสระ ประกอบด้วย 1.ชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา 2.เผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3.อธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 4.สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

5.อดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด 6.สัญจัย จันทร์ผ่อง รองอัยการสูงสุด 7.ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ 9.วิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช.และอดีตประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกาฯ

โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 49 คือ ไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทําความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่นำมาสู่การตั้งคณะไต่สวนอิสระ

กฎหมายยังให้คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจสั่งให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเพื่อประกอบการไต่สวน

และเมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้คือ

-หากเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด

-ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

-ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่กล่าวหา และมิใช่เป็นกรณีตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล โดยอัยการสูงสุดต้องฟ้องคดีอาญาตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับเรื่อง แต่หากฟ้องไม่ทันให้ยื่นคําร้องต่อประธานศาลฎีกาเพื่อขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีออกไปได้อีกไม่เกิน 30 วันนับแต่วันครบกําหนด แต่ต้องฟ้องภายในอายุความ

ส่วนกรอบการทำงาน คณะผู้ไต่สวนอิสระต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจําเป็นให้ยื่นคําขอต่อประธานศาลฎีกาเพื่อขยายเวลาตามที่เห็นควร

สำหรับ "เอกวิทย์-กรรมการ ป.ป.ช." ชื่อชั้นไม่ธรรมดา เคยเป็นอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ในวงการศาลยุติธรรมเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6-อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ก่อนได้รับการโหวตจากวุฒิสภาให้เป็น ป.ป.ช. ปี 2567

หากพิจารณากรอบเวลาทำงาน ก็คือคณะผู้ไต่สวนอิสระมีเวลาการทำงานประมาณ 3 เดือน นับจาก 26 ก.พ. แต่หากครบแล้วยังไม่สามารถสรุปความเห็นได้ ก็สามารถขอขยายเวลากับประธานศาลฎีกาต่อได้

คดีนี้ถือเป็นคดีที่น่าสนใจ เป็นคดีประวัติศาสตร์ขององค์กรอิสระ-วงการศาลยุติธรรม เพราะเป็นคดีแรกนับจากมีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ศาลฎีกาฯ เข้าทำการไต่สวนองค์กรอิสระ ซึ่งจริงๆ นับจากมี ป.ป.ช.ตาม รธน. ปี 2540 ก็ยังไม่เคยมีกรรมการ ป.ป.ช.คนใดถูกกล่าวหาและถูกสอบสวน-ไต่สวนด้วยข้อหารุนแรงเช่นนี้

รอดูกันต่อไปว่า คณะผู้ไต่สวนอิสระจะมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร โดยหากเห็นว่า เรื่องนี้มีมูล ตัวกรรมการ ป.ป.ช.คือนายเอกวิทย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ซึ่งเมื่อศาลฎีกาฯ รับเรื่องไว้ ก็ต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.จนกว่าจะมีคำตัดสินออกมา แต่หากคณะผู้ไต่สวนอิสระเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาคือนายเอกวิทย์ มีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่มิใช่เป็นการทำผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล เหมือนกับคดีปกติ เช่น ฟ้องว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นต้น

ที่ผ่านมาหลังเกิดกรณีข้อร้องเรียนดังกล่าว ทำให้มีผลต่อการทำงานและความเชื่อถือขององค์กรอิสระ-ป.ป.ช.อย่างมาก แต่เรื่องนี้ก็ต้องฟังข้อมูลรอบด้าน เอกวิทย์อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้ ซึ่งเมื่อมีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ จะทำให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างมีระบบ 

ตอนจบของคดีนี้ ไม่ว่าจะออกมาทางไหน จะมีผลต่อทั้ง ป.ป.ช.-บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-เอกวิทย์ ตามมา โดยเฉพาะหากผลออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนสูงยิ่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โผครม.อนุทิน2ป่วน พท.รุมแย่งเก้าอี้ งูเห่าสีน้ำเงินย้ำแค้นธรรมนัส

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต 396 คนไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ความเคลื่อนไหวการจัดตั้ง "รัฐบาลอนุทิน2” โดยเฉพาะ โผ ครม. ขยับตามมาทันที

โหวตประมุขนิติบัญญัติ-สภาบุรีรัมย์? จิรุตม์-มณฑลลุ้นผงาด"กกต."

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต จำนวน 396 คน ไปเมื่อวันพุธ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา และต้นสัปดาห์หน้าจะรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ

"บัตรเปลี่ยน-ศรัทธาคลอน" บททดสอบความโปร่งใสของ "กกต."

หากจะย้อนรอยดรามาการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นพื้นที่ “เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร (คันนายาว)” ซึ่งกลายเป็นจุดโฟกัสระดับประเทศเพียงชั่วข้ามคืน จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความขัดแย้งของตัวบุคคล หรือการหาเสียงที่ดุเดือด แต่กลับมาจากเหตุปัจจัยทางธรรมชาติอย่างพายุฝนฟ้าคะนองที่โหมกระหน่ำเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 จนทำให้หีบบัตรเลือกตั้งในหน่วยที่ 9 ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ดีลแค้นโค่น ‘น้ำเงิน’ ทฤษฎีที่ ‘ยาก’ ปฏิบัติ

การที่ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ดึงเกมจัดตั้งรัฐบาล ด้วยการทำตัวไม่ชัดเจนว่าจะเอา ‘พรรคกล้าธรรม’ ร่วมรัฐนาวาหรือไม่ ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘น้ำเงิน’ กับ ‘เขียว’ พันธมิตรรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดูห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ