“จิระพงศ์” นั่งหัวโต๊ะ สอบข้อเท็จจริงรถไฟชนรถเมล์ เร่งสรุปเสนอ “พิพัฒน์” 2 มิ.ย.นี้ พร้อมเผยภาพวงจรปิดนาทีชนถูกตรวจละเอียดทุกวินาที ย้ำยังไม่ชี้ใครผิด เดินหน้าหามาตรการอุดช่องโหว่จุดตัดมรณะ “อโศก–ดินแดง” ด้านตำรวจขยายผลแกะทะเบียนรถต้องสงสัยฝ่าฝืนจราจร เตรียมถกทุกหน่วยงาน 22 พ.ค. วางแผนแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว หวังหยุดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกครั้ง
21 พ.ค.2569- นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก–ดินแดง ครั้งที่ 1 เปิดเผยว่าจากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า คณะกรรมการฯได้รับข้อมูลจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อไล่เรียงเหตุการณ์ว่าในแต่ละช่วงเวลามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ ได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด 4 มุม มาแสดงพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เพื่อให้เห็นเหตุการณ์ครบทุกด้าน ทั้งฝั่งรถเมล์ จุดทางรถไฟ และมุมการจราจรโดยรอบ
สำหรับภาพจากกล้องวงจรปิด 4 มุมในเวลาเดียวกันมาแสดงพร้อมกัน เพื่อให้เห็นเหตุการณ์ครบทุกด้าน โดยเวลา 15.33.22 น. รถโดยสารประจำทางสาย 206 เคลื่อนผ่านเครื่องกั้นทางรถไฟ เวลา 15.33.27 น. รถเมล์หยุดคล่อมทางรถไฟ เวลา 15.33.31 น. สัญญาณเตือนเครื่องกั้นทำงาน เวลา 15.33.41 น.-15.33.53 น. (12 วินาที) พนักงานกั้นถนน พยายามกดปุ่มบังคับให้เครื่องกั้นลงไม่สามารถลงได้ เนื่องจากมีรถกีดขวาง เวลา 15.34.21 น.-15.34.25 น. (4 วินาที) พนักงานกั้นถนนใช้วิทยุสื่อสาร เวลา 15.34.27 น.-15.35.24 น.(57 วินาที) พนักงานกั้นถนนโบกธงแดง เพื่อให้สัญญาณหยุดแก่ขบวนรถไฟ เวลา 15.35.44 น.ขบวนรถไฟพุ่งชนรถเมล์ที่จอดกีดขวางบนทางรถไฟ และเวลา 15.36.02 น. ขบวนรถไฟหยุดนิ่งสนิท
นายจิระพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในวันดังกล่าว ส่วนประเด็นว่าใครกระทำผิดหรือใครบกพร่องในหน้าที่นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการทางคดีมากกว่า โดยคณะกรรมการจะมุ่งเน้นไปที่การถอดบทเรียนและเสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งหลังจากได้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ทุกหน่วยงานจะร่วมประชุมภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะนำเหตุการณ์ทั้งหมดมาถอดบทเรียนเพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขต่อไป แม้ตามคำสั่งจะกำหนดกรอบเวลาไว้ 30 วัน หรือในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อสรุปข้อเท็จจริงเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม
อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังจราจรลงพื้นที่เพื่อป้องกันรถฝ่าฝืนกฎและไม่ให้เกิดการจอดคร่อมราง พร้อมทดลองปรับจำนวนช่องจราจรบริเวณถนนกำแพงเพชร 7 ที่เชื่อมเข้าถนนอโศก–ดินแดง เพื่อลดการตัดกระแสจราจร โดยในช่วงเร่งด่วนเช้าได้ทดลองลดจำนวนช่องทางจาก 4 เลน เหลือ 3 เลน และ 2 เลน เพื่อเก็บสถิติผลกระทบด้านการจราจร ก่อนจะกำหนดแนวทางถาวรต่อไป ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งแผงเหล็กยืดหดเพื่อป้องกันรถฝ่าฝืนเลี้ยวขวาในจุดห้ามเลี้ยว รวมถึงตีเส้นทแยงห้ามหยุดก่อนถึงทางรถไฟ และในระยะถัดไปจะติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรแบบ Adaptive บริเวณแยกถนนกำแพงเพชร 7 ตัดถนนอโศก–ดินแดง ให้เชื่อมสัมพันธ์กับสัญญาณไฟบริเวณแยกอโศก–เพชรบุรี เนื่องจากทั้งสองจุดอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 120 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้รถสะสมจนปิดกั้นทางรถไฟ
นายจิระพงศ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมการให้ความสำคัญกับการศึกษาสาเหตุเชิงระบบ ทั้งด้านการปฏิบัติงานของรถไฟ การปฏิบัติระหว่างการเดินรถ และสภาพการจราจร โดยจะนำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับขั้นตอนปฏิบัติเดิม เพื่อหาแนวทางปรับปรุงให้รัดกุมยิ่งขึ้น แต่จะไม่ก้าวล่วงไปถึงการชี้ว่าใครเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรม โดยคณะกรรมการตั้งเป้าสรุปรายงานและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขภายในต้นเดือนมิถุนายน หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยสาระสำคัญจะเน้นไปที่มาตรการป้องกันอุบัติเหตุในจุดตัดทางรถไฟและการจัดการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต
ด้าน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ในขณะเกิดเหตุยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมอย่างแน่นอน สำหรับการดำเนินคดีในเบื้องต้น ขณะนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ได้แก่ คนขับรถโดยสาร พนักงานกั้นถนน และคนขับรถไฟ โดยจะพิจารณาความผิดตามพฤติการณ์เป็นรายกรณี รวมถึงตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏในภาพว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรหรือจอดคร่อมรางหรือไม่ อย่างไรก็ตาม บางคันยังไม่สามารถอ่านป้ายทะเบียนได้ชัดเจน จึงอยู่ระหว่างการแกะภาพและสืบสวนเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่รถทุกคันที่ปรากฏในภาพจะถือว่ามีความผิด ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ว่าเข้ามาในพื้นที่ก่อนหรือหลังอย่างไร
พ.ต.อ.กัมพล กล่าวต่อว่า ในวันที่ 22 พ.ค.2569เวลา 09.30 น. นี้จะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากทุกฝ่าย โดยมีหน่วยงานด้านคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายรับทราบร่วมกัน ไม่มีการบิดเบือนข้อมูลแต่อย่างใด ในส่วนของตำรวจนั้น จะมุ่งเน้นการดำเนินการด้านคดีอาญาตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในภาพรวม
สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือประชุม ได้แก่ สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (สจส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.)กระทรวงคมนาคม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาการประสานงานระหว่างหน่วยปฏิบัติยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางใหม่ให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจ้ง 3 ข้อหา คดีรถไฟชนสาย 206 พบสารเสพติดในตัวคนขับรถไฟ
ตำรวจเร่งคลี่คดีรถไฟชนรถเมล์สาย 206 แจ้งข้อหาพนักงานขับรถไฟ คนขับรถเมล์ และพนักงานกั้นทาง
สบพ. สร้างชื่อคว้าแชมป์มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินดันดับ1
‘ภัทรพงศ์’ ปลื้ม สถาบันการบินพลเรือนคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยรัฐด้านการบินที่คนอยากเรียนมากที่สุดปี 2568 ลุยยกระดับศูนย์ฝึกบินมาตรฐานโลก ดันไทยสู่ Aviation Hub และศูนย์กลางฝึกอบรมการบินระดับสากล
‘ศุภณัฐ’ ชี้เคสรถไฟชนรถเมล์ มักกะสัน ปัญหาอยู่ที่บังคับใช้กฎหมาย
“ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ระบุเหตุรถไฟชนรถเมล์แยกมักกะสัน สะท้อนปัญหาวินัยจราจรและการบังคับใช้กฎหมาย ยังติดใจปมคนขับรถไฟอยู่บนขบวนหรือไม่ ชี้กล้องวงจรปิดมีน้อย-เวลาระบบไม่ต
‘สิริพงศ์’ เตือนทางรถไฟอันตราย แจงศึกษาเลี่ยงเข้าเมืองยังไม่เคาะใช้จริง
“สิริพงศ์” เตือนทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย -ไม่ปลอดภัย หลังมีประชาชนถูกเฉี่ยวชน ชี้ เหตุการณ์ต่างกันดำเนินการตามกฎหมาย -แจง แค่ศึกษาทดลองรถไฟเลี่ยงเข้าเมือง 3 เดือนยังไม่ใช่ข้อสรุป เตรียมเดินหน้าระบบรางลอยฟ้ายกเส้นบางซื่อ-รังสิต แก้ปัญหาจราจรได้จริง
ขสมก.ส่ง‘สายตรวจพิเศษ’ประจำการณ์จุดตัดเสี่ยงตัดทางรถไฟ
’กิตติกานต์‘ส่งเจ้าหน้าที่’สายตรวจพิเศษ‘ลงพื้นที่ประจำจุดตัดทางรถไฟ พร้อมคุมเข้มวินัยพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สแกนตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถ 100 % ย้ำมาตรการตรวจแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง
‘ภัทรพงศ์‘หนุนเพิ่มเที่ยวบิน-เปิดเส้นทางใหม่ทั่วภูมิภาคกระจายรายได้สู่เมืองรอง
‘ภัทรพงศ์’นั่งหัวโต๊ะถก ’ทย.-CAAT-บวท.-สมาคมสายการบิน‘ หนุนเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งในและต่างประเทศ หวังกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจภูมิภาค ด้าน ทย.ออกมาตรการลดค่าบริการจอดอากาศยาน 50% นาน 6 เดือน บรรเทาผลกระทบต้นทุนน้ำมันพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่วน ‘CAAT’ชงตั้งกองทุน PSO หนุนเส้นทางบินเมืองรองเติบโตยั่งยืน

