‘ภัทรพงศ์’ ดันอุดรธานีฮับการบินอีสาน เปิดเส้นทางเชื่อมญี่ปุ่น

‘ภัทรพงศ์’ เปิดเส้นทางบิน ‘อุดรธานี–สุวรรณภูมิ–โตเกียว’ ยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาค พร้อมเปิดตัวบริการเชื่อมต่อเที่ยวบิน Sky ConX ของไทยเวียตเจ็ท เช็คอินครั้งเดียวพร้อมรับสัมภาระที่ปลายทาง เชื่อมเครือข่ายการบิน หนุนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

23 ก.ค.2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน เปิดฟ้าอุดรฯ เชื่อมต่อการเดินทางระดับนานาชาติ พร้อมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เที่ยวบิน VZ200 เส้นทางอุดรธานี–กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)–โตเกียว (นาริตะ) รวมทั้งเป็นประธานประชุมหารือการยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีสู่การเป็นสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ และติดตามแผนเตรียมความพร้อมรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569 ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี

สำหรับโครงการเปิดฟ้าอุดรฯ เชื่อมต่อการเดินทางระดับนานาชาติ จัดขึ้นเพื่อยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีสู่การเป็นสนามบินนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเชื่อมต่อเที่ยวบินจากอุดรธานี ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนบินตรงสู่จุดหมายปลายทางระหว่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยบริการ Sky ConX (Check-Thru Service) ของสายการบินไทยเวียตเจ็ท ซึ่งให้ผู้โดยสารเช็กอินและโหลดสัมภาระเพียงครั้งเดียวที่สนามบินต้นทาง พร้อมรับบอร์ดดิ้งพาสและรับสัมภาระ ณ สนามบินปลายทางได้ทันที โดยไม่ต้องเช็กอินหรือรับกระเป๋าซ้ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

“ถือเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการคมนาคม ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนจังหวัดอุดรธานีให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World Class Aviation Hub) อย่างเป็นรูปธรรม”นายภัทรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ท่าอากาศยานอุดรธานีอยู่ระหว่างจัดทำหนังสือขอประกาศเป็น ท่าอากาศยานนานาชาติอย่างเป็นทางการ โดยขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมท่าอากาศยาน ก่อนเสนอต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่ออนุมัติตามลำดับ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศได้อย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งได้ติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการ เพื่อผลักดันให้ท่าอากาศยานอุดรธานีมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกในระดับสากล

สำหรับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานอุดรธานีได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร B เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน C.I.Q. อย่างครบวงจร ประกอบด้วย ด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ขณะเดียวกันยังเดินหน้าก่อสร้างถนนเชื่อมต่อจากอาคารดับเพลิงเข้าสู่ทางวิ่ง (Runway) และขยายถนนทางเข้าท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ลดปัญหาการจราจร และรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแผนบูรณาการการเดินทางภายใต้นโยบาย Airport for Regional Development โดยพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและการเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานอุดรธานีกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ย่านเวียดนามทาวน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่กับการยกระดับท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานอุดรธานีรองรับผู้โดยสารได้กว่า 3.4 ล้านคนต่อปี และมีเที่ยวบินภายในประเทศมากกว่า 30 เที่ยวบินต่อวัน อีกทั้งในปี 2569 ยังได้เปิดให้บริการเที่ยวบินประจำแบบบินตรงของสายการบิน Thai Vietjet Air ในเส้นทางอี้อู–อุดรธานี และอู๋ซี–อุดรธานี ซึ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน โดยการเปิดเส้นทางเชื่อมต่อสู่กรุงโตเกียวผ่านบริการ Sky ConX จะยิ่งเสริมบทบาทของท่าอากาศยานอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อเครือข่ายการบินระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ เพื่อรองรับงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ท่าอากาศยานอุดรธานีได้บูรณาการแผนการเดินทางในรูปแบบ One Transport จัดรถโดยสารรับ-ส่ง (Shuttle Bus) เชื่อมต่อจุดจอดรถ ท่าอากาศยานอุดรธานี และสถานที่จัดงาน จำนวน 40 เที่ยวต่อวันต่อเส้นทาง ครอบคลุม 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ บิ๊กซี อุดรธานี 2 (นาดี) โลตัส อุดรธานี 2 (นาดี) และตลาดรวมใจ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รองรับปริมาณผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการผลักดันท่าอากาศยานอุดรธานีสู่การเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เชื่อมโยงการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับนานาประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน