
สมอ. เปิดมาตรการ ‘กำหนด-กำกับ-กวดขัน’ เพื่อพลิกโฉมการจับตาสินค้า มอก. ทั้งระบบย้ำจุดยืน ‘ผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่จำหน่ายในท้องตลาดต้องมีคุณภาพและปลอดภัยต่อประชาชน’ พร้อมพลิกโฉมเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทย
4 มิ.ย. 2569 – นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ 10 สมาคมเหล็กเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาบังคับใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อยกระดับความปลอดภัย และควบคุมการผลิตเหล็กเส้นให้มีคุณภาพที่สม่ำเสมอ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนจากความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้าง
ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ประชาชน ล่าสุด สมอ. ได้บูรณาการ 3 ประสาน ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ปูพรมตรวจเข้มโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตในทุกมิติ ทุกโรงงานทั่วประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยได้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายไปแล้วถึง 3 แห่ง
และสั่งให้เร่งปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมปกป้องประชาชน ชูมาตรการ “กำหนด-กำกับ-กวดขัน” เพื่อพลิกโฉมเชิงรุกการควบคุมคุณภาพสินค้าเหล็กให้เป็นไปตามมาตรฐานทั้งระบบ ‘กำหนด’ ยกระดับผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต โดยเพิ่มข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการคัดเลือกเศษเหล็ก บังคับให้กระบวนการผลิตต้องผ่านเตาปรุงน้ำเหล็ก มีการตรวจโครงสร้างทางโลหะวิทยา และจำกัดกรรมวิธีเพิ่มความแข็งแรงแบบ Temp Core
‘กำกับ’ เปลี่ยนรูปแบบจากการตรวจรายปี สู่มาตรการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Surveillance) อย่างเข้มข้น โดยเพิ่มความถี่ในการตรวจโรงงานกลุ่มความเสี่ยงสูงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงขยายผลการตรวจสอบไปยังร้านจำหน่ายและไซต์งานก่อสร้างร่วมกับเครือข่าย ‘กวดขัน’ หากพบสินค้าตกมาตรฐาน จะต้องถูกระงับการจำหน่ายทันที พร้อมทำการเรียกคืนสินค้า และอายัดทำลายทิ้งภายใน 30 วัน พร้อมกวดขันการบังคับใช้ระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อให้ประชาชนหรือวิศวกรผู้ใช้งานสามารถสแกนตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของเหล็กเส้นได้ด้วยตนเอง
นายเอกนิติ กล่าวว่า สมอ. มุ่งยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการผลิตเหล็กให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานควบคู่กับการควบคุมความสม่ำเสมอของคุณภาพเหล็กอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง สมอ. เตรียมเสนอ “แผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิตเหล็ก” ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทย ตลอดจนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีการผลิตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคและความปลอดภัยสาธารณะ ควบคู่กับการพัฒนารากฐานความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมเหล็กไทยต่อไป

