รฟท.โยน 'บอร์ด EEC' ชี้ขาดทางออกไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

รฟท.เตรียมเสนอ กพอ. พิจารณา 2 ทางเลือก เดินหน้าแก้ไขสัญญาร่วมทุนตามมติเดิม หรือ ‘ยุติสัญญา’ หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ หลังเอกชนยอมรับสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่น เล็งปรับแผนเดินรถเข้าอีอีซี  ส่วนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทยจีน ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง เล็งเสนอแก้มติ ครม. ให้รถไฟประมูลเอง คาดจบปีนี้เพื่อไม่ให้กระทบแผนเปิดเดินรถปี 2574

29 มิ.ย. 2569 – นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า จากการหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (กลุ่มซีพี) ได้สรุปข้อเสนอรวม 2 ทางเลือก เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา

สำหรับ 2 ทางเลือกดังกล่าว ประกอบด้วย แนวทางแก้ไขสัญญาเป็นไปตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้ ก็จะสามารถเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่ได้หารือไว้ และเป็นไปตามร่างสัญญาที่ทางอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว โดยกระบวนการต่อไปก็จะสามารถนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติแก้ไขหลักการ และไปสู่กระบวนการลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่

อย่างไรก็ตามส่วนอีกหนึ่งแนวทางที่จะเสนอให้ กพอ.พิจารณา คือ แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้จะเกิดขึ้น หาก กพอ. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิมได้ ก็จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาจะต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย และศึกษาเงื่อนไขของสัญญาร่วมทุนอย่างละเอียด ว่าการสิ้นสุดสัญญาจะเกิดขึ้นด้วยเหตุใด และแต่ละฝ่ายต้องมีภาระหน้าที่อย่างไรตามกฎหมายร่วมทุน (PPP) ที่ผ่านมามีการลงทุนส่วนใดไปบ้าง และฝ่ายใดต้องรับผิดชอบสิ่งใดบ้าง

“ในส่วนของผลจากการเจรจากับเอกชน ก็ยอมรับว่าเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นและมองว่าโครงการมีความเสี่ยงสูงเกินไป ปัจจุบันเอกชนจึงยื่นเงื่อนไขว่าหากไม่มีการแก้ไขสัญญาเดิม โครงการอาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน”นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ผลจากการหารือร่วม 3 ฝ่ายนั้น รฟท.จะนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.รับทราบในการประชุมเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการเพื่อเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กพอ.พิจารณา ซึ่งคาดว่าขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลาราว 2 เดือน จึงคาดว่าจะเสนอที่ประชุม กพอ.ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้  ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน หากจำเป็นต้องสิ้นสุดสัญญา รฟท.ประเมินแผนสำรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการขนส่งทางรางเข้าสู่พื้นที่อีอีซี โดยเตรียมหารือร่วมกับ สกพอ. ถึงแผนพัฒนาเมืองและความต้องการใช้ระบบขนส่งทางราง ซึ่งปัจจุบัน รฟท.มีรถไฟทางคู่เข้าพื้นที่อีอีซีอยู่แล้ว และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นจะทำแผนเพิ่มความถี่และปรับขบวนรถไฟให้บริการรองรับดีมานด์ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ส่วนผลกระทบเกี่ยวกับงานก่อสร้างโครงสร้างร่วมของไฮสปีดไทยจีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง รฟท.จะเสนอ ครม.เพื่อแก้มติเดิม เพื่อแยกงานก่อสร้างออกมาดำเนินการเอง โดย รฟท.จะเปิดประกวดราคาและลงทุนก่อสร้างภายใต้สัญญาโครงการไฮสปีดไทยจีน ซึ่งเบื้องต้น รฟท.มีการออกแบบโครงสร้างไฮสปีดไทยจีนที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินอยู่แล้ว ดังนั้นสามารถนำมาปรับปรุงและเชื่อว่าจะสามารถเปิดประมูลได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมโครงการไฮสปีดไฟไทยจีนที่กำลังก่อสร้างอยู่ และมีแผนเปิดบริการในปี 2574

นายอนันต์ กล่าวว่า หากข้อสรุปมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน จะส่งผลทำให้สัญญาบริหารรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.ย.นี้ จำเป็นต้องสิ้นสุดลงด้วย เนื่องจาก รฟท.ไม่สามารถต่อสัญญากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน ที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนแล้ว เบื้องต้น รฟท.ยังอยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางบริหารงานเดินรถรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้ต่อเนื่อง โดยยืนยันกับประชาชนว่าจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริการ

เพิ่มเพื่อน