
‘สุรศักดิ์’ เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยภาคท่องเที่ยว เล็งตั้งคณะทำงานปราบนอมินีและชุดปฏิบัติการพิเศษจากส่วนกลางลุยแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตรวจเข้มต่างชาติทำผิดกฎหมาย–ยาเสพติด ดึงเอกชนร่วมกำหนดนโยบายกระตุ้นท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ย้ำไม่สร้างแอปฯ ใหม่ แต่ใช้ ‘เป๋าตัง’ ต่อยอดมาตรการเพื่อความสะดวกของประชาชน
1 ก.ค. 2569 – นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงมาตรการยกระดับความปลอดภัยและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเน้นย้ำการปราบปรามกลุ่มทุนนอมินีและการบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติที่กระทำผิดอย่างจริงจัง พร้อมเปิดกว้างรับฟังเสียงภาคเอกชนเพื่อกำหนดนโยบายร่วมกันขณะนี้กำลังจะมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานปราบปรามนอมินีและสิ่งผิดกฎหมายในมิติท่องเที่ยว
สำหรับชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือชุดม้าเร็ว จากส่วนกลางเพื่อลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ สาเหตุที่ต้องใช้กำลังจากส่วนกลาง เนื่องจากต้องการลดปัญหาอิทธิพลในพื้นที่ และช่วยให้เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคณะทำงานชุดนี้จะกำกับดูแลทั้งเรื่องชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด (Overstay), การลักลอบทำงานผิดกฎหมาย, รวมถึงปัญหาการขนส่งยาเสพติด ซึ่งจะประสานงานใกล้ชิดกับตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยาน กรณีที่เกิดขึ้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระทั้งขาเข้าและขาออก จากเดิมที่ขาออกมักเน้นเพียงวัตถุระเบิด แต่ปัจจุบันจะต้องตรวจเข้มเรื่องสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเข้าใจในมาตรการดังกล่าวเพราะเป็นการทำเพื่อความปลอดภัยและเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
สำหรับแนวทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะนี้กำลังจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งประกอบด้วยสมาคมภาคเอกชนครบทุกภาคส่วน อาทิ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย, สมาคมโรงแรม และผู้ประกอบการรถบัส เพื่อให้เอกชนร่วมเสนอไอเดียและกำหนดนโยบายร่วมกับรัฐบาล เช่น การสนับสนุนค่าเดินทาง, การส่งเสริมเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงมูลค่าสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่าได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่า จะไม่มีการทำแอปพลิเคชันใหม่ อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน โดยจะนำข้อมูลและข้อเสนอจากเอกชนไปปรับใช้ (Adapt) กับแอปพลิเคชันเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น “เป๋าตัง” ซึ่งประชาชนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานทโดยต้องการฟังเสียงจาก Stakeholder ทุกภาคส่วนจริงๆ ไม่ใช่รัฐบาลคิดฝ่ายเดียวแล้วไปชี้ นำเขา เพื่อให้มาตรการที่ออกมาเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

