‘ธปท.’ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3/69 ทยอยฟื้นตัว ตามแรงส่งของภาคการส่งออก-การลงทุนภาคเอกชน พร้อมรับไทยยังอยู่ในบัญชี Monitoring List ของสหรัฐฯ แต่เข้าเกณฑ์เพียง 1 ข้อ มีโอกาสหลุดในรอบถัดไป
31 ก.ค. 2569- นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและกิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่ลดลง ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงแม้ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐในช่วงท้ายไตรมาส
ด้านการส่งออกในไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 17.6% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 42.3% ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 2.7% ตามหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1% เพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญ ตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ
“ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป คาดว่ามีแนวโน้มขยายตัว ตามแรงส่งจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ที่ได้รับผลบวกจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจยังกระจุกตัว ขณะที่การบริโภคของครัวเรือน ยังมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ แม้ค่าครองชีพโดยรวมอยู่ในระดับสูง และหวังว่าในไตรมาส 3/2569 สถานการณ์จะผ่อนคลายได้ดีกว่าไตรมาส 2 ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสที่ต่ำสุดของปีนี้” นางสาวชญาวดี กล่าว
สำหรับระยะต่อไป ยังต้องติดตามปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทย ดังนี้ 1.พัฒนาการของสงครามและนโยบายการค้าสหรัฐฯ 2.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว 3.ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงต่อครัวเรือนและธุรกิจ 4.ผลของมาตรการภาครัฐ 5.พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ ที่น่าจะเร็วและแรงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านเศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการรัฐ และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 1.1% จากเดือนก่อนหน้า ด้านการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 0.5% ส่วนการส่งออก ขยายตัว 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความขัดแย้งยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนการนำเข้า ขยายตัว 48.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นางสาวชญาวดี กล่าวถึงกรณีการประเมิน Currency Manipulator ของ U.S.Treasury กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พบว่า ในรายงานเดือน ก.ค. 2569 ไทยยังอยู่ใน Monitoring List แต่เข้าเกณฑ์ เพียง 1 ข้อเท่านั้นโดยมีการเกินดุลการค้าและบริการกับสหรัฐฯ และมีโอกาสที่จะหลุดจากการติดตามอย่างใกล้ชิดในรายงานรอบถัดไป หากไทยเข้าเกณฑ์เพียง 1 จะได้พ้นจากการอยู่ใน Monitoring List โดยจะติดตามการประเมิน Currency Manipulator ของ U.S.Treasury ต่อไป
อย่างไรก็ดี การประเมินดังกล่าว จะเป็นการประเมินการค้าและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนทุกครึ่งปี จะประเมิน 4 ไตรมาสก่อนหน้า โดยพิจารณา 3 เกณฑ์ คือ มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากหรือไม่, เกินดุลบัญชีเดินสะพัด มากกว่า 3% ต่อจีดีพีหรือไม่ และมีการแทรกแซงค่าเงินต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือไม่ ซึ่งหากเข้าเกณฑ์ 2 ข้อ จะจัดอยู่ในประเทศที่ถูกติดตามอย่างใกล้ชิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ธปท.’ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า
‘ธปท.’ ผนึกสมาคมแบงก์-ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินครั้งใหญ่ เหลือสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน เริ่มต้น ก.ย. 69 ปิดช่องมิจฉาชีพลวงใช้บัญชีเยาวชนก่อความเสียหาย ผงะพบยอดแล้ว 185 ล้านบาท
พลังงานพร้อมรับมือน้ำมัน - LNG ยันมีสำรองเพียงพอ 101 วัน
“พลังงาน”พร้อมรับมือ น้ำมัน - LNG ที่ผันผวนสูง ย้ำไทยมีสำรองเพียงพอ 101 วัน เตรียมมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง
'ปกรณ์' เร่งรื้อ 100 กฎหมาย ลดต้นทุนธุรกิจ อีก 1-2 เดือนเห็นผล
'ปกรณ์' เร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับ ตามข้อเสนอเอกชน ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ เน้นท่องเที่ยว อุตสาหกรรม อีก 1-2 เดือนเห็นผล

