‘คลัง’ เตรียมยกเครื่องภาษีสรรพสามิต หั่นอัตราหนุนEV-อุตสาหกรรมใหม่ปักหมุดไทย

‘คลัง’ จ่อยกเครื่องภาษีสรรพสามิต ลุยหั่นอัตราภาษีสร้างแรงจูงใจหนุนค่ายรถ EV-อุตสาหกรรมแห่งอนาคตปักหมุดไทย คาดชัดเจนภายใน ก.ย. 69 พร้อมมอบศุลกากร-สรรพากรเร่งพิจารณมาตรการปกป้องเอสเอ็มอีไทยจากผลกระทบสินค้าราคาถูกจากต่างชาติทะลักเข้าประเทศ

7 ส.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนและผลิตสินค้าในประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักคือการใช้โครงสร้างภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตและใช้ชิ้นส่วนการผลิต (Local Content) ภายในประเทศ เป็นหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งหมด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภายในประเทศให้แข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายเดือน ก.ย. 2569

สำหรับหลักการเบื้องต้น คือ ผู้ประกอบการที่ตัดสินใจตั้งฐานการผลิตจะได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตที่ต่ำลง ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ  (Local Supply Chain) ส่วนอีกมิติหากเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยก็จะต้องแบกรับอัตราภาษีที่สูงกว่า เพื่อป้องกันการเสียเปรียบของฝั่งผู้ลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริง

“ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่หากมาตั้งโรงงานผลิตในเมืองไทย อาจจะได้รับภาษีที่ถูกลง แต่หากไม่ได้ตั้งโรงงานในไทยอาจจะได้ภาษีที่แพงกว่า โดยในโลกสมัยใหม่จะเกิดการทะลักของสินค้ามาก อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่ทำ โดยยืนยันว่าขณะนี้ได้มีการพูดคุยกันแล้วกับทั้งค่ายรถยนต์ และหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งรัฐพร้อมสนับสนุน” นายเอกนิติ กล่าว

ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมศุลกากรและกรมสรรพาากร เร่งพิจารณามาตรการปกป้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจากสินค้าราคาถูกนำเข้าจากต่างประเทศที่อาจจะทะลักเข้ามา และมาแข่งขันกับผู้ผลิตภายในประเทศ แม้ว่าในปัจจุบันกรมศุลกากรได้เริ่มจัดเก็บอากรนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรกแล้ว เพื่อเป็นการปกป้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศ แต่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่า อัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่

เพิ่มเพื่อน