CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกดกำไรลดเหลือ 326ล้านบาท

CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดรายได้โรงไฟฟ้าNN2-BICลดลง ส่งผลกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกแค่ 326 ล้านบาท พร้องเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ

11 ส.ค. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ  CKP เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKP มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลง 40 %และ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด หรือ BIC และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด หรือ NN2 ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปีจำนวน 318 และ 517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และ 134% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ XPCL เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลประกอบการของ NN2 และ BIC ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในภาพรวมของ CKP ได้เป็นอย่างดี

 สำหรับสถานการณ์น้ำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ระดับ 355 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำเฉลี่ยที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร 15 % ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท

 ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 77 % ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff หรือ FiT กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด หรือ BKC ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี

 สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะเดียวกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ XPCL และเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยบริษัทยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบริหารโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

"ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานหมุนเวียนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย CKP จะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593" นายธนวัฒน์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69

ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group     ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective”

'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง 

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ