
รัฐบาลเผยโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนขยายตัว ต่อยอดสร้างโอกาสด้านการลงทุนในภูมิภาค
16 มี.ค.2565 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปรับปรุงแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 - 2570 ทั้งหมดรวม 110 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 67 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 9.97 แสนล้านบาท โดยโครงการที่ปรับเพิ่มส่วนใหญ่เป็นโครงการในกิจการจัดการน้ำเสีย กิจการท่าอากาศยาน และกิจการด้านการศึกษา ทั้งนี้ หน่วยงานเจ้าของโครงการจะเร่งรัดโครงการที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน(High Priority PPP Project) มูลค่าลงทุนรวม 4.77 แสนล้านบาท ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดเพื่อกระตุ้นการลงทุนของประเทศในภาพรวม
รองโฆษกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ของปีงบประมาณ 2565 ณ สิ้นเดือนมกราคม เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเบิกจ่ายได้ 35,052 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม โครงการขนาดใหญ่ที่สามารถเบิกจ่ายตามแผน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และงานก่อสร้างปรับปรุงขยายท่อประปาของการประปาส่วนภูมิภาค
“รัฐบาลตั้งเป้าชัดเจนในการส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อลดข้อจำกัดการลงทุนจากเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินกู้ รวมถึงสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ แผนร่วมลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างความสนใจและดึงดูดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐได้อย่างแน่นอน และสร้างความมั่นใจในความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ดึงดูดต่างชาติให้มาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น”น.ส.รัชดากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โอนครบ! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เห็นชอบให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
โบว์ ณัฏฐา ชงตัดขั้นตอน-กฎไม่ก่อประโยชน์ออก ยกเลือกตั้ง สส. กว่าคนไทยได้รัฐบาลเสียเวลาหลายเดือน
โบว์ ชี้ประเทศไทยถ้ามี mindset ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตั้งกฎอย่างมีเหตุผล ตัดขั้นตอนและกฎที่ไม่ก่อประโยชน์ออก การพัฒนาจะมีความเป็นไปได้ขึ้นอีกมาก
‘ไผ่ ลิกค์’ ลั่นพร้อมทำงาน ไม่สนอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
“ไผ่ ลิกค์”ลั่นทำงานเพื่อประชาชน ไม่สนอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เปิดรับทุกเสียง ย้ำทำมากกว่าพูด ไม่เน้นสร้างคอนเทนต์
แนะรัฐบาลเร่งแก้ 4 ปัญหา ชั่งน้ำหนักในสงครามมิตรประเทศ
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "4 ปัญหา ที่รัฐบาลต้องรับมือและแก้ไข" โดยระบุว่า

