“วราวุธ” สั่ง กนอ.ระงับปรับพื้นที่ใน WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานบ่งชี้มีการระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงรายงานใน 3 วัน กำชับ หากพบผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีเด็ดขาดทันที
18 ส.ค.2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและแรงสั่นสะเทือนใน 4 อำเภอของจังหวัดระยอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา จนสร้างความตกใจให้เกิดกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 คณะทำงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.เขตชลบุรี) สส.ในพื้นที่ ผู้แทนฝ่ายปกครองท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
โดยมีฝ่ายปกครองอำเภอบ้านค่าย ผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ตัวแทนนิคมฯ WHA และบริษัท บ้านค่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาร่วมตรวจสอบด้วบ เบื้องต้นพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ และพบร่องรอยและหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการทำลายหินด้วยวิธีการระเบิด ทำให้ กนอ.ต้องเร่งนำหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์โดยหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืนยันว่าเกิดอะไรขึ้นและการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
“ขณะนี้ได้กำชับ กนอ. สั่งระงับการปรับพื้นที่บริเวณที่มีหินทั้งหมดในโครงการทันที พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ เพื่อรักษาสภาพจุดเกิดเหตุและป้องกันการทำลายหรือเคลื่อนย้ายหลักฐาน พร้อมสั่งการให้เร่งตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว หากผลตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที โดยไม่มีการละเว้น พร้อมทั้งให้เร่งประเมินพื้นที่และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด”
นอกจากนี้ กนอ.ได้ออกหนังสือถึงผู้พัฒนานิคมฯ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 3 วันทำการ ครอบคลุมทั้งกระบวนการดำเนินงานหน้างาน มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงใบอนุญาตและการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายวราวุธ กล่าวว่าขั้นตอนต่อไป กนอ.จะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมเรียกตรวจสอบรายงานประจำวัน (Daily Reports) เพื่อนำข้อมูลพิกัดและลำดับการทำงานมาเทียบเคียงกับสภาพพื้นที่จริง รวมถึงประสานหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจพิสูจน์ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้แทนนิคมฯ และผู้รับเหมายืนยันว่า การเปิดหน้าดินและสกัดหินดำเนินการตามกรอบ EIA และใช้รถหัวเจาะ (Breaker) เท่านั้น โดยไม่มีการใช้วัตถุระเบิด ดังนั้น การพบร่องรอยล่าสุดจึงเป็นประเด็นที่ กนอ.ต้องพิสูจน์ใว่าเกิดจากกระบวนการใด ใครเป็นผู้ดำเนินการ และมีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ สส.ในพื้นที่ที่ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางการนิคมฯ จะได้ประสานงานกันต่อไป และหากพี่น้องประขาชนประสบปัญหาต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงอุตสาหกรรม สามารถแจ้งได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 1564 ให้ชัดเจน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ทศวรรษไทยโพสต์ วิกรม กรมดิษฐ์ ผ่าทางตัน อุตสาหกรรมสีเขียว
ในโอกาสพิเศษ ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก่อตั้งมาครบ 30 ปี ในวันที่ 21 ต.ค.2569 ที่จะถึงนี้ กองบรรณาธิการข่าวไทยโพสต์ โดย"ศลิลนา ภู่เอี่ยม ผู้ดำเนินรายการชื่อดังจากรายการห้องข่าวไทยโพสต์"ได้สัมภาษณ์พิเศษ "วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน"ที่ทำกิจการประเภทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในหลายประเด็น ซึ่งมีการให้แง่คิด-ทัศนะที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
“สุชาติ” ควง “วราวุธ” ลงพื้นที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี รับฟังสถานการณ์น้ำ เร่งประสานชลประทานผลักดันน้ำลงทะเล ย้ำระบายน้ำต้องไม่กระทบชุมชน
วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ผู้รับเหมาทิ้งงานเขื่อนกันคลื่น 59 ล้าน ทำหาดสนกระซิบ ระยอง กลายเป็นหาดร้าง เสาปูนโผล่ประจาน
ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ก่นด่า รัฐปล่อยหาดร้าง คลื่นซัดต้นมะพร้าว ทิวสน สัญลักษณ์หาดนับร้อยต้น ถูกคลื่นทะเลกัดเซาะล้มโค่นล้ม ท่ามกลางสภาพเสาปูนกำแพงเขื่อนกันคลื่น ตั้งโด่เด่เรียงรายเต็มหาด ก่อสร้างไม่เสร็จ ถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน เฒ่าวัย 82ปี เฝ้าหาด เปลี่ยนชื่อใหม่ "หาดสนนินทา"
บอร์ด IRPC แต่งตั้ง“ศิริเมธ ลี้ภากรณ์” ดำรงตำแหน่ง CEO
บอร์ด IRPC แต่งตั้ง “ศิริเมธ ลี้ภากรณ์” ดำรงตำแหน่ง CEO ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน
‘เอกนิติ’ชูแผนฯ14เข็มทิศประเทศเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูพรมโตยั่งยืน
‘เอกนิติ’ ชูแผนฯ 14 เข็มทิศประเทศ ล็อกเป้าหมายชัดเจนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรม กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก-เอสเอ็มอี ปูพรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

