ผุด ‘โครงการช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน’ ออมสินชูหั่นดบ.ครูเหลือ3.5-4% อุ้ม2.8แสนบัญชี

‘ออมสิน’ จับมือ ‘สกสค.’ ผุดโครงการช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน ปักธงลดภาระหนี้ครู-บุคลากรทางการศึกษา ชูหั่นดอกเบี้ยครูเหลือ 3.5-4% เชื่อช่วยลดระยะเวลาผ่อนสั้นลงสุงสุด 9 ปี คาดอุ้มครู-บุคลากรทางการศึกษาได้ 2.8 แสนบัญชี

20 ส.ค. 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการลงนามระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสิน ในการเปิดตัวโครงการ ‘ออมสินก้าวไปกับครู ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน’ ว่า ปัญหาหนี้ครูเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องแก้ไข โดยการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) เป็นสวัสดิการที่ สกสค. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินจัดสวัสดิการสินเชื่อให้สมาชิกมาตั้งแต่ปี 2549

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุมัติสินเชื่อสะสมกว่า 900,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 760,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 291,815 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท สะท้อนภาระหนี้จำนวนมากที่ครูยังต้องรับผิดชอบต่อเนื่อง

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีลูกหนี้ครูในกลุ่ม ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ยังมียอดหนี้คงเหลือประมาณ 280,000 บัญชี โดยแต่ละรายมียอดหนี้คงเหลือเฉลี่ยกว่า 200,000 บาท จุดสำคัญของมาตรการคือ ออมสินต้องการดูแลลูกหนี้ทุกสถานะ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แต่ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ปกติ ลูกหนี้ที่ชำระไม่สม่ำเสมอ และลูกหนี้ NPL

สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือคงที่ 3.5% จนถึงสิ้นปี 2570 จากปัจจุบันสินเชื่อ ช.พ.ค. และสินเชื่อ ช.พ.ส. คิดอัตราดอกเบี้ยที่ราว 6-7% ขณะที่ลูกหนี้สถานะอื่น ทั้งกลุ่มที่ชำระไม่สม่ำเสมอและ NPL จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 4%

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างจูงใจให้ลูกหนี้กลุ่มที่ชำระหนี้ไม่สม่ำเสมอ หรือลูกหนี้ NPL สามารถกลับมาผ่อนชำระและรักษาสถานะปกติต่อเนื่อง 3 เดือนภายในสิ้นปี 2569 จะได้รับสิทธิปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% เช่นเดียวกับลูกหนี้ปกติ และได้รับสิทธิจนถึงสิ้นปี 2570 โดยหลังสิ้นสุดมาตรการ อัตราดอกเบี้ยจะกลับไปใช้อัตราอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลบ 2% ซึ่งจากอัตราปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 4%

“การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่หากลูกค้านำเงินส่วนต่างจากดอกเบี้ยที่ลดลงไปชำระเงินต้น จะช่วยให้ระยะเวลาการผ่อนหนี้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 20 ปี จะช่วยให้หมดหนี้เร็วขึ้นเกือบ 4 ปี ขณะที่ผู้กู้ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 30 ปี จะปลดหนี้ได้เร็วขึ้นเกือบ 9 ปี ส่วนลูกหนี้ครูที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ธนาคารยังมีแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อย เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มดังกล่าวให้มีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุ

สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการนั้น สมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ยังมีสถานะเป็นสมาชิกสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน MyMo, เว็บไซต์ของธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2569 ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. แล้ว จะต้องกลับเข้าเป็นสมาชิกก่อน และลงทะเบียนภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569

เพิ่มเพื่อน