
‘กรมทางหลวง’ ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น่านและจังหวัดใกล้เคียงต่อเนื่อง เร่งเปิดเส้นทาง เคลียร์ดินสไลด์ และซ่อมแซมจุดเสียหาย ลุยติดตั้งสะพานเบลีย์ให้ประชาชนสัญจร
20 ส.ค.2569-รายงานข่าวจากกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง กรมทางหลวงได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเร่งเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เคลียร์ดินสไลด์ และฟื้นฟูจุดที่ได้รับความเสียหายให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
สำหรับสถานการณ์ภาพรวม ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. พบว่า มีโครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 4 จังหวัด รวม 16 แห่ง แบ่งเป็นเส้นทางที่สามารถสัญจรผ่านได้ 8 แห่ง และเส้นทางที่ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 8 แห่ง ประกอบด้วย จังหวัดพิษณุโลกได้รับผลกระทบ 1 แห่ง จังหวัดหนองบัวลำภู 4 แห่ง จังหวัดนครพนม 1 แห่ง และจังหวัดน่านได้รับผลกระทบมากที่สุด รวม 10 แห่ง โดยสามารถสัญจรผ่านได้ 2 แห่ง และยังผ่านไม่ได้ 8 แห่ง
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ แขวงทางหลวงน่านที่ 1 แขวงทางหลวงน่านที่ 2 แขวงทางหลวงพะเยา ศูนย์สร้างทางลำปาง และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในแต่ละสายทาง โดยเฉพาะจุดที่ได้รับความเสียหายจนกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
ในส่วนของการติดตั้งสะพานเบลีย์ชั่วคราว มีแผนดำเนินการใน 2 แห่ง โดยจุดแรกอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1256 กิโลเมตรที่ 5+975 บริเวณสะพานบ้านมอญ อำเภอปัว ซึ่งพื้นสะพานช่วงกลางขาดหายไป 1 ช่วง ระยะทางประมาณ 10 เมตร ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่และเริ่มประกอบสะพานในช่วงบ่ายของวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรให้ประชาชนใช้เส้นทางได้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569
ส่วนจุดที่สองอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1371 กิโลเมตรที่ 3+700 บริเวณสะพานห้วยตาด อำเภอปัว ซึ่งได้รับความเสียหายจากพื้นสะพานขาด 2 ช่วง และมีตอม่อทรุดตัว 1 ช่วง กรมทางหลวงเตรียมทอดสะพานเบลีย์ชั่วคราวความยาว 30 เมตร ในช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคม 2569 และคาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรได้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569
นอกจากนี้ ยังเร่งดำเนินการซ่อมแซมคอสะพานและคืนสภาพผิวจราจรในหลายจุด โดยสะพานบ้านฝ่าย อำเภอปัว บนทางหลวงหมายเลข 1371 และสะพานสบบั่ว อำเภอท่าวังผา บนทางหลวงหมายเลข 1170 อยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซมคอสะพาน คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนสัญจรได้ภายในช่วงค่ำของวันที่ 20 สิงหาคม 2569
สำหรับทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงกิโลเมตรที่ 1+500 ถึงกิโลเมตรที่ 2+100 บริเวณบ้านแก้ม ตำบลวรนคร อำเภอปัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการคืนสภาพเส้นทาง เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดการจราจรได้โดยเร็ว ขณะที่ทางหลวงหมายเลข 1256 กิโลเมตรที่ 8+000 บริเวณโค้งห้วยเย็น ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก รถยนต์ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ และเตรียมเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสภาพพื้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอ
นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าดำเนินการเคลียร์ดินสไลด์ เพื่อเปิดเส้นทางชั่วคราวในจุดอื่น ๆ บนทางหลวงหมายเลข 1371 ทางหลวงหมายเลข 1071 และทางหลวงหมายเลข 1256 อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติและข้อมูลเส้นทางผ่านระบบ HDMS ของกรมทางหลวง รวมถึงสอบถามข้อมูลเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.สุริยะ ติดตามน้ำท่วมเมืองปัว พร้อมสั่ง ชป.ระดมเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือประชาชน
วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ
น่านยังอ่วม! น้ำท่วม 4 อำเภอ กระทบกว่า 3 หมื่นคน ปภ.ระดมกำลัง-KA32 เข้าพื้นที่
ปภ.เกาะติดอุทกภัยภาคเหนือ น่านยังมีน้ำท่วม 4 อำเภอ 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 30,000 คน เสียชีวิต 2 ราย ระดมเฮลิคอป
กรมการปกครองสั่งด่วน! รับมืออุทกภัย-วาตภัย-ดินโคลนถล่ม เตรียมกำลังช่วยประชาชน 24 ชม.
อธิบดีกรมการปกครองสั่งจังหวัด-อำเภอทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ระดมฝ่ายปกครอง-อส.-ชรบ. พร้อมเข้าช่วยประชาชนทันที เตรียมศูนย์พักพิง กำลังคนและอุปกร

