
‘พิพัฒน์- สิริพงศ์’ เคาะระฆังเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M6 เพิ่มช่วงบางปะอิน–ปากช่อง ระยะทาง 110 กม. ให้ประชาชนใช้บริการฟรีทุก ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เชื่อมการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ภาคอีสานสะดวกยิ่งขึ้น คาดช่วยลดปริมาณรถบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพได้ 30-40% เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัย พร้อมตั้งเป้าเปิดฟรีตลอดสาย 196 กม. ตลอด 24 ชั่วโมง 25 ธันวาคม 2569 รองรับการเดินทางช่วงปีใหม่ 2570
21 ส.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ณ ด่านบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้ประชาชนใช้เส้นทาง ฟรี ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. เพิ่มทางเลือกการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่นครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมายเปิดทดลองให้บริการ ตลอดสาย 196 กิโลเมตร ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 25 ธันวาคม 2569 เพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ 2570
สำหรับประชาชนสามารถขึ้น–ลง มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงที่เปิดเพิ่มเติมได้ 5 จุด ได้แก่ ด่านบางปะอิน ด่านหินกอง ด่านแก่งคอย ด่านมวกเหล็ก และด่านปากช่อง โดยเส้นทางจะเชื่อมต่อกับ M6 ช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้การเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถเข้าสู่เส้นทางสู่อีสานได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ช่วยแบ่งเบาการจราจรบน ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเดิมสู่นครราชสีมาและภาคอีสาน โดยคาดว่าจะช่วยลดปริมาณการจราจรบนเส้นทางเดิมได้ประมาณ 30–40% โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลที่มีปริมาณรถหนาแน่น
“การเปิดมอเตอร์เวย์ M6 เพิ่มเติมช่วงบางปะอิน–ปากช่องในวันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศ และเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานส่วนที่มีความพร้อมมาเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์โดยเร็ว ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งระหว่างกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”นายพิพัฒน์ กล่าว
สำหรับมอเตอร์เวย์ M6 ตลอดสายบางปะอิน–นครราชสีมา มีระยะทาง 196 กม. จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์อีกเส้นหนึ่งในการเดินทางสู่อีสาน ทำหน้าที่เสริมศักยภาพโครงข่ายเดิมทั้งถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและเทศกาล การเปิด M6 เพิ่มเติมจะช่วยรองรับประชาชนที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปยังสระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สะดวกขึ้นช่วยกระจายปริมาณรถออกจากเส้นทางหลัก ลดความแออัด ลดระยะเวลาและต้นทุนในการเดินทางและขนส่งสินค้า ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ และแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง
“ในช่วงเปิดทดลองใช้เส้นทาง กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเบื้องต้นจะจำกัดความเร็วในการใช้เส้นทางไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอนุญาตให้รถยนต์ 4 ล้อสามารถเข้าทดลองใช้เส้นทางได้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากโครงข่ายทางหลวงพิเศษดังกล่าวอย่างสะดวกและปลอดภัย แม้การเปิดใช้เส้นทางจะช่วยให้การเดินทางมีความสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวมากขึ้น แต่ความสะดวกดังกล่าวอาจนำไปสู่ความประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนนได้ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการควบคุมความเร็วและการใช้ช่องทางจราจรให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนเส้นทาง”นายพิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ได้ฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดที่เส้นทาง M6 พาดผ่าน ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ให้ร่วมกันกำกับดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการใช้เส้นทาง รวมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีปริมาณการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การเว้นช่องทางฉุกเฉินมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมาก หากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินขึ้น และมีรถจอดกีดขวางหรือใช้พื้นที่ดังกล่าวจนเต็ม อาจทำให้รถพยาบาล รถกู้ภัย หรือรถที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือและเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์ ดังนั้น ขอให้ผู้ใช้ทางทุกคนร่วมกันรักษาช่องทางฉุกเฉินไว้สำหรับกรณีจำเป็น ไม่ใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรและข้อกำหนดที่กำหนดไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที
นายพิพัฒน์ ย้ำว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนใช้เส้นทาง M6 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรการด้านความปลอดภัยจะยิ่งมีความสำคัญ จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและร่วมกันดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การควบคุมการจราจร การให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ผู้ใช้ทาง ไปจนถึงการเข้าช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมบูรณาการตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงเปิดให้บริการ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายถนนสู่นครราชสีมาและภาคอีสาน โดยคาดว่าจะช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพได้ประมาณ 30–40%
ทั้งนี้ เนื่องจากบางส่วนของโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ จึงกำหนดให้ช่วงทดลองใช้เส้นทางได้เฉพาะ รถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหลังปีใหม่ 2570 จะเปิดให้รถทุกประเภทขึ้นได้ และการจำกัดความเร็ว เป็นไปตามกฎหมายของรถแต่ละประเภทโดยกรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก และปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาของ M6 มีความก้าวหน้ากว่า 99% ขณะที่งานระบบและด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางมีความก้าวหน้ากว่า 92%โดยกรมทางหลวงจะดำเนินงานส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมในการเปิดทดลองให้บริการตลอดสาย ฟรี ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

