
‘แบงก์ชาติ’ ชี้แจงแนวทางการระงับและปลดระงับบัญชี จากมาตรการจัดการบัญชีม้า ควบคู่ดูแลผู้สุจริตให้กลับมาใช้บริการได้โดยเร็ว พร้อมกางผลงานสกัดเส้นทางมิจฉาชีพ อุ้มผู้เสียหายโดนหลอกโอนเงินลดลง ไตรมาส 2/69 เหลือ 1.8 พันล้านบาท จากไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท
26 ส.ค. 2569 – นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. รับทราบและเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนบางส่วนจากการถูกระงับบัญชีภายใต้มาตรการจัดการบัญชีม้า โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก่อนกลับมาใช้บริการทางการเงินได้ตามปกติ
โดยที่ผ่านมา ธปท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการ 2 ด้านควบคู่กัน คือ การสกัดบัญชีที่มีความเสี่ยงให้รวดเร็ว เพื่อป้องกันเงินของผู้เสียหายถูกโอนต่อ และการเร่งตรวจสอบและปลดระงับให้ผู้สุจริตสามารถกลับมาใช้บริการทางการเงินได้โดยเร็วด้วย
สำหรับการขอปลดระงับบัญชี การยื่นคำขอกับธนาคารใดธนาคารหนึ่งอาจไม่สามารถปลดระงับทุกบัญชีได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากช่องทางและผู้รับผิดชอบในการพิจารณาจะแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงและเหตุที่บัญชีถูกระงับ ดังนี้ บัญชีม้าดำและม้าเทาเข้ม เป็นบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิสูจน์แล้วว่าบัญชีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เจ้าของบัญชีจึงต้องยื่นขอปลดระงับกับสำนักงาน ปปง. และ สอท. ตามลำดับ
บัญชีม้าเทาอ่อน เป็นบัญชีที่มีผู้เสียหายจากการหลอกลวง แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้ไปแจ้งความ ดังนั้น เจ้าของบัญชีต้องขอปลดระงับเป็นรายบัญชีกับธนาคารที่มีบัญชีเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสียหาย และเมื่อดำเนินการปลดระงับครบทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงจะสามารถปลดรายชื่อได้, บัญชีม้าน้ำตาลเข้ม เป็นบัญชีที่ธนาคารตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ และมั่นใจเพียงพอที่จะแจ้งธนาคารอื่นรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อแม้ยังไม่มีผู้เสียหาย ดังนั้น เจ้าของบัญชีต้องขอปลดระงับกับธนาคารที่ตรวจพบพฤติกรรมน่าสงสัยในบัญชีดังกล่าว
“การระงับบัญชีเพื่อตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบัญชีถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่เป็นมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตถูกโอนหรือเคลื่อนย้ายออกไปในระหว่างการตรวจสอบ โดยผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปลดระงับได้ ขณะที่บางกรณีที่ยังไม่สามารถปลดระงับได้ อาจอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือข้อมูลและหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันที่มาของธุรกรรมและแหล่งที่มาของเงิน จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก (Enhanced Due Diligence: EDD) เพื่อให้มั่นใจว่าบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจะไม่กลับเข้าสู่ระบบการเงิน ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้ผู้สุจริตได้รับผลกระทบนานเกินความจำเป็น” นายสักกะภพ กล่าว
ทั้งนี้ มาตรการจัดการบัญชีม้าเป็นความร่วมมือระหว่าง ธปท. สถาบันการเงิน ปปง. – สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ โดยในช่วงที่มีการดำเนินมาตรการร่วมกัน ความเสียหายจากการหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเองมีแนวโน้มลดลง จากระดับสูงสุดประมาณ 8,590 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2567 เหลือประมาณ 1,810 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569
อย่างไรก็ดี ธปท. ตระหนักว่าประสิทธิผลของมาตรการต้องดำเนินควบคู่กับการลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สุจริต จึงได้กำชับสถาบันการเงินให้สื่อสารกับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเหตุของการระงับบัญชี หน่วยงานหรือธนาคารที่ต้องติดต่อ เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ และขั้นตอนในการขอทบทวนหรือปลดระงับ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อผิดช่องทาง และสามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น

